สถานีคิดเลขที่ 12 : ตากใบกับราชประสงค์

28.10.22 | 09:34 น.
ตากใบกับราชประสงค์

สถานีคิดเลขที่ 12 : ตากใบกับราชประสงค์

ครบรอบ 18 ปี เหตุการณ์ตากใบ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา มีการจัดงานรำลึกโดยกลุ่มองค์กรประชาชน ไปจนถึงนิสิตนักศึกษา เพื่อทบทวนเหตุการณ์ความผิดพลาดของฝ่ายรัฐ ในการสลายการชุมนุมประชาชน ที่หน้า สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไปจนถึงการจับกุมผู้ชุมนุม แล้วจับมัดมือไพล่หลัง โยนร่างขึ้นไปบนรถบรรทุก นอนทับซ้อนกันไปหลายชั้น เพื่อนำตัวไปยังค่ายทหาร

จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างสุดแสนทรมานจากการถูกทับร่างจนขาดอากาศหายใจถึง 78 ราย รวมกับที่เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมอีก 7 ราย

85 ศพตากใบ เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ว่าด้วยการกระทำรุนแรงจากเจ้าหน้าที่รัฐ และการปฏิบัติกับประชาชนที่ถูกจับกุมราวกับไม่ใช่มนุษย์

สำหรับองค์กรภาคประชาชนแล้ว ยังมีอีกหลายๆ เหตุการณ์ ที่รัฐใช้ความรุนแรงกับการชุมนุมประท้วงตามสิทธิประชาธิปไตยของประชาชน จนเกิดการตายหมู่ ซึ่งมีการเคลื่อนไหวเพื่อรำลึกถึง ตรวจสอบหาความจริง และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้สูญเสีย

ไม่ว่าจะเป็น 6 ตุลาคม 2519

Advertisement

พฤษภาคม 2535

ไปจนถึง 10 เมษายน-19 พฤษภาคม 2553 ที่ตายไปถึง 99 ศพในใจกลางกรุง

สำหรับ 85 ศพตากใบ มีลักษณะพิเศษอีกประการ เมื่อเกี่ยวโยงกับสถานการณ์ความรุนแรงมาหลายสิบปี ซึ่งต้นเหตุมาจากการใช้อำนาจจากรัฐส่วนกลาง ควบคุมและปกครอง โดยละเลยรายละเอียดด้านเชื้อชาติศาสนา ของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ขณะเกิดเหตุที่ตากใบนั้น เป็นเหตุการณ์ในปี 2547 ซึ่งเป็นปีที่เป็นจุดเริ่มต้นของสถานการณ์ไฟใต้รอบล่าสุด และลุกโชนอย่างต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้

เป็นความผิดพลาดในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร

แต่เราก็จะเห็นว่า ทักษิณเองรู้ดีว่า สถานการณ์ไฟใต้เป็นปัญหาที่จะประทับติดตัวตลอดไป จึงพยายามแก้ตัว ด้วยการออกมาขอโทษหลายครั้ง ยอมรับว่าตนเองพลาดไป แทนที่จะใช้ถุงมือกำมะหยี่ กลับไปใช้กำปั้นเหล็ก

รูปธรรมของความพยายามแก้ไขความผิดพลาด คือ นโยบายแก้ไฟใต้ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่พลิกโฉมครั้งสำคัญ ด้วยการจัดคณะเปิดเจรจาอย่างเป็นทางการกับขบวนการก่อความไม่สงบ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นทิศทางที่ถูกต้อง

แต่ดำเนินไปท่ามกลางแรงต้านจากฝ่ายความมั่นคง ทัศนคติของผู้นำกองทัพ ไปจนถึงฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง ที่ไม่ยอมรับว่า จะต้องจัดการปกครองในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ โดยรองรับความต่างด้านเชื้อชาติศาสนา

จนกระทั่งเกิดรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พร้อมกับล้มการเจรจาแบบเปิดกว้างด้วย เปลี่ยนเป็นการเจรจาแบบปิดลับ และเชื่อว่าอยู่ภายใต้กรอบความคิดแบบรัฐไทยเป็นใหญ่

หลังจากนั้น การแก้ปัญหาไฟใต้ ในยุครัฐบาลทหารมาจนถึงยุคปัจจุบัน ก็กลับไปเหมือนเดิมๆ ในอดีต พร้อมกับความรุนแรงที่ไม่มีโอกาสสงบสันติ

ในวาระรำลึก 85 ศพตากใบ เหมือนเป็นจังหวะทองของพรรคการเมืองเก่าแก่ในภาคใต้ ออกมาขยายความผิดพลาดของทักษิณ พร้อมกับเย้ยว่า ที่เพื่อไทยประกาศจะปักธง ส.ส.ในภาคใต้ในการเลือกตั้งหนหน้า เป็นไปไม่ได้ เพราะคนใต้ไม่เคยลืมนโยบายอุ้มฆ่า ความรุนแรงทั้งตากใบและกรือเซะ

แน่นอนพูดเพื่อหวังผลทางการเมือง ก็ต้องขยี้กันแบบนี้

โดยลืมไปว่า ยุคที่พรรคตนเองเป็นรัฐบาล ก็เกิดเหตุการณ์ 99 ศพ ทั้งราชดำเนินและราชประสงค์ ใจกลางเมืองหลวง แถมคดีก็ติดขัด ไม่สามารถนำขึ้นพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลได้อีกด้วย

ทั้งที่ความจริงแล้ว ไม่ว่ายุครัฐบาลพรรคไหน ถ้าผิดพลาดจนคนตายหมู่ ต้องรับผิดชอบและต้องกล้าสรุปความจริง เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำรอยอีก

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน