อดีตรมช.คลัง เบิกความจำนำข้าว แจงดอกเบี้ยพุ่งปีละ1.2หมื่นล้าน เหตุเกิดรัฐประหาร หมดโอกาสทำงานต่อ ศาลออกข้อกำหนดใหม่หลังอัยการโดนขู่
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีจำนำข้าว พร้อมองค์คณะรวม 9 คน ไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 6 คดีหมายเลขดำ อม.22/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อายุ 49 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท
วันนี้ฝ่ายจำเลยเตรียมพยานให้ศาลไต่สวน 2ปาก มีนายอำพน กิตติอำพน อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต รมช.คลัง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี มีสีหน้าสดชื่น แจ่มใส และยังคงมีมวลชนจำนวนมาก เดินทางมาให้กำลังใจเหมือนเช่นเคย
โดย นายทนุศักดิ์ เบิกความสรุปว่า ในฐานะรมช.คลัง รับหน้าที่กำกับดูแลในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ได้รับแต่งตั้งจากรมว.คลัง นโยบายจำนำข้าวมีการกำหนดกรอบวงเงินไว้ 5 แสนล้านบาท จะมีการใช้เงินเกินกรอบไม่ได้ หากใช้เงินเกิน จะทำผิดมติครม. ส่วนเรื่องการใช้เงินในโครงการเกินกว่า 8 แสนล้าน จะผิดมติครม.ที่ระบุไว้ 5 แสนล้านนั้น เป็นเงินที่ใช้แต่ละรอบ วงเงินกว่า 8 แสนล้านบาทจึงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สิ้นปีจะต้องทำให้ตัวเลขลงมาให้ได้ไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ส่วนเรื่องดอกเบี้ยตกปีละ 12,000 ล้านบาทนั้น รัฐบาลในขณะนั้นไม่ได้คาดคิดมาก่อน เพราะไม่คิดว่าจะมีการรัฐประหาร ถ้าปล่อยให้รัฐบาลมีโอกาสทำงานต่อ ป่านนี้ระบายข้าวหมดตั้งแต่ปี2558แล้ว ส่วนที่ถามเรื่องรัฐบาลคิดกำไรขาดทุนของต้นทุนข้าวสาร ซึ่งต้นทุนข้าวสารกิโลกรัมละ 24 บาท แต่ขายออกราคากิโลกรัมละ13บาทนั้น ต้องบอกว่า การระบายข้าวถ้ามัวแต่มาคิดว่าทำนโยบายจะได้กำไรเท่าไหร่นั้น ก็ไม่ต้องมาคิดนโยบายลักษณะแบบนี้แล้ว การขายข้าวได้ราคาเท่าไหร่นั้นต้องดูกลไกตลาดในขณะนั้นเป็นหลัก
นายทนุศักดิ์ เบิกความด้วยว่า ถ้าเราคิดว่าต้นทุนแพง การคิดที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างชีวิตใหม่ให้ประชาชนได้เกิดใหม่คงเป็นไปไม่ได้ สำหรับโครงการนี้ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ใช้เงินในโครงการทั้งหมด 8.7 แสนล้านบาท เป็นดอกเบี้ย 3.6 หมื่นล้านบาท ตลอดข้าว 5 ฤดูกาลมียอดค้างชำระเงินกู้ 4.1 แสนล้านบาท ไม่เกินกรอบที่กำหนดไว้ ครม.มีการรวบรวมข้อมูลเสนอแนะจากหน่วยงานต่างๆในโครงการรับจำนำข้าว แต่ข้อมูลไม่ตรงกันเกี่ยวกับเรื่องคำนวณมูลค่าราคาสินค้าจากข้อเสนอแนะของกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการท้วงติง
ส่วนเรื่องปัญหาการสวมสิทธิ์ข้าว นายทนุศักดิ์ เบิกความว่า ทำได้ยากเพราะเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีชาวนาโดยตรงตามใบประทวน และยังมีประชาคมหมู่บ้านคอยตรวจสอบก่อนผ่าน ธ.ก.ส.รับรองอีกครั้ง ส่วนที่มีข่าวว่าเจ้าของโรงสีส่งหน้าม้ามาบีบคั้นชาวนา ตนไม่ทราบ คิดว่าเป็นเรื่องบุคคล ส่วนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีการดำเนินคดีในเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีการลงโทษคนผิด ส่วนเรื่องที่มีชาวนาฆ่าตัวตายจากการจ่ายเงินล่าช้านั้น ยอมรับว่ามี แต่ไม่ใช่ความผิดรัฐบาล เป็นเพราะมีผู้ประท้วงปิดหลายหน่วยงานทำให้เกิดผลกระทบในการจ่ายเงินช่วยชาวนาของรัฐบาล
นายทนุศักดิ์ เบิกความต่อถึงเรื่องหนังสือท้วงติงจากหน่วยงานต่างๆ ว่า อย่าง สตง.เสนอให้รัฐบาลใช้ข้อมูลการตรวจสอบไปปรับปรุงโครงการ เพิ่มมาตรการตรวจสอบทุจริต และเพิ่มประสิทธิภาพ ทาง ครม.ได้รับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ อย่างเรื่องการสวมสิทธิเราก็ตรวจสอบพบ200กว่ารายจาก1ล้านราย ส่วนเรื่องที่ ป.ป.ช.เสนอให้ยกเลิกโครงการโดยใช้งานวิจัยจากทีดีอาร์ไอ พบว่า ทางยุทธศาสตร์ได้รับฟังข้อเสนอแนะแต่ยังพบว่า งานวิจัยดังกล่าวมีการเสนอแนะให้ยกเลิกมาตั้งแต่เริ่มโครงการ ขณะที่ข้อเสนอแนะจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องไม่ได้เสนอให้ยกเลิกโครงการแต่เป็นการเสนอแนะปรับปรุงเพื่อป้องกันความเสียหาย
ทั้งนี้ในส่วน นายอำพน พยานจำเลยอีกปากที่ทนายความ ปรากฏว่า มีอาการป่วยจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และมีเลือดออกหลังการผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจ แพทย์วินิจฉัยขอให้ยุติการทำภารกิจต่างๆ ไว้ก่อน ศาลจึงให้เลื่อนไต่สวนพยานปากนี้ก่อน
ขณะที่ ภายหลังจบการไต่สวน ศาลได้อ่านกระบวนวิธีพิจารณา ว่า ก่อนจะเริ่มไต่สวนพยาน องค์คณะฯชี้แจงว่า อัยการโจทก์ยื่นคำร้อง ระบุว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ขณะกำลังจะออกจากห้องพิจารณา มีบุคคลชายหญิงมาร่วมฟังการพิจารณาคดี แสดงพฤติกรรมลักษณะข่มขู่โจทก์ด้วยการจ้องหน้าด้วยความเคียดแค้น จนทำให้เกิดความหวาดกลัวกดดันในการทำคดีนี้ ศาลจึงจะออกข้อกำหนดเตือนผู้ที่อยู่ในห้องพิจารณาและบริเวณโดยรอบศาล ห้ามแสดงพฤติกรรมข่มขู่โจทก์ จำเลย และพยานในลักษณะเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกายและทรัพย์สินของโจทก์ จำเลย และพยาน รวมทั้งห้ามพกพาอาวุธ หรือถ่ายภาพในห้องพิจารณา และกระทำการใดอันเป็นการละเมิดอำนาจศาล ซึ่งองค์คณะฯ จะให้ติดประกาศข้อกำหนดนี้ไว้ที่หน้าอาคารศาล โดยให้ทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืน จะถูกลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาล ส่วนบุคคลที่โจทก์อ้างถึงและมีภาพถ่ายยืนยันต่อศาลแล้ว ศาลจะออกหมายเรียกมาไต่สวนในวันที่ 9 ธันวาคม เวลา 09.30 น. และหากเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นจริง ถือว่าอาจทำให้คดีนี้เกิดความไม่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังการพิจารณาเสร็จ ประชาชนที่มาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้นำงอบเขียนข้อความว่า “รักปูนะ” มาใส่รอถ่ายรูปร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมระบุว่า เป็นชาวนาจากจังหวัดต่างๆอาทิ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อุบลราชธานี เดินทางมาตั้งแต่เมื่อคืน มาให้กำลังใจ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ถ่ายรูปได้ แต่อย่าส่งเสียงดังมาก ขณะที่ทีมงานขอให้ชาวนาถอดงอบก่อนถ่ายรูป

