หน้าแรก การเมือง “ราเมศ” กรีดก...

“ราเมศ” กรีดกลับ “ทนายทักษิณ” เย้ย อย่างน้อย ”ชวน”ไม่เคยคิดหนีคดี

27.10.22 | 14:55 น.

“ราเมศ” กรีดกลับ “ทนายแม้ว” ยัน ”ชวน”ไม่คิดหนีคดีเหมือน “ทักษิณ” ชี้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม -ไม่พูดเอาดีใส่ตัว แค่อธิบายข้อเท็จจริง


เมื่อวันที่ 27 ต.ค.นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา และทนายความของนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมากล่าวหานายชวนว่าทำให้คดีล่าช้า กรณีถูกฟ้องคดีข้อหาหมิ่นประมาทว่า หลักการเรื่องนี้ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน เป็นเรื่องการทำหน้าที่ของตำรวจที่ต้องให้เกียรติในการทำตามหน้าที่ตนไม่ขอก้าวล่วง คดีนี้หลังจากที่มีการแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกสอบพยานหลายคน ทั้งผู้ที่ไปฟังนายชวน บรรยายในวันเกิดเหตุ รวมถึงพยานบุคคลคนอื่นๆ ด้วย และเรื่องนี้ต้องย้ำว่า นักกฎหมายจะทราบดีว่าเมื่อมีใครไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับบุคคลใด ตำรวจมีอำนาจในการสอบสวนตรวจหลักฐาน หาพยานหลักฐานเบื้องต้นได้ว่าคดีดังกล่าวจะมีมูลความผิดหรือไม่เพียงใด ก่อนที่จะมีการแจ้งข้อหา คดีนี้ก็เช่นกันที่มีการสอบพยานหลายคนในชั้นสอบสวนก่อนดำเนินการต่อ

“ผมได้กล่าวไว้ชัดว่าที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนมีหมายเพื่อนัดวันเวลากัน แต่ปรากฎว่ามีเวลาไม่ตรงกันจึงมีการเลื่อนเวลานัดพบและเป็นเรื่องปกติในทางคดี ซึ่งพนักงานสอบสวนก็แจ้งว่าจะมีการนัดหมายกันใหม่ แต่ก็ไม่ได้มีการนัดหมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งคดีได้เงียบหายไป ทุกฝ่ายก็คิดว่ายุติไปแล้ว ไม่ได้มีเจตนาจะหลบหนีหรือประวิงคดีแต่อย่างใด เพราะถ้าจะประวิงคดีหรือคิดหลบหนีเหตุใดจึงเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการ และที่สำคัญ นายชวนไม่เคยคิดหนีคดีเหมือนนายทักษิณ และที่ถามว่าจะสู้คดีจริงหรือไม่ อย่าตั้งคำถามประเด็นนี้เลย เพราะต้องเจอกันที่ศาลอีกหลายครั้ง ให้รู้อย่างเดียวว่าไม่คิดหนีคดีแน่นอน ”นายราเมศกล่าว

นายราเมศ กล่าวต่อว่า หมายเรียกล่าสุดได้มีการส่งหมายไปที่บ้านจังหวัดตรัง คือหมายเรียกฉบับลงวันที่ 22 ตุลาคม 2565 ให้นายชวน ไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อหาในวันที่ 25 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00 น.โดยหมายเรียกฉบับนี้ถึงบ้านนายชวนที่จังหวัดตรัง ในวันที่ 26 ตุลาคม 2565 เวลา 10.35 น. ซึ่งหมายเรียกดังกล่าวออกมาก่อนคดีหมดอายุความในวันที่ 28 ตุลาคม 2565 และนายชวน ก็ได้เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการเพื่อส่งฟ้องคดี เนื่องจากตนทราบว่าคดีนี้สำนวนได้อยู่ที่สำนักงานอัยการแล้ว

Advertisement

นายราเมศกล่าวด้วยว่า การที่กล่าวหานายชวนว่า ใช้สิทธิอะไรสั่งตำรวจและอัยการนั้น เรื่องนี้ทางตำรวจและอัยการทราบดีถึงกระบวนการ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดได้ชี้แจงรายละเอียดครบถ้วนแล้ว และนายชวนไม่ได้มีอำนาจไปสั่งตำรวจและอัยการแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละองค์กร

“เวลาของอายุความที่เหลือ 3 วัน ถ้าคิดจะหนีคดีเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีคงหนีไปแล้ว แต่เรื่องนี้สาระสำคัญสุดท้ายคือเข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดี ไม่เคยคิดหนีคดีแต่อย่างใด ที่นายชวนให้สัมภาษณ์ เป็นเรื่องการอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่พูดเพื่อเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น นายชวนเป็นผู้ที่ถูกฟ้อง การชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นเรื่องปกติ และคดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลยุติธรรมก็ต้องให้เกียรติอำนาจตุลาการที่ไม่ควรมาพูด” นายราเมศกล่าว