หน้าแรก การเมือง อันวาร์ซัด ปช...

อันวาร์ซัด ปชป.ซ้ำ หลังผู้อาวุโสลาออก สะท้อนชัดถึงยุคตกต่ำ ย้อนเคยเตือน แต่พรรครับไม่ได้

29.10.22 | 14:41 น.

‘อันวาร์’ ยก 2 อาวุโสทิ้งพรรคสะท้อนชัด ปชป.ถึงยุคตกต่ำ พอเตือนตรงๆ เจอไม่ส่งลงเลือกตั้ง 

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ได้เผยข้อเขียนถึงกรณีที่ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า

เช้านี้วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2565 สื่อหลายสำนักพาดหัวข่าวว่า “ไตรรงค์” โพสต์ใส่เสื้อฟ้าเป็นครั้งสุดท้าย ลั่น “ผมขอมีลมหายใจเป็นของตนเอง” ท่านเป็นผู้อาวุโสทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ และมีชื่อเสียงมากของการเมืองไทย ได้ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปเรียบร้อยแล้ว นับว่าเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของพรรคการเมืองที่ชื่อประชาธิปัตย์เป็นอย่างมาก

ผมได้อ่านข้อความของการลาออกของ “ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี” ซึ่งผมเคารพประดุจเสมือนหนึ่งพี่ชายแท้ๆ ของผม ซึ่งท่านได้พูดว่า “ผมลาออก #ทั้งๆ ที่ยังรักพรรคประชาธิปัตย์อยู่ แต่ผมไม่ได้รักที่ตัวตึก หรือตัวบุคคล ผมไม่เคยยึดมั่นในสิ่งลวงตาเหล่านั้น ที่ผมรักก็คือ ‘อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์’ ที่ได้ประกาศไว้ในวันก่อตั้งพรรคเมื่อปี พ.ศ.2489 จึงได้เข้าเป็นสมาชิกมาตลอดเวลา 38 ปี”

ดังนั้น การลาออกครั้งนี้แปลว่า “ท่านเห็นว่าอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ได้เปลี่ยนไป” และนี่เป็นสาเหตุหรือเปล่าที่สมาชิกที่มีชื่อเสียงและรัฐมนตรีหลายคนลาออกไปจากพรรคกว่า 30 คนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ผมก็เตือนพรรคมาตลอดระยะเวลา 4 ปี

และผมต้องขอยกประโยคที่ “ท่านไตรรงค์” ได้กรุณากล่าวขึ้นมา เพราะช่างสอดคล้องกับสิ่งที่ผมคิดและตัดสินใจเข้ามาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 จนถึงบัดนี้รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 17 ปีเต็มๆ และก็ใกล้ถึงเวลาที่ต้องจากพรรคนี้ไปเช่นเดียวกับ “ท่านไตรรงค์” เพียงแต่ต่างกันตรงที่ว่าท่านไตรรงค์นั้นเลือกที่จะลาออกเพราะเตือนแล้วเตือนอีก ด้วยความหวังดีว่าพรรคควรจะแก้ไขสิ่งใดบ้างแต่ไม่มีใครฟัง แต่สำหรับผมไม่ได้ลาออกแต่กำลังจะถูกบีบให้ออกด้วยการไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในสมัยที่ 5 ด้วยเหตุผลเดียวกันคือเตือนแล้วเตือนอีกด้วยความหวังดี แต่ผู้บริหารพรรคไม่มีใครฟังเช่นกัน

Advertisement

ผมนายอันวาร์ สาและ จะขอกราบคารวะผู้อาวุโสหลายท่านที่ได้กรุณาให้กำลังใจมาตลอดระยะเวลาที่ผมสังกัดพรรคนี้ แต่จะขออนุญาตระบุรายชื่อผู้อาวุโสที่แสดงตัวอย่างเปิดเผย ซึ่งมีอยู่ 2 ท่าน ที่ผมจะไม่มีวันลืม คือ

“ท่านผู้อาวุโสพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล” เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2564 มีการประชุมสามัญประจำประจำปีของพรรค ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ซึ่งผมได้ทำเอกสารไปแจ้งให้สมาชิกพรรคทั้งประเทศได้ทราบว่าในพรรคประชาธิปัตย์นั้นมีผู้บริหารที่มีประวัติที่ไม่สมควรจะอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์แอบแฝงเข้ามาสร้างอิทธิพลเพื่อหาประโยชน์ส่วนตน และภายหลังที่ผมได้แจกเอกสารแล้ว ท่านผู้อาวุโสพิเชษฐได้เดินเข้ามาแล้วก็พูดบางสิ่งบางอย่างกับผม​ ซึ่งผมจะไม่ขอเปิดเผยแต่จะขอจดจำทุกคำที่ท่านพูดไว้กับผมตลอดไป

อีกท่านหนึ่งคือ “ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี” ท่านเป็นคนดี ควรค่าแก่การเคารพ สมกับที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่สังคมเคารพนับถือ และท่านนี้เคยพูดตักเตือนผู้บริหารพรรคด้วยคำพูดที่รุนแรงแต่จริงใจ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2565 ที่โรงแรม Kantary Hills จังหวัดเชียงใหม่ ผมเคารพท่านมาก ท่านเรียกผมเข้าไปพบ ผมจำได้เลยว่าตอนนั้นท่านพูดกับผมด้วยภาษากายแม่นยำ ท่านบอกให้ผมเข้าไปใกล้ๆ แล้วเข้ามากอดผม บอกนี่คือแทนคำพูดที่จะพูด มันลึกซึ้งมากในความหมายของท่านอาวุโส เป็นเหตุการณ์ที่ผมจะไม่มีวันลืม

ซึ่งผมคงจะไม่ต้องพูดอะไรมากไปกว่านี้แล้ว เพราะว่าท่านไตรรงค์ได้อธิบายไว้ในหนังสือลาออกอย่างละเอียดแล้ว และผมก็ได้ทำหน้าที่ตักเตือนพรรคให้กอบกู้สถานะพรรคที่ตกต่ำเป็นอย่างมากในประวัติศาสตร์ของประชาธิปัตย์ โดยเสนอเอกสารเป็นหลักฐานซึ่งพรรคได้ลงรับไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ผมได้รับจากพรรคคือผู้บริหาร 2-3 คนในพรรค ตัดสินใจไม่ส่งผมลงสมัครรับเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้ากรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงไปที่ จ.ปัตตานี และให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า อยากจะให้มาพูดคุยกันนั้น นายอันวาร์กล่าวว่า นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาล ได้โทรศัพท์ติดต่อมาแล้ว และตกลงกันว่าจะมาพูดคุยในสัปดาห์หน้า เนื่องจากว่าสัปดาห์นี้ไม่ว่าง ติดภารกิจทอดกฐินใน จ.นครสวรรค์ ส่วนผลการเจรจาพูดคุยเป็นประการใดจะแถลงข่าวแจ้งให้ทราบต่อไป