ปชป. จัดเสวนา “ถอดบทเรียน ปัญหาซ้ำซากยาเสพติด” ด้าน ‘ผู้การแต้ม’ เสนอ 5 แนวทาง ป้องกัน-ปราบปราม-กฎหมายควบคุม-บำบัด-มาตรการทางสังคม
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม คณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดเสวนา “ถอดบทเรียนปัญหาซ้ำซาก ยาเสพติด” โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. พล.ต.ต.ดร.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการ ตำรวจนครบาล นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง และนายเควิน ฌ็อง โดนาท์ อดีตนักแสดงที่เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยมีนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคเป็นผู้ดำเนินรายการ
โดย นายองอาจ กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติที่คุกคามชีวิต ทรัพย์สิน ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น จึงอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และถอดบทเรียนปัญหายาเสพติดร่วมกัน อีกทั้งไม่สนับสนุนยาเสพติดในทุกรูปแบบ รวมถึงนโยบายกัญชาเสรี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรค ปชป. นอกจากนี้พรรค ปชป.ยังพร้อมในการเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ก้าวพลาดหลงทางเข้าไปสู่วังวนยาเสพติด ให้ได้กลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีเสมอ
ด้าน พล.ต.ต.ดร.วิชัย กล่าวว่า ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นรายวันในสังคมไม่ว่าจะเป็นจี้ ปล้นชิง วิ่งราว ฆ่า และอื่นๆ ล้วนมีสาเหตุมาจากยาเสพติดแทบทั้งสิ้น 80% ของคนที่ติดคุกก็เกิดจากยาเสพติด เด็กและเยาวชนกว่า 80% เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ปัจจุบันมีคนติดยาเสพติดมากกว่า 3 ล้านคนต่อวัน ในขณะที่ทุกรัฐบาลหยิบยกยาเสพติดขึ้นมาเป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติ แต่อยากตั้งคำถามว่าทำไมยาเสพติดกลับมีจำนวนเพิ่มทวีคูณขึ้นทุกวันและมีราคาถูกลงซึ่งทำให้เกิดการซื้อ-ขาย เพิ่มมากขึ้น เป็นเพราะว่าภาครัฐไร้ประสิทธิภาพ ไม่เอาจริงในการแก้ไขปัญหา เมื่อเฟืองตัวใหญ่ที่สุดไม่หมุน เฟืองตัวเล็กๆ จึงไม่หมุนตาม นักการเมืองและผู้ที่อยู่ในกลไกของอำนาจรัฐกลับเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง จึงทำให้ปัญหายาเสพติดเข้าขั้นวิกฤต ตำรวจเป็นเพียงปลายเหตุของปัญหา จึงทำให้ปัญหายาเสพติดลุกลามถึงขั้นวิกฤต การประกาศสงครามยาเสพติด จะเป็นแค่วาทกรรมหากทุกคนไม่พร้อมใจกันลุกขึ้นมาต่อสู้ ประเทศล่มจมแน่นอน

พล.ต.ต.ดร.วิชัย กล่าวต่อว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติด เริ่มจาก 1.ป้องกัน โดยให้ความรู้ตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม 2.ปราบปรามอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นทาง 3.ใช้กฎหมายให้เข้มข้นเพื่อสกัดการแพร่ระบาด 4.การตั้งศูนย์บำบัดรักษาที่ได้มาตรฐาน หนึ่งอำเภอหนึ่งศูนย์บำบัด และ 5.มาตรการทางสังคมที่ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันปราบปรามยาเสพติดให้หมดสิ้นไป
นพ.บัญญัติ กล่าวว่า บทเรียนจากเหตุการณ์ที่ จ.หนองบัวลำภูทำให้เห็นชัดว่ายาเสพติดระบาดทุกหนแห่ง รัฐบาลต้องขับเคลื่อนในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ต้องสร้างศูนย์บำบัดแบบองค์รวม หรือ บบส. เป็นหน่วยงานสำหรับทำหน้าที่บำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ปราบปรามอยู่แล้ว ก็คือ ป.ป.ส. เพื่อให้การบำบัดทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีโครงสร้าง มีงบประมาณ และอัตรากำลัง เพื่อดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ และสามารถทำให้ผู้ติดยาหายขาดได้จริง ไม่ใช่การบำบัดทิพย์ที่ท้ายที่สุดผู้ออกจากศูนย์บำบัด ไม่สามารถใช้ชีวิตต่อไปในสังคมได้ และยังต้องกลับมาข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ในขณะเดียวกันโรงพยาบาลไม่ควรแยกแผนกบำบัดผู้ติดยาออกจากจิตเวช เพราะเป็นส่วนที่ต้องดูแลเชื่อมโยงกัน และยาเสพติดส่งผลต่อเรื่องสุขภาพจิต

ขณะที่ นายเควิน กล่าวว่า ผมเคยก้าวพลาดเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาไอซ์ ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วงการแสดง จนถูกตัดสินจำคุก 18 ปี แต่ได้รับการลดหย่อนเหลือโทษจำคุก 6 ปี เนื่องจากเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม ซึ่งยาเสพติดทำให้เขาสูญเสียความเป็นมนุษย์ สูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเอง ดังนั้น จึงแนะนำว่าการเลือกคบเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญมาก หากคบเพื่อนที่ดีจะนำไปสู่สิ่งที่ดี แต่ถ้าคบเพื่อนที่ติดยาก็จะทำให้ติดยาไปด้วย จึงอยากให้ทุกคนนึกถึงครอบครัว พ่อแม่ พี่น้องที่รักและเป็นห่วงเรามากที่สุด การใช้ชีวิตในเรือนจำไม่ใช่เรื่องสนุก แต่เป็นความทุกข์ทรมานของชีวิต ขาดอิสรภาพ จึงอยากให้ทุกคนห่างไกลจากยาเสพติดเพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสดีๆ ในชีวิตอย่างที่เคยประสบมา

นางดรุณวรรณ กล่าวว่า พรรค ปชป.มีจุดยืนที่ชัดเจนในการไม่สนับสนุนเรื่องยาเสพติด รวมถึงนโยบายเรื่องกัญชาเสรี แต่เห็นด้วยกับการใช้กัญชาในทางการแพทย์ เพราะภัยของยาเสพติดนั้น นอกจากจะเป็นสิ่งที่จะบ่อนทำลายประเทศชาติ ก่อให้เกิดความรุนแรงในชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสทางด้านเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เพราะจะต้องนำงบประมาณส่วนหนึ่งมาใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด แทนที่จะได้นำงบประมาณในส่วนนี้ไปใช้ในการพัฒนาประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ขณะที่ครอบครัวถือเป็นสถาบันทางสังคมที่สำคัญ ที่จะช่วยเป็นเกราะป้องกันที่ดี ไม่ให้เยาวชนหันไปหายาเสพติดได้


