เพียงประสบเข้ากับ “กระแส” อันมากับร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ต้องสะบัดร้อนสะบัดหนาว
จำเป็นต้องงัด “กฎกระทรวง” ออก “ต้าน”
ทั้งๆ ที่เมื่อแรกผลักดันผ่านพรรคอนาคตใหม่ และเมื่อคนของพรรคก้าวไกลนั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการ “งบประมาณ”
ก็เคย “ถกแถลง” ตั้งแต่เมื่อปี 2562
แต่คำตอบไม่ว่าจะจากรัฐบาล ไม่ว่าจะจากกระทรวงการคลังไม่สามารถใช้ “กฎกระทรวง” มาแก้ปัญหาได้
แต่แล้วก็ใช้เวลาเพียง 3 วันก็ “ผ่าน”
แสดงให้เห็นว่าแรงกระทบและเสียดทานอันเนื่องจาก “ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า” ลึกซึ้ง กว้างขวาง
มากเพียงใด
แล้วต่อ “ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม” จะเป็นอย่างไร
การที่จะตอบคำถามนี้ได้จำเป็นต้องทำความเข้าใจต่อปรากฏการณ์แห่ง 1 สุราก้าวหน้า และ 1 สมรสเท่าเทียม
ทั้ง 2 ร่างนี้มิได้เป็นการปะผุในทางกฎหมาย
ตรงกันข้าม ดำเนินไปอย่างชนิดที่ชอบใช้คำว่า ทะลุทะลวงไปยังเนื้อแท้และความเป็นจริงแห่ง “โครงสร้าง”
ทั้งในทาง “ความคิด” และในทาง “การเมือง”
สงสัยหรือไม่ว่า พรรคไทยรักไทยก็เคยปลดปล่อย “สาโท” อันเป็นเรื่องของ “สุราพื้นบ้าน” มาแล้ว
ทำไมจึงต้อง “ชะงัก” ไปกับรัฐบาล “ไทยรักไทย”
คำตอบก็คือ มิได้แตะไปยัง “พระราชบัญญัติ” นั่นก็คือ ปลดปล่อยเพียงระดับ “กฎกระทรวง”
จำเป็นต้อง “ต่อยอด” ผ่าน“สุราก้าวหน้า”
ในเมื่อทั้งร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า และร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม สะท้อนความพยายามปรับแก้และ
มุ่งหน้าไปสู่การปฏิรูป
จัดระเบียบ “โครงสร้าง” ใหม่
กระแสตอบรับในทางสังคมต่อร่าง พ.ร.บ. “สุราก้าวหน้า” ดำเนินมาอย่างไร กระแสตอบรับต่อร่าง พ.ร.บ. “สมรสเท่าเทียม” ก็จะไม่แตกต่าง
จึงต้องใช้ “พลัง” ในการต้านอย่างเป็นพิเศษ
ขณะเดียวกัน บทเรียนจากกรณี “สุราก้าวหน้า” ก็เด่นชัดว่า ยิ่งต้านยิ่งเปิดเปลือยตัวเองออกมาอย่าง
ล่อนจ้อน
ไม่ว่า “ประยุทธ์” ไม่ว่า “วิษณุ”
พลันที่ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมเดินหน้าเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 ของสภาผู้แทนราษฎร จะไม่ยิ่งกว่าหรอกละหรือ
นี่คือลักษณะ “มวลชน” อันดำรงอยู่ใน “ตัวร่าง”
การเมืองนับแต่การเลือกตั้งอย่างเป็นทางการทั่วไปในเดือนมีนาคม 2562 จึงไม่เหมือนเดิมและฉายชัดถึงการเปลี่ยนแปลง
ทั้ง “พรรคการเมือง” ทั้ง “นักการเมือง”
อาจเป็นจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับเงาทะมื่นแห่งอำนาจ “รัฐประหาร” และปราการทะมื่นของ “รัฐธรรมนูญ”
แต่ก็ทำให้ “นักรัฐประหาร” ต้องเหน็ดเหนื่อยอย่างสาหัส

