หน้าแรก การเมือง ทนายยัน 2 ผู้...

ทนายยัน 2 ผู้ต้องหา ‘คาร์ม็อบอุตรดิตถ์’ ไม่ผิด ถูกสั่งจำคุกคดี ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ ชี้ 1 ในนั้นไม่ได้ไปร่วม

25.10.22 | 16:47 น.
ภาพจาก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ทนายยัน 2 ผู้ต้องหา ‘คาร์ม็อบอุตรดิตถ์’ ไม่ผิด ถูกสั่งจำคุกคดี ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ ชี้ 1 ในนั้นไม่ได้ไปร่วมด้วย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ มีคำสั่งจำคุก นายอนุรักษ์ แก้ไข อายุ 26 ปี และ นายทองแสง ไชยแก้ว อายุ 30 ปี เป็นเวลา 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ในคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากการชุมนุม “คาร์ม็อบของกลุ่มอุตรดิตถ์ปลดแอก เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า นายอนุรักษ์ และ นายทองแสง ถูกฟ้องด้วยข้อกล่าวหา “ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง และประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุตรดิตถ์” ซึ่งคดีมีการสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 3-4 สิงหาคม และ 31 สิงหาคม 2565

โดยข้อต่อสู้สำคัญของจำเลยในคดีนี้ ได้แก่ การชุมนุมและแสดงความคิดเห็นของประชาชนที่เกิดขึ้นเป็นการใช้สิทธิการชุมนุม ตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ อีกทั้ง รูปแบบกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นกิจกรรมคาร์ม็อบ (carmob) ซึ่งไม่มีการรวมกลุ่มของประชาชน อาศัยยานพาหนะส่วนบุคคล ร่วมแสดงสัญลักษณ์ไปในเส้นทางเดียวกัน เมื่อจบกิจกรรมก็ทำการแยกย้าย ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคโควิด-19 พยานโจทก์ปากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจังหวัด ยังเบิกความว่า การชุมนุมมีความเสี่ยงต่ำ ระดับเดียวกันกับคนไปเดินจ่ายตลาดในชีวิตประจำวัน ทั้งยังไม่มีรายงานการติดเชื้อจากกิจกรรมนี้

อีกทั้ง นายอนุรักษ์ เป็นเพียงผู้เข้าร่วมกิจกรรมคนหนึ่งไม่ใช่ผู้จัดกิจกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วน นายทองแสง ระหว่างเกิดเหตุในคดีนี้ ไม่ได้อยู่ในกิจกรรมคาร์ม็อบแต่อย่างใด โดยไปประกอบอาชีพพนักงานบริษัทอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร และไม่ได้มีส่วนในการโพสต์ข้อความในเพจ “อุตรดิตถ์ปลดแอก” เชิญชวนให้คนมาเข้าร่วมการชุมนุมในกิจกรรมดังกล่าวด้วย จึงไม่ใช่ผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดโดยการใช้ จ้าง วานหรือยุยงส่งเสริมตามที่ถูกฟ้อง

Advertisement

ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์คดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เหตุจากการชุมนุมทางการเมือง ของศูนย์ทนายฯ กรณีของ นายทองแสงนับเป็นกรณีเดียวที่ถูกฟ้องโดยจำเลยไม่ได้ไปร่วมการชุมนุม แต่ตำรวจกล่าวหาในลักษณะว่า เป็นผู้ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นไปชุมนุม และอัยการยังมีคำสั่งฟ้องต่อมา

นายดุษฏี บัวเขียว ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และทนายความในคดีดังกล่าว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ‘มติชน’ ว่า เรื่องนี้มีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประกาศของจังหวัดอุตรดิตถ์ และเป็นเรื่องของเผด็จการ ที่ไม่อยากให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นในเรื่องความเห็นต่างทางการเมือง จึงใช้กฎหมายมาปิดกั้นการแสดงออกในความเห็นต่างกับรัฐบาล ซึ่งหลายยุคหลายสมัย รัฐบาลเผด็จการจะใช้กฎหมายตัวนี้ในการปิดปากประชาชน ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ เป็นการแสดงออกตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

ภาพจาก : อุตรดิตถ์ปลดแอก

“ทางเรายืนยันว่า การชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในเรื่องของคำพิพากษา เราก็ยืนยันว่า ไม่ใช่ผู้จัดการชุมนุม เราเป็นผู้เชิญชวนเฉยๆ

การจัดชุมนุมนั้น หากอยู่ในสถานการณ์ที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะไม่นำ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ซึ่งมีคำจำกัดความของการจัดการชุมนุมมาใช้ ฉะนั้น จะเอาเรื่องของผู้จัดการชุมนุมมาใช้ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้”

“เรื่องประกาศของจังหวัดอุตรดิตถ์ ก็ไม่ได้ให้คำจำกัดความในเรื่องของผู้จัดไว้ เรายืนยันว่า เราไม่ใช่ผู้จัดการชุมนุม เราไม่มีความผิด ในเรื่องประกาศของจังหวัด หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ให้คำจำกัดความในเรื่องนี้เอาไว้ เราจึงยืนยันว่าเรามีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ส่วนในเรื่องของการดำเนินการประกันตัว โดยจะใช้กองทุนราษฎรประสงค์ ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการรอฟังคำสั่งศาล ต่อไป” นายดุษฏีกล่าว