คอลัมน์หน้า 3 : ลักษณะ มวลชน ร่าง พ.ร.บ. ‘สุราก้าวหน้า’ คือ พลานุภาพ
การดำรงอยู่ในลักษณะ “มวลชน” ของร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า กำลังได้รับการแปรเป็นดั่งผนังทองแดงกำแพงเหล็กในทางการเมือง
กลายเป็น “เส้นแบ่ง” อันทรง “ความหมาย”
ยิ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาสกัดขัดขวาง รุนแรง แข็งกร้าวมากเพียงใด ยิ่งทำให้ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า มีพลานุภาพ
ไม่เพียงแต่สะท้อน “โฉมหน้า” ของ “รัฐบาล”
นั่นก็คือ ทำให้สังคมเข้าใจต่อรากฐานแห่งผลประโยชน์ของรัฐบาลและของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าดำรงอยู่เพื่ออะไร เพื่อใคร
เพื่อ “ประชาชน” หรือ เพื่อ “ทุนผูกขาด”
ยิ่งกว่านั้น หากได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองใด ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยิ่งจะเข้าใจต่อการตัดสินใจ
นี่ย่อมเป็น “พลานุภาพ” แห่ง “มวลชน”
การดำรงอยู่ของร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า เป็นการดำรงอยู่อย่างมี “พัฒนาการ” สะท้อนถึงความก้าวหน้าในทาง “ความคิด”
นั่นเพราะว่าเป็นการดำรงอยู่อย่างมี “รากฐาน”
รากฐานอันสำคัญยิ่งก็คือ สังคมมองเห็นและตระหนักในความเลวร้ายของการผลิตสุราในกลไกและโครงสร้างแบบเดิม
จึงรอคอยการเสนอ “ความคิด” ที่มีลักษณะ “ก้าวหน้า”
เห็นได้จาก เมื่อพรรคไทยรักไทยได้ผลักดันให้เป็น “นโยบาย” ภายหลังได้ชัยชนะจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544
ก็สร้างความคึกคักเป็นอย่างสูง
และเมื่อความคิดและความต้องการนี้ไปดำรงอยู่ใน “นโยบาย” ของพรรคอนาคตใหม่ และต่อเนื่องมายังพรรคก้าวไกล
ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าก็ดำเนินไปอย่างมีลักษณะ “มวลชน”
กระแสต่อต้านอันก่อหวอดและเริ่มขึ้นอย่างจริงจังอีกครั้งจากการนำของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงแหลมคม
แหลมคมเพราะเท่ากับต้องการยืนยัน “อำนาจ”
เป็นอำนาจบนพื้นฐานแห่งผลประโยชน์ของ “ทุนผูกขาด” และมองข้ามความต้องการอันดำรงอยู่อย่างยาวนานของ “ประชาชน”
นี่ย่อมเป็น “อำนาจ” ซึ่งมีลักษณะ “ท้าทาย”
มิได้เป็นท้าทายต่อนโยบายของ “พรรคก้าวไกล” ซึ่งต่อยอดมาจากความพยายามเดิมของ “พรรคไทยรักไทย”
หากเป็นการท้าทายในทาง “สังคม” ที่ต้องการ “ความเปลี่ยนแปลง”
มีความจำเป็นที่เป็นทั้งพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย ต้องประสานพลังและดำเนินการเคลื่อนไหวอย่างเป็นฝ่ายรุก
วางรากฐาน “ความคิด” ให้กลายเป็นกระแสหลักในสังคม
บทเรียนอย่างสำคัญของร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าก็คือ การเคลื่อนไหวทางการเมืองต้องดำรงอยู่บนฐานแห่งมวลชน
เพื่อประโยชน์ของสังคม ของประชาชน
เมื่อเริ่มต้นจากผลประโยชน์และความต้องการของคนส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวในทางการเมืองก็ไม่โดดเดี่ยวและอ้างว้าง
ถึงยังไม่ได้ชัยชนะใน “วันนี้” โอกาสยังมีใน “วันพรุ่งนี้”

