หน้าแรก การเมือง หลากมุมมองจาก...

หลากมุมมองจาก กกต.จังหวัดใหญ่ ต่อท่าที กรธ.เสนอยุบ ตั้งผู้ตรวจการแทน

18.11.16 | 17:30 น.

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 ภายหลังจากที่ กรธ.ได้เสนอให้มีผู้ตรวจการการเลือกตั้งแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จนเกิดการถกเถียงมาแล้วนั้น ล่าสุด กกต.หลายจังหวัดได้มีปฏิกิริยาต่อประเด็นดังกล่าวต่างกัน อย่างนายสุรพล สายพันธ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีและอดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุบลราชธานี (กกต.อุบลฯ) กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วมองว่า กกต.จังหวัดยังมีความจำเป็นอยู่และยังมีส่วนสำคัญต่องานกำกับและตรวจสอบการเลือกตั้งในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก กกต.จังหวัดมีความชำนาญในพื้นที่เป็นอย่างดี กรณีที่จะมีผู้ตรวจการการเลือกตั้งมาทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัด อาจจะดูได้แค่สำนวนเท่านั้น จะไม่รู้ข้อมูลเชิงลึกเท่าที่ควร และในส่วนกรณีการทำหน้าที่ของ กกต.จังหวัดพบปัญหาเรื่องการทำงานที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร มีเสียงร่ำลือเรื่องการซื้อเสียงทั่วทุกหัวระแหง นั้น หากขาดความเที่ยงธรรมในการทำหน้าที่โดยปกติแล้วก็มีกฎหมายควบคุม มีบทลงโทษอยู่แล้ว หากพบว่า กกต.จังหวัดดำเนินการไม่โปร่งใส จึงเห็นว่าน่าจะมี กกต.ระดับจังหวัดไว้เช่นเดิม

ด้านนายศิริชัย วิริยพงศ์ ผอ.กกต.จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เรื่องนี้คาดว่าอาจารย์มีชัย ฤชุพันธ์ ประธาน กรธ. คงจะมีแนวความคิดที่ไม่อยากให้ กกต.ประจำจังหวัด ถูกการเมืองในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ เข้ามาครอบงำ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการตรวจสอบการเลือกตั้งในภายหลัง เพราะ กกต.ประจำจังหวัดเป็นคนในพื้นที่ โดยการตั้งผู้ตรวจการไว้ประมาณ 100 คน แล้วจับฉลากเวียนกันลงพื้นที่ไปตรวจการในแต่ละพื้นที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อไม่ให้นักการเมืองรู้ว่าใครจะมาตรวจสอบบ้าง แล้วส่งขึ้นตรงกับ กกต.ส่วนกลางทีเดียว ซึ่งตนก็ยังไม่อยากจะไปวิพากษ์วิจารอะไรมากนัก เพราะเป็นแนวความคิดของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ต้องรอฟังความชัดเจนอีกครั้ง และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกอย่างเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ขณะที่ นายอานนท์ มนัสวานิช อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสงขลา ให้ความเห็นกรณีกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)เสนอให้มีการแต่งตั้ง กกต.ประจำจังหวัด ตามภารกิจ ว่าหากมีการสรรหา กกต.ประจำจังหวัด เป็นครั้งคราว ตามภารกิจการเลือกตั้งนั้น มองว่าจะสร้างปัญหาในการทำงาน เพราะงานจะไม่ต้องเนื่อง การจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้งนั้นเริ่มตั้งแต่เมื่อตำแหน่งว่างลง ก็จะมีการประชุมดำเนินการเตรียมจัดการเลือกตั้งมีกระบวนการต่างๆมากมาย ไปจนถึงวันเลือกตั้ง เลือกตั้งแล้วเสร็จก็ยังต้องดูว่ามีการร้องเรียนอย่างไรหรือไม่  จึงถือว่าเป็นงานที่มีความจำเป็น ต้องต่อเนื่อง มาเป็นภารกิจ สู้ไม่ต้องมี กกต.ประจำจังหวัดจะดีกว่า โดยให้อำนาจ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำแต่ละจังหวัด ทำหน้าที่แทน เมื่อจะมีการเลือกตั้งแต่ละครั้งก็ให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ ประจำท้องถิ่นนั้นๆ เข้ามาทำหน้าจัดการเลือกตั้ง  ซึ่งจะคล่องตัวมากกว่าการแต่งตั้ง กกต.จังหวัด เป็นผู้ตรวจการ เป็นครั้งคราวไป

นายอานนท์กล่าวอีกว่า ยิ่งให้มีการแต่งตั้ง กกต.แต่ไม่มีเงินเดือน และให้มีเฉพาะเบี้ยประชุม แต่ละเดือนประชุมไม่เกิน 2 ครั้ง อันนี้ก็ยิ่งแย่ใหญ่ เป็นไปไม่ได้ที่จะจำกัดให้มีการประชุมเพียงเดือนละ 2ครั้งเพราะมีเรื่องต้องรับทราบมากมาย ดังนั้นจึงมองว่าการจะแก้ไข การเซ็ตซีโร่ ก็จะต้องแก้แล้วให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานมากกว่าเดิม ไม่ใช่แก้แล้ว สร้างปัญหา ไม่สามารถทำงานได้ ที่สำคัญหากคิดต้องการที่จะประหยัดค่าใช้จ่าย ก็มองว่าสามารถกำหนดอัตราเงินเดือนที่ไม่ต้องสูงมากให้แก่ กกต.จังหวัดทั้ง 5 คน  แม้ขณะนี้ก็ไม่ได้ถือว่าสูงอยู่แล้ว โดยต้องทราบด้วยว่า บางท่านเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ก็ไม่ได้หวังที่จะรับเงินเดือนรายได้จากส่วนนี้แต่อย่างใด