ชี้ทิศทางประเทศไทย Thailand : This is Our Future สิทธิและเสรีภาพ กับการเพิ่มศักยภาพประเทศ

23.10.22 | 11:05 น.

ช่วงนี้ผมได้รับเกียรติไปพูดหลายเวที และมักจะถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคตของประเทศไทย ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะยกประเด็นเรื่อง “การสร้างความหวังและแรงบันดาลใจ” ให้คนรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาพูด เพราะผมเองก็เห็นด้วยกับพวกเขาว่า ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยังสอบตก ทำให้ภาพความหวังในชีวิตดูไม่เห็นหนทางที่จะเป็นจริงได้

ยกตัวอย่างความหวังในเรื่องของ “สิทธิและเสรีภาพ” ที่เกี่ยวโยงถึงความเสมอภาคและเท่าเทียม ซึ่งประเด็นนี้ผู้ใหญ่ในสังคมต่างพูดว่าสำคัญ แต่ไม่ได้ Walk-the-talk อย่างแท้จริง “ผู้นำ” ส่วนมากยังชอบบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่เอื้อต่อตนให้ง่ายในการปกครอง และตีตราการพยายามพัฒนาให้เป็นความชังชาติไปเสียได้

ถึงเวลาแล้วที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะต้องกลับมาพิจารณาว่าได้เปิดใจยอมรับ “สิทธิ” และ “เสรีภาพ” และเปลี่ยนแปลงแนวคิด ให้โอกาสคนรุ่นใหม่เลือกเป็นในสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเขา เลือกทำ ในสิ่งที่เหมาะกับศักยภาพเขา โดยไม่ได้มีการบังคับแล้วหรือยัง หรือเป็นเพียงการยอมรับทาง “นิตินัย” แต่ลืม “พฤตินัย” ไป

อย่างเรื่องของความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQI+ ผมเชื่อว่าทุกคนควรได้รับ “สิทธิ” ในการ “แสดงออกตัวตนที่แท้จริง” และได้รับ “เสรีภาพ” ในการ “ได้รับการยอมรับ” จากสังคมรอบข้าง ซึ่งหากไร้องค์ประกอบทั้งสองแล้วนั้น เปรียบได้กับการตัดโอกาสให้บุคคลเหล่านี้ ใช้ศักยภาพตัวเค้าเองได้เต็มที่ ซึ่งในสังคมไทยเอง เรายังได้ยินเรื่องของนักเรียนที่ถูกครูตักเตือนเรื่องการประพฤติไม่ตรงกับเพศสภาพของตนเอง ทำให้เด็กเสียความมั่นใจในตนเอง หรือตัวคุณครูเองที่ไม่สามารถแต่งตัวตามเพศสภาพตนได้ และครูไม่สามารถแสดงศักยภาพการสอนได้เต็มที่ ผมมองว่าเรามาไกลนับจากเริ่มต้น แต่เราต้องไปต่ออีกครับ

ในประเด็นการศึกษา เด็กไทยทุกคนมี “สิทธิ” ตามกฎหมายที่จะได้รับการศึกษาภาคบังคับที่เป็นหน้าที่ของรัฐต้องจัดหามาให้ ทั้งความรู้ ได้อาหารกลางวันที่เหมาะสม แต่กรณีศึกษาที่แสนสิริไปช่วยเด็กโครงการ Zero dropout เราพบว่ารัฐยังทำได้ไม่ดีพอ เพราะการที่เด็กจะได้เรียนหนังสือ เราต้องช่วยมากกว่า
แค่เด็ก แต่คลุมไปยังครอบครัวเขาด้วย ดังนั้นถือว่ารัฐยังสอบตกในการมอบสิทธินี้ให้กับอนาคตของชาติ

Advertisement

ผมอยากพูดถึงสิทธิของคนพิการที่อยู่ในประเทศไทยกว่า 1.7 ล้านคนด้วย ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยไม่ได้รองรับการใช้ชีวิตของคนพิการ ยกตัวอย่างฟุตปาธที่เข้าถึงยากสำหรับผู้ใช้รถเข็น หรือสถานที่ราชการหลายๆ แห่งเองก็ไม่รองรับหากคนพิการจำเป็นต้องไปติดต่อ ต้องขึ้นบันได เรื่องนี้ประเทศไทยของเราในปัจจุบัน สอบผ่านด้านนิตินัย คือรองรับให้มีสิทธิและเสรีภาพ แต่ทางปฏิบัตินั้นสอบตกอย่างชัดเจน

อีกเรื่องที่ได้พูดไปบางเวทีแล้วคือเรื่องของ “การเกณฑ์ทหาร” สำหรับชายไทยเรื่องนี้ถูกตั้งกฎไว้ว่าเป็น “หน้าที่” โดยชายไทยกว่า 97,000 คนในปี’64 ได้ทั้งถูกเกณฑ์และสมัครใจเข้าร่วมทหารให้ประเทศของเรา แต่ผมชวนคิดให้มองเป็นเรื่องของ “สิทธิ” เปิดโอกาสให้พลเรือนได้มีโอกาสเลือกจะดีกว่าไหม

ที่สหรัฐอเมริกา ที่มีส่วนร่วมกับสงครามในหลายภูมิภาค หลายยุคที่ผ่านมา ให้ “สิทธิทางเลือก” ของแต่ละบุคคลที่จะสมัครและรับการคัดเลือกเข้าทำงานกับกองทัพ ถามว่าทำไมพลเรือนจึงเลือกทางเดินสายทหารด้วยความสมัครใจและเต็มใจนั้น ก็เพราะรู้ดีว่าหน่วยงานกองทัพเป็นแหล่งบ่มเพาะที่พวกเขามีโอกาส
ได้เรียนรู้ เติบโต และพัฒนาตัวเองได้ และมองว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ สามารถต่อยอดต่อไปในอนาคตได้

ในขณะเดียวกันทางกองทัพที่อยากดึงดูดพลเรือนที่มีความสามารถมา ก็ต้องพัฒนาองค์กรให้ดี สามารถเพิ่มศักยภาพให้คนที่มาเป็นทหาร สร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะ พร้อมมีธรรมาภิบาลที่เหมาะสม
นี่จะกลายเป็นกลไกควาสัมพันธ์ของ กองทัพและพลเรือนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ และกลายมาเป็นทหารอาชีพ (Professional) ที่เก่งกาจ สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่าง
เต็มศักยภาพที่เราไว้ใจให้เขาทำ

ผมอยากทิ้งท้ายว่า สิทธิเสรีภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่สิทธิเสรีภาพที่สุดโต่งนั้นมีราคาแพง และผมอาจจะไม่ได้พูดถึงในหลายๆ ส่วนในวันนี้ ความตั้งใจของผมวันนี้ คืออยากให้ผู้ใหญ่ในสังคมช่วยกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านสิทธิเสรีภาพในทางที่ดีขึ้น ทีละก้าว ทีละขั้น

เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ เหล่าผู้นำที่กำลัง “นำ” แนวทางของประเทศ ให้ก้าวไปข้างหน้า และแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้นั้น ต้องไม่ลืมว่าท่านไม่ใช่คนลงมือ “ทำ” อีกแล้ว

หากเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถ ที่เป็นกำลังสำคัญที่จะทำการ “นำ” ของท่านทั้งหลายเป็นจริงได้ ดังนั้น ผมจึงคิดว่าการสร้างแรงบันดาลใจ ความหวัง แรงกระตุ้นและผลักดันให้คนรุ่นใหม่ เป็นหน้าที่ของพวกผู้นำด้วย ซึ่งเรื่องสิทธิและเสรีภาพในวันนี้ เป็นหนึ่งในภาพความหวังของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความชัดเจน

ปัญหาเรื่องสมองไหลของคนรุ่นใหม่ที่เก่งๆ ที่ผู้ใหญ่หลายท่านหาว่าชังชาติ เป็นเรื่องที่ผมเป็นห่วงมากในฐานะหุ้นส่วนประเทศคนหนึ่ง ผมอยากให้ประเทศไทยยังเป็นสถานที่ที่มีสิทธิและเสรีภาพ เติมความหวังและแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ เพราะไม่ว่าอย่างไร ประเทศไทย คืออนาคตของเราทุกคน

เศรษฐา ทวีสิน