หน้าแรก การเมือง ตีกลองกระหึ่ม...

ตีกลองกระหึ่ม จุดเทียนครวญ ‘นักสู้ธุลีดิน’ เหล่าผีชู 3 นิ้ว ‘อาลัยลุงนวมทอง’ ร้องลั่น ปล่อยเพื่อนเรา

31.10.22 | 20:04 น.

ตีกลองกระหึ่ม จุดเทียนครวญ ‘นักสู้ธุลีดิน’ เหล่าผีชู 3 นิ้ว ‘อาลัยลุงนวมทอง’ ร้องลั่น ปล่อยเพื่อนเรา

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ จัดกิจกรรม “Dead or Breathe” รำลึกถึงการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เนื่องในวาระครบรอบการเสียชีวิตของ นายนวมทอง ไพรวัลย์ ผู้ขับรถแท็กซี่ชนรถถังเพื่อประท้วงการทำรัฐประหาร เมื่อปี 2549 ก่อนผูกคอปลิดชีวิตตนเองในวันที่ 31 ตุลาคม 2549 และยังเป็นวันคล้ายวันเกิดของ นายสยาม ธีรวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาด้วยมาตรา 112 จากการแสดงละครเรื่อง “เจ้าสาวหมาป่า” ในงานรำลึก 40 ปี 14 ตุลาฯ ในสมัยรัฐบาล คสช.

อ่านข่าว : แต่งผี จี้เลิก 112 ปลดปล่อยวิญญาณเสรี โวยเพื่อนถูกขังจากสงกรานต์ถึงฮาโลวีน

‘ผีขายชาติ’ ตามหลอนกลางหอศิลป์ ล่าหาเพื่อน ถูกขังฟรีกว่า 200 วัน

บรรยากาศ เวลา 18.12 น. เริ่มมีการบรรเลงดนตรีจากกลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีการตีกลองและฉาก ผสานกันเป็นจังหวะ จากนั้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมกันเดินวนรอบวงดนตรีพร้อมชู 3 นิ้วและถือเทียนไว้ในมือ ระหว่างนั้น น.ส.แทนฤทัย แท่นรัตน์ หนึ่งในผู้จัดกิจกรรม ได้กล่าวบทกวี “แด่เธอ…ผู้ใฝ่ความดีงาม” ของ ยังดี วจีจันทร์ โดยมีใจความว่า

Advertisement

“หมดจิตหมดใจจะใฝ่ฝัน การสร้างสรรค์ย่อมสิ้นแผ่นดินหมอง
กลัวน้ำตาไหลหลั่งดั่งน้ำนอง ก็จะต้องเห็นแก่ตัวชั่วนิรันดร์
ไม่อาจไปถึงได้โดยไม่ก้าว กอดดวงดาวไม่ได้หากไร้ฝัน
จิตแกร่งเพราะใจกล้าประจัญ การสร้างสรรค์เรียกร้องต้องอดทน

การเป็นคนที่ดีชีวิตหนึ่ง ก็ต้องซึ้งแสบพ่ายอยู่หลายหน
บททดสอบย่อมสร้างวีรชน และทำร้ายหลายคนเสมอมา
เธอจึงรู้สึกว่าถ้าใฝ่ฝัน ชั่วชีวันต้องจำเจและเหว่หว้า
หมดเสียแล้วรอยยิ้มลิ้มน้ำตา คล้ายกับว่าใช้ชีวิตผิดผู้คน

มันก็น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย ที่ต้องคอยจุดไฟในคืนหม่น
ต้องออกปากฝากรักประชาชน จนตัวตนต้องตกต่ำอยู่ร่ำไป
ขณะที่หลายคนเขาบ่นเบื่อ แต่เธอกลับต้องเชื่อในวันใหม่
ขณะเพื่อนเลิกเป็นเพื่อนเฉือนหัวใจ ต้องแน่นหนักรักใครประชาชน

แล้วเมื่อทุกข์ใจใครจะเห็น กลายเป็นศพเน่าเหม็นใครจะหม่น
ก็คงมีคนไทยไม่กี่คน มาท่องบ่นความดีวีรกรรม
ความรู้สึกท้อแท้ก่อเกิดได้ และไม่ใช่ความผิดความคิดตํ่า
ทุกคนเมื่อหนาวเหน็บก็เจ็บช้ำ ทุกคนเมื่อเจ็บช้ำชักท้อใจ

แต่คนที่ผิดหวังแล้วยังสู้ ก็คือผู้ที่โลกพร้อมจะยอมให้
มิใช่คนแปลกประหลาดประการใด และมิใช่มีแต่กลุ้มสุมกมล
จริงอยู่บางครั้งยังเหว่หว้า จริงอยู่หลั่งน้ำตามาหลายหน
แต่ไม่จริงที่ว่าประชาชน จะมีเพียงคนสองคนบนดวงดาว”

จากนั้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันตะโกนพร้อมกันว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ” ตามด้วยการเปล่งบทกวีของ วิสา คัญทัพ ซึ่งมีใจความว่า “ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่ เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไผ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” ก่อนร่วมกันตะโกนว่า “ปล่อยเพื่อนเรา” “ยกเลิก 112”

ต่อมา น.ส.แทนฤทัย ได้นําผู้เข้าร่วมกิจกรรมทําการยืนไว้อาลัยให้แก่ นายนวมทอง ไพรวัลย์ ผู้ขับรถแท็กซี่ชนรถถังเพื่อประท้วงการทำรัฐประหาร เมื่อปี 2549 และผูกคอปลิดชีวิตตนเองในวันที่ 31 ตุลาคม 2549 เป็นเวลา 3 นาที จึงเป็นอันเสร็จสิ้นกิจกรรม

ทั้งนี้ หลังจบกิจกรรม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรายหนึ่งนําร้องเพลง “นักสู้ธุลีดิน” จากนั้น ผู้ร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันตะโกนว่า “ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยผู้บริสุทธิ์ คืนสิทธิการประกันตัว ยกเลิก 112” ก่อนจะแยกย้ายเดินทางกลับ