หน้าแรก การเมือง รสนาถาม หาก ส...

รสนาถาม หาก สนช.ผ่าน กม.ปิโตรเลียม จะมีคนเข้าชื่อถอดแบบนิรโทษสุดซอยหรือไม่

18.11.16 | 16:17 น.
แฟ้มภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน นางสาวรสนา โตสิตระกูล ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงาน อดีต ส.ว.กทม. โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุว่าเหตุการณ์ที่ประชาชนเข้าชื่อถอดถอน ส.ส. 310 คนที่โหวตผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกไหมกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หากมีการโหวตผ่านร่างกฎหมายปิโตรเลียม 2 ฉบับ ที่เป็นเครื่องมือผ่องถ่ายทรัพยากรปิโตรเลียมที่มีมูลค่าปีละ 4-5 แสนล้านบาทไปให้เอกชน ทั้งที่ประชาชนคัดค้าน ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ท้วงติงให้มีการแก้ไขให้เป็นไปตามผลการศึกษาของสภานิติบัญญัติเองก็คงไม่ฟัง ประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมาย 2 ฉบับนี้ ออกมาแถลงข่าวว่าจะให้ผ่านในชั้นกรรมาธิการในวันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2559 เพื่อเร่งให้ร่างกฎหมาย 2 ฉบับนี้ขึ้นสู่สายพานการผลิตขั้นตอนสุดท้ายในสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ได้ภายในเดือนธันวาคมนี้


นางสาวรสนาระบุว่า “การใช้อำนาจโดยไม่ฟังคำทักท้วง ทั้งที่รู้ว่าร่างกฎหมาย 2 ฉบับมีปัญหา ไม่ได้แก้ไขตามผลการศึกษาของ สนช.เอง ซึ่งจะส่งผลที่อาจก่อให้เกิดการรั่วไหลของภาษี ค่าภาคหลวง และรายได้แผ่นดินอื่นๆ จึงเป็นพฤติการณ์ที่น่าจะเข้าข่ายการกระทำทุจริตเชิงนโยบาย เหมือนในอดีตที่นักการเมืองจากการเลือกตั้งก็เคยทำ”

และว่า “การโหวตผ่านกฎหมายปิโตรเลียม 2 ฉบับนี้ จะเข้าเงื่อนไขเป็นการจงใจเล็งเห็นผลที่จะถ่ายโอนผลประโยชน์ให้เอกชนมากกว่ารักษาประโยชน์ของประเทศ ระวังวิบากกรรมจะตามมาเมื่อท่านหมดจากอำนาจ ในห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศกของคนไทยในขณะนี้ที่สูญเสีย “พ่อของแผ่นดิน” ในยามนี้ คนไทยรู้สึกว้าเหว่ที่เคยมี “พ่อ” ที่พร้อมมานั่งรับฟังความทุกข์ของลูกๆ อย่างตั้งใจ และยื่นมือมาแก้ปัญหาให้ คนไทยรู้สึกมีที่พึ่งในยามอับจน ยังสามารถยื่นฎีกาบอกพ่อได้ แต่มาวันนี้คนที่ยึดอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ไว้ในมือ กลับไม่ฟังเสียงของประชาชน อย่าว่าแต่จะมานั่งฟังประชาชนอย่างที่ “พ่อ” เคยทำเลย

แม้แต่จะยื่นจดหมายร้องทุกข์ยังยากยิ่งกว่ายื่นฎีกากับ “พ่อของแผ่นดิน” เสียอีก ประชาชนยิ่งว้าเหว่ และบ้านเมืองก็วังเวงเมื่อไม่มี “พ่อ” ในวันนี้

Advertisement