หน้าแรก การเมือง 2 นักกิจกรรม ...

2 นักกิจกรรม ร้อง กสม. ระแวง ‘ถูกทำร้ายร่างกาย’ ต่อหน้าตร.-ทหาร ตัดสายเบรกมอไซค์ล้มใต้ท้องรถ

27.10.22 | 17:20 น.

2 นักกิจกรรม ภาคีsaveบางกลอย-ทะลุแก๊ส ร้อง กสม. ‘ถูกทำร้ายร่างกาย’ ต่อหน้า ตร.ทหาร ตัดสายเบรกล้มใต้ท้องรถ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม ที่สำนักคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารบี ภาคีsaveบางกลอย นำโดย น.ส.อัญชลี อิสมันยี อาชีพนักดนตรีและผู้ประสานงานภาคี saveบางกลอย และ น.ส.แทนฤทัย แท่นรัตน์ อายุ 22 ปี นักกิจกรรมทางการเมือง กลุ่มภาคีsaveบางกลอย และเฟมินิสต์ปลดแอก รวมถึง “เอียร์” เยาวชนอายุ 13 ปี จากกลุ่มทะลุแก๊ส เดินทางมายื่นหนังสือถึง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องการคุ้มครองและยุติการคุกคามนักกิจกรรมและเยาวชนจากเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เห็นต่าง โดยมี นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กสม. เป็นผู้รับเรื่อง

ทั้งนี้ สืบเนี่องจากเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม เวลา 21.00 น. น.ส.แทนฤทัย ได้นัดรับประทานอาหารกับเพื่อนนักกิจกรรมที่บริเวณถนนราชดำเนิน โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) บริเวณนั้น แจ้งให้เคลื่อนย้ายรถไปจอดยังบริเวณโรงเรียนสตรีวิทยา โดยอ้างว่าเพื่อเตรียมความเรียบร้อยขบวน ซึ่งเมื่อถึงเวลาเดินทางกลับ ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ พบว่าเกิดอาการผิดปกติกับรถ มีอาการกระชากและเปลี่ยนเกียร์ไม่ได้ จึงส่งผลให้รถล้มเข้าไปภายในท้องรถยนต์ โดยตนได้รับบาดเจ็บบริเวณศรีษะ จากการที่รถจักรยานยนต์ที่ถูกตัดสายเบรก แต่สวมหมวกกันน็อกเอาไว้ ขณะที่เพื่อนผู้ขี่ มีบาดแผลที่ขาเล็กน้อย

ด้าน เอียร์ เยาวชนอายุ 13 ปี กลุ่มทะลุแก๊ส เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม เวลา 03.00 น. ตนถูกกลุ่มบุคคลปริศนา 6 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน เข้ามาทำร้ายร่างกาย ระหว่างขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณเขตดุสิต จึงเดินทางเข้ามาแจ้งความและลงบันทึกประจำวัน ที่ สน.ดุสิต ในวันที่ 25 ตุลาคม ไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่ นางปรีดา กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ตอนนี้รับเรื่อง 2 เรื่อง เอาไว้ 2 ประเด็น คือเรื่องที่ได้ไปแจ้งความแล้ว ซึ่งผู้เสียหายอยากให้คณะกรรมการสิทธิฯ ติดตามความคืบหน้าจากเหตุดังกล่าว ซึ่งคาดว่าอาจจะเกิดการคุกคาม โดยส่วนนี้เป็นประเด็นที่คณะกรรมการสิทธิฯ จะติดตามต่อไป โดยจะโทรศัพท์ไปหาทางตำรวจ

Advertisement

ประการที่ 2 น้องและเยาวชนกังวลเรื่องการถูกคุกคาม และเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งอยากจะให้กรรมการสิทธิฯ ปกป้อง คุ้มครอง ซึ่งเราจะไปหารือกันว่าจะทำอย่างไร เพราะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้ทุกคนปลอดภัย มีสิทธิเสรีภาพที่จะส่งเสียงในเรื่องต่างๆ

“คิดว่าทางกรรมการสิทธิฯ จะติดต่อประสานงานไปกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องอย่างยิ่ง ทางผู้แจ้งความก็ได้ดำเนินการแจ้งความเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ รวมถึงเล่าให้กรรมการสิทธิฯ ฟัง คือมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามเขา ซึ่งทางคณะกรรมการสิทธิฯ จะติดตามหารือกันต่อไป ว่าจะทำอย่างไร” นางปรีดากล่าว

น.ส.แทนฤทัย ในฐานะตัวแทนผู้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิฯ เปิดเผยว่า เรารู้สึกไม่ปลอดภัย เวลาเราขึ้นรถมอเตอร์ไซค์หรือว่าขับรถอะไร ก็จะเกิดความรู้สึกหวาดระแวงว่าจะโดนอะไรอีกหรือไม่ ซึ่งตนจะเช็กทุกอย่างก่อนที่จะออกตัว

“นอกจากจะระแวงแล้ว เวลาเราเดินอยู่บนถนน เรารู้สึกระแวงไปหมดเลย ยกตัวอย่างเยาวชนอายุ 13 ปี เขาโดนทั้งมีด โดนทั้งปืนได้ขนาดนั้น ถ้าเราเป็นนักกิจกรรมแล้วเราเดินข้างถนน เราไม่โดนแทงตาย ง่ายๆ เลยหรอ อีกทั้งกระบวนการทางยุติธรรมก็เข้าถึงไม่ได้ ถูกตำรวจหัวเราะเยาะใส่ ถูกเจ้าหน้าที่รัฐไม่รับเรื่อง โดนหลายอย่าง” น.ส.แทนฤทัยกล่าว

ด้าน น.ส.อัญชลี ซึ่งพานักกิจกรรมมายื่นเอกสารกับคณะกรรมการสิทธิฯ กล่าวว่า ความเพิกเฉยต่อความรุนแรงในสังคม ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น

“ตัวอย่างน้องเอียร์ อายุ 13 ปี เขาถูกขู่ด้วยปืนและมีด เขาถูกทำร้ายร่างกายโดยที่ตรงนั้นมีเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ และทหารอยู่ แต่ว่าไม่มีใครส่งเสียง หรือพยายามช่วยเหลือน้องเลย ตรงนี้คือสังคมเราน่ากลัวมาก ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในเครื่องแบบยังไม่ช่วยเหลือเยาวชนที่ถูกทำร้าย เราไม่สามารถพูดได้ว่า คนที่ทำร้ายคือใคร อาจจะเป็นคนเมา อันธพาล หรือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐด้วยกันเอง ตรงนี้เราไม่รู้จริงๆ” น.ส.อัญชลีกล่าว