สถานีคิดเลขที่ 12 : นิยม ‘พิธา’-‘เพื่อไทย’

1.11.22 | 09:33 น.
ถานีคิดเลขที่ 12 : นิยม‘พิธา’-‘เพื่อไทย’ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับมุมมองที่ว่า

สถานีคิดเลขที่ 12 : นิยม‘พิธา’-‘เพื่อไทย’

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับมุมมองที่ว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นจากนิด้าโพลเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมมีความน่าสนใจ
นิด้าโพลสำรวจคนกรุงเทพฯ ในหัวข้อ คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคน กทม.
สำรวจกันสดๆ ใหม่ๆ ระหว่างวันที่ 21-27 ตุลาคมที่ผ่านมา

ผลการสำรวจระบุว่า คนที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้

อันดับ 1 ร้อยละ 20.40 คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล
เหตุผลเพราะเป็นคนมีความมุ่งมั่น มีความรู้ความสามารถ เป็นคนรุ่นใหม่ และชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล
ขีดเส้นใต้คนรุ่นใหม่ และนโยบายพรรค

ส่วนอันดับ 2 ร้อยละ 15.20 คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เหตุผลเพราะ มีความซื่อสัตย์ ชื่นชอบผลงาน ทำให้บ้านเมืองสงบ และต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง
ขีดเส้นคำว่าซื่อสัตย์ และบริหารงานต่อเนื่อง

Advertisement

อันดับ 3 ร้อยละ 14.10 คือ น.ส.แพทองธาร หรือ อุ๊งอิ๊ง ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย
เหตุผลเพราะ มีความรู้ความสามารถ เป็นคนรุ่นใหม่

ส่วนพรรคการเมืองที่คนกรุงเทพฯมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 28.50 คือ พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 26.45 คือ พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 9.50 คือ พรรคพลังประชารัฐ

อันดับ 4 ร้อยละ 9.45 คือ พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 3.05 คือ พรรคชาติพัฒนากล้า อันดับ 6 ร้อยละ 2.90 คือ พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 7 ร้อยละ 2.75 คือ พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.10 คือ พรรคภูมิใจไทย

ผลโพลที่ปรากฏ และเคยปรากฏหลายครั้ง ยังคงเทน้ำหนักไปที่พรรคฝ่ายค้าน แม้สนามกรุงเทพฯ จะเป็นสนามปราบเซียน เพราะยังมี “เสียงเงียบ” ที่จะออกมาเทแต้มให้ในวันเลือกตั้งอยู่บ่อยๆ แต่ถือว่า ณ เวลานี้คนกรุงหันไปนิยมฝ่ายค้าน

โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย
โดยเฉพาะนายพิธา และ น.ส.แพทองธาร
ทั้งคู่ติดอันดับต้นๆ และอยู่ในอันดับที่ไม่แพ้แชมป์ปัจจุบันอย่าง พล.อ.ประยุทธ์

แม้แต่พรรคการเมืองที่เดิมพื้นที่ กทม. ครอบคลุมไปด้วยพรรคพลังประชารัฐ แต่ผลโพลครั้งนี้พรรคเพื่อไทยกลายเป็นขวัญใจ

เปรียบเทียบกับการเลือกตั้ง ส.ก.ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยก็ทำพื้นที่ได้ดีจนคนกรุงเลือก

สำหรับนายพิธาที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับ 1 มีเหตุผลที่น่าติดตาม
นั่นคือ นอกจากคนรุ่นใหม่แล้ว ยังมีเหตุผลเรื่องนโยบายพรรค
พรรคก้าวไกลเพิ่งเปิดตัวนโยบายของพรรคเมื่อกลางเดือนตุลาคม และถูกโจมตีหนัก
ส่วนการสำรวจความคิดเห็นครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม แต่แทนที่นโยบายของพรรคก้าวไกลจะเป็นจุดอ่อน กลายเป็นจุดแข็ง
นี่แสดงว่า ยังมีนโยบายอื่นๆ ของพรรคก้าวไกลอีกหลายประการที่ได้รับความสนใจ

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแค่พื้นที่กรุงเทพฯ และเป็นเพียงแค่เริ่มต้นหาเสียง
รัฐบาลและสภายังมีอายุข้ามปี กำหนดการเลือกตั้งอยู่ประมาณกลางปีหน้า
แม้จะมีระยะเวลาอีกหลายยกในการต่อสู้ แต่เมื่อฝ่ายค้านซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ฝ่ายรัฐบาลมาแรง
การหาเสียงเลือกตั้งที่กำลังจะถึงแบบเต็มรูปแบบหลังยุบสภาก็เป็นเรื่องน่าติดตาม

ผลโพลที่สำรวจคนกรุง หลังจากหลายพรรคเปิดทั้งทีม และเปิดตัว รวมถึงนโยบายหาเสียงมาแล้วพักใหญ่ เป็นเหมือนผลสอบย่อยก่อนสอบใหญ่
แต่ทุกสนามสอบย่อยโปรดดูเปอร์เซ็นต์ร้อยละที่คนนิยม
ถ้าจะปล่อยให้ทิ้งห่างกันมากๆ
พอถึงวันสอบใหญ่ แม้จะมั่นใจเช่นไร
ทั้งแชมป์เก่าอย่างพลังประชารัฐ หรือเจ้าถิ่นอย่างประชาธิปัตย์ ก็คงต้องลุ้นกันตัวโก่ง

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]