หน้าแรก การเมือง ล้อมวง ‘เยาวช...

ล้อมวง ‘เยาวชน ทะลุ…’ เปิดเหตุผล ม็อบทำไม? ‘ใบปอ’ พ้อ ตอนนี้เพดานต่ำมาก แค่พูดก็ไม่ได้

29.10.22 | 19:23 น.

ล้อมวง ‘เยาวชน ทะลุ…’ เปิดเหตุผล ม็อบทำไม? ‘ใบปอ’ พ้อ ตอนนี้เพดานต่ำมาก แค่พูดก็ไม่ได้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 ตุลาคม ที่ Kinjai Contemporary ถนนสิรินธร กรุงเทพฯ มีการจัดงานนิทรรศการ และเสวนา “รวมพลเยาวชน ทะลุ…” เพื่อสะท้อนความรุนแรงของรัฐ ตลอดช่วงการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเยาวชนไทยที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มก่อตัวในปี 2563 ขยายเพดานการเคลื่อนไหว ก่อนการชุมนุมเริ่มซบเซาลงไปในปี 2565 ส่งผลฝ่ายอำนาจรัฐโต้กลับด้วยการใช้กลไกทางกฎหมาย ไล่ตั้งข้อหาและจับกุมคุมขังบรรดาเยาวชนคนสำคัญ

โดยมีนักเคลื่อนไหว ได้แก่ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า, นายจิรภาส กอรัมย์ นักเคลื่อนไหวกลุ่มทะลุแก๊ซ, น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือใบปอ และ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง กลุ่มทะลุวัง ตลอดจน นายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ สื่อมวลชน ร่วมแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “รวมพลเยาวชน ทะลุ…” โดยมี ผศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดำเนินรายการ

โดยเนื้อหาวงเสวนา ชวนสนทนาถึงความฝัน ความหวัง ความต้องการของเด็กและเยาวชน ไปจนถึงความท้าทายที่ต้องเจอในชีวิตปัจจุบันและอนาคต และสิ่งที่ต้องแลกในเส้นทางการต่อสู้ การใช้กฎหมาย และการจับกุมคุมขัง สามารถหยุดขบวนการเคลื่อนไหวได้หรือไม่

ในตอนหนึ่ง นายจตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน กลุ่มทะลุฟ้า กล่าวว่า ตนเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งแรกช่วงแรก ภายใต้กลุ่มดาวดิน ปี 2552 ติดคุก 2 ปี พอออกมา ทำกลุ่มเคลื่อนไหวหลายกลุ่ม ชื่อ Unme of Anarchy ปี 2563 เคลื่อนไหวใน กทม. ต้นปี 2564 เพื่อนโดนจับไม่รู้จะทำอะไร จึงไปรวมเป็นเครือข่าย เดิน 247.5 กม. จากโคราช มารายงานตัวที่ กทม. แล้วถูกจับเข้าคุก ต่อมามีหมู่บ้านทะลุฟ้า แล้วเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มทะลุฟ้าในที่สุด

Advertisement

“เห็นความไม่เป็นธรรม ทั้งเรื่องการพัฒนา เอาเปรียบเรื่องที่ดิน เหมืองแร่ และการจัดการทรัพยากร เรื่องเขื่อน พวกเราก็ลงพื้นที่ เติบโตมาจากการเห็นปัญหาในภูมิภาค เข้าไปเคลื่อนไหวกับชาวบ้านหลังเกิดรัฐประหาร เห็นปัญหาโครงสร้างเลยขึ้นมาต่อสู้ที่ กทม. 4 มิ.ย. 2563 ตัดสินใจมาสู้ เพราะอำนาจรวมศูนย์ที่กรุงเทพฯ คือพัฒนาการจนมาเป็นกลุ่มทะลุฟ้า” นายจตุภัทร์เผย

ด้าน นายจิรภาส หรือแก๊ป นักเคลื่อนไหวกลุ่มทะลุแก๊ซ กล่าวว่า พวกเราเริ่มมาจากที่ดินแดง เห็นกลุ่มนักศึกษาโดนรัฐสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรง จนเราได้เริ่มพร้อมกับม็อบ REDEM ที่เดินมาบ้านพัก ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ซึ่งช่วงหลังจากนั้นไม่มีม็อบ

“ทะลุแก๊ซ เกิดจากควันหลงของกลุ่มคน ที่ยังอยากเรียกร้อง อยากสู้ต่อ พวกเราก็ไปกันโดยไม่มีการนัด หรือโพสต์ชวน จุดหมายไปหน้าราบ 1 แต่ไปไม่ถึง ถูกสลายทุกครั้งที่จะไป จนรวมตัวกันทุกวันตรงนั้น ไม่ได้เตรียมกันมา

พวกเราโดนกระทำจากรัฐตลอดเวลา แค่ผ่านก็โดนจับ โดนสกัด ข้อเรียกร้องเดียวตอนนั้น คืออยากให้ ประยุทธ์ลาออก มันเป็นความแค้นที่รัฐทำกับเรา ทำให้อยากออกไปตลอด ความรุนแรงเริ่มจากรัฐก่อน เราจึงรวมตัวสู้มาเรื่อยๆ” นายจิรภาสกล่าว

น.ส.เนติพร หรือบุ้ง กลุ่มทะลุวัง กล่าวว่า ส่วนตัว เมื่อตาสว่าง เราก็อยากที่จะเคลื่อนไหวอะไรสักอย่าง แรกเริ่มอยู่กับน้องๆ นักเรียนเลว เคลื่อนไหวประเด็นทางการศึกษา จนวันหนึ่ง ก่อนนักเรียนเลวจะจัดม็อบไดโนเสาร์ ที่สยาม ซึ่งจะเริ่มเปิดเพดานพูดเรื่องอื่นนอกจากการศึกษา ได้ไปเวิร์กช็อปเจอกับ ทนาย อานนท์ นำภา บอกว่า สิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้ คือการเคลื่อนไหวในรูปแบบของโพล

“ถ้าประเทศเป็นประชาธิปไตย คุณตั้งคำถามไปเลย จะไม่โดนคดีหรอก ปลอดภัย เพราะมันเป็นคำถาม และเป็นอะไรที่ติดอยู่ในใจตลอด อยากเคลื่อนไหว ตั้งคำถามในรูปแบบของโพล รอบๆ ตัวมีแต่เด็ก เยาวชน รู้จักกับน้องสายน้ำ เยาวชนคนแรกที่โดน ม.112 จากการใส่เสื้อครอปท็อป ซึ่งแนะนำให้มารู้จักกับใบปอ ใบปอเป็นคนมาถือโพลให้ โพลแรกที่เราทำคือ ‘ยกเลิก หรือ สนับสนุน 112’ พัฒนาเรื่อยมาจนเป็นทะลุวัง ในทุกวันนี้” น.ส.เนติพรเผย

ขณะที่ น.ส.ณัฐนิช หรือใบปอ กลุ่มทะลุวัง กล่าวว่า ตนแรกเริ่มเป็นนักเคลื่อนไหวอิสระ เป็นนักศึกษา มธ. ปี 1 เรียนทางด้านสายสังคม การพัฒนาสังคม เราเห็นปัญหาผ่านบริบททุกอย่างที่เราเจอจึงอยากออกมาเคลื่อนไหว ได้เจอพี่บุ้ง เริ่มทำกิจกรรมแรก เปิดหน้าสู้ครั้งแรกด้วยการทำโพล

ความรู้สึกที่จำได้ดี เราทำโพลหน้างานดนตรี เดือนธันวาคม มีการปะทะกันตั้งแต่เริ่มทำโพลกับผู้เห็นต่างทางการเมือง มีตำรวจลงพื้นที่ แต่ด้วยพลังประชาชนเข้ามาช่วยปิดจึงไม่โดนรวบไปก่อนในวันนั้น จากนั้น ทำโพลเรื่องการรับปริญญา และเรื่องอื่นๆ ก่อนรวมกลุ่มเป็นทะลุวัง ทำโพลแสดงความคิดเห็น

“การตั้งคำถาม ต้องไม่ปิดในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย แต่เราก็ยังเห็นการจัดการของรัฐ ที่มองเห็นช่องทาง ทำความรุนแรง และใส่คดีเราทุกอย่าง เพื่อจัดการกับรูปแบบการเคลื่อนไหวที่เปิดกว้างมากขนาดนี้ เราคิดมาแล้วว่า การสำรวจความคิดเห็น ถ้าคุณเห็นต่างก็สามารถมาร่วมแสดงความเห็นได้ แต่ตอนนี้แม้แต่แสดงความเห็นรัฐยังปิดกัน ตอนนี้ เพดานสิทธิเสรีภาพ ลดต่ำลงมาก แม้กระทั่งการที่ประชาชนออกมาพูด ก็ไม่ได้แล้ว” น.ส.ณัฐนิชกล่าว

ด้าน ผศ.ดร.กนกรัตน์ มองว่า เป็นแลนด์สเคป ที่น่าตื่นเต้นมาก ปัญหามาจากต่างจังหวัด ไผ่เป็นตัวแทนของเยาวชน ที่เริ่มเห็นปัญหาจากต่างจังหวัด และรู้ว่าแก้ในต่างจังหวัดอย่างเดียวไม่จบ จึงเข้ามาใน กทม.

เราเห็นแก๊ป ทะลุแก๊ซ ซึ่งเป็นคนที่อยู่ในเมือง เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อตัวเขาเอง เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของเขา มาถึงปัญญาชน นักศึกษา