วิปรัฐบาล นัดถก กม.สุราก้าวหน้า-กัญชาเตรียมความพร้อมเปิดสมัยประชุมสภา บอกการลงมติเป็นเอกสิทธิ์ ส.ส. ลั่นให้มองประโยชน์ ปชช.เป็นสำคัญ อย่ามองแค่ผลประโยชน์ทางการเมือง
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิปรัฐบาลเพื่อเตรียมพร้อมในการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญว่า ในวันพรุ่งนี้ (31 ตุลาคม) เวลา 13.30 น. จะมีการประชุมวิปรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะประชุมเรื่องหลักคือการพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับเรื่องที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีกฎหมายที่เป็นที่สนใจอยู่ 2 ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สรรพสามิต (ฉบับที่. …) พ.ศ. … หรือร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า กับร่าง พ.ร.บ.กัญชง กัญชา (ฉบับที่. …) พ.ศ. … เข้าใจว่า 2 เรื่องนี้ทางวิปรัฐบาลจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หากมีประเด็นสำคัญก็อาจจะต้องมีการเชิญผู้ที่เป็น กมธ.มาชี้แจงด้วย ว่าประเด็นที่มีการแก้ไขเป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อถามว่า จะมีการพูดถึงเรื่องการลงมติในร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ เลยหรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า เราจะมีการพูดถึงหลักการว่าในการพิจารณากฎหมายที่ กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว ก็จะเป็นเรื่อง กมธ.กับ ส.ส.ที่จะต้องมาสดงความคิดเห็นกันเป็นรายมาตรา ฉะนั้น เราต้องฟังความคิดเห็นของ กมธ.ทั้งเสียงข้างน้อยและเสียงข้างมาก ตลอดจนผู้แปรญัตติ อย่างไรก็ตาม ในหลักการแล้ววิปรัฐบาลก็จะเห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมาก ยกเว้นกรณีที่ กมธ.มีเสียงก้ำกึ่งกันก็จะต้องมาดูแต่ละเรื่องไป แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่เป็นเรื่อง กมธ.กับ ส.ส.
เมื่อถามว่า ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ที่ทางพรรค ปชป.ก็เคยมีจุดยืนว่าหากเป็นการใช้ในทางการแพทย์ ก็พร้อมที่จะสนับสนุนนั้น จะมีการพูดคุยเรื่องนี้ให้จบในวิปรัฐบาลเลยหรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า สำหรับหลักการนั้นแต่ละพรรคก็ยังยึดเหมือนเดิม ก็คงไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะกฎหมายที่เสนอเข้ามานั้นไม่ใช่เป็นกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือเสนอโดยรัฐบาลแต่เป็นการเสนอโดยพรรคการเมือง ฉะนั้น ก็จะต้องเป็นสิทธิของ ส.ส.แต่ละคนในการลงมติ
ถามต่อว่า หากเราเห็นแย้งกับ พ.ร.บ.กัญชา จะมีผลต่อพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า คิดว่าทุกพรรคคงเข้าใจว่าเป็นเรื่องระหว่าง ส.ส.กับ กมธ. แล้ว ส.ส.ก็มีเอกสิทธิ์ที่จะลงมติไม่อยู่ในอาณัติของใคร ซึ่งประเด็นคือไม่ใช่ความขัดแย้งของรัฐบาล แต่ประเด็นคือการที่ ส.ส.ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติทั้งหมด พิจารณาหรือตรวจสอบกฎหมายโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ อย่ามองแค่ผลประโยชน์ทางการเมือง เป็นนโยบายของพรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น
เมื่อถามว่า นอกจากกฎหมายนี้จะมีกฎหมายสำคัญอะไรเข้าอีกหรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทางการเมืองยังมีอีกหลายฉบับ แต่ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบงบประมาณหรือกฎหมายเกี่ยวกับการเงินอื่นๆ ขณะนี้ยังไม่มี ส่วนการประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็จะมีกฎหมายที่เกี่ยวกับปฏิรูปเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เช่น ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้หรือร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และยังมีประเด็นที่ฝ่ายค้านจะเสนอขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ซึ่งก็จะเป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาลคือการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันและยินดีที่จะให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบอย่างเต็มที่ แต่เราก็เรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลโดยรัฐมนตรีทุกกระทรวงแสดงผลงานให้ชัดเจน เพราะว่าเป็นช่วงสมัยสุดท้ายแล้ว

