หน้าแรก การเมือง ทักษิณ ปลื้ม ...

ทักษิณ ปลื้ม ลูลาเพื่อนรัก คว้าเก้าอี้ ปธน.บราซิล ปิยบุตร ยก โดนฝ่ายขวาถล่มหนัก ยังสกัดไม่อยู่

31.10.22 | 12:54 น.

‘ทักษิณ’ ปลื้ม ลูลาเพื่อนรัก คว้าเก้าอี้ ปธน.บราซิล ‘ปิยบุตร’ ชี้ ฝ่ายขวาถล่มหนัก ยังสกัดไม่อยู่

วันที่ 31 ต.ค. 2565 ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความผ่าน @ThaksinLive ถึงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิล โดยลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา อดีตประธานาธิบดีบราซิลจากพรรคแรงงาน (PT) ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีรอบที่สอง โดยทักษิณระบุว่า คงไม่มีอะไรที่ใหญ่พอที่จะกักขังพลังมุ่งมั่นของเขาได้

“คงไม่มีอะไรที่ใหญ่พอที่จะกักขังพลังมุ่งมั่นของเขาได้ บัดนี้ผู้นำที่ยอดเยี่ยมและวีรบุรุษที่แท้จริงของชนชั้นทำงานของชาวบราซิลได้คืนชีพกลับมาจากเถ้าธุลีแล้ว”

“ในฐานะที่เคยทำงานร่วมกันมาและได้พบปะกันหลายครั้งผ่านการเยือนอย่างเป็นทางการ ขอแสดงความยินดีกับ ลูอิส อีนาซียู ลูลา ดา ซิลวา อดีตผู้นำสหภาพแรงงานชาวบราซิล ที่ได้กลับคืนสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งผ่านการเลือกตั้งอย่างสง่างามครับ เดินหน้าเลยลูลาเพื่อนรัก”

ด้านปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า เขียนข้อความแสดงความยินดี ระบุว่า

Advertisement

“ดีใจและขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ลูลาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิล แม้กลไกรัฐฝ่ายขวาใช้ ‘นิติสงคราม’ สกัดกั้นเขาอย่างไร ในที่สุดเขาก็ต่อสู้จนกลับมาได้เป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง”

นายลูลา ดา ซิลวา อดีตประธานาธิบดีบราซิล จะกลายเป็นประธานาธิบดีบราซิลสมัยที่ 3 หลังสามารถเอาชนะการเลือกตั้งรอบ 2 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม ได้รับชัยชนะเหนือนายฌาอีร์ โบลโซนารู ประธานาธิบดีบราซิลคนปัจจุบัน หลังการนับคะแนนไปได้ราว 98% นายดา ซิลวา มีคะแนนนำที่ 50.83% ขณะที่นายโบลโซนารู ได้คะแนนสนับสนุนไป 49.17% ซึ่งถือเป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างสูสี หลังจากที่การเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ไม่มีใครในผู้สมัครทั้งสองรายที่ได้รับเสียงสนับสนุนเกินครึ่งหนึ่ง ทำให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งรอบสองตามมา

ประชาชนชาวบราซิลมากกว่า 156 ล้านคนที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในปีนี้ ขณะที่ผู้สมัครทั้งสองได้ทำการลงคะแนนเสียงไปตั้งแต่ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ และยังไม่มีรายงานความรุนแรงที่เกี่ยวเนื่องกับการเมืองใดๆ เกิดขึ้นในวันเลือกตั้ง ดา ซิลวา ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิลมาแล้ว 2 สมัยในระหว่างปี 2003-2006 และ 2007-2011 ภายใต้การเป็นผู้นำของเขาเศรษฐกิจของบราซิลเจริญเติบโตขึ้นเนื่องจากผลพลอยได้ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งช่วยสนับสนุนโครงการสวัสดิการสังคมขนาดใหญ่ และขจัดความยากจนให้กับคนหลายล้านคน โดยเขาได้รับคะแนนนิยมสูงถึง 90% หลังออกจากตำแหน่ง

อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมามีการสอบสวนเกี่ยวกับคดีทุจริตคอร์รัปชั่นที่ใหญ่ที่สุดของบราซิล ซึ่งนำไปสู่การตั้งข้อหานักการเมืองและนักธุรกิจระดับสูงหลายร้อยคนทั่วลาตินอเมริกา นายดา ซิลวา ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาทุจริตและฟอกเงินในปี 2017 แต่ศาลได้ยกเลิกคำพิพากษาเมื่อเดือนมีนาคม 2021 ซึ่งทำให้เขาสามารถกลับมาสู่เส้นทางการเมืองได้อีกครั้งหนึ่ง