“ก้าวไกล” ยอมรับ “เสียเหลี่ยมผู้เฒ่าทำเนียบ” กม.สุราก้าวหน้าถูกคว่ำ ดันนโยบายหาเสียง เป็นรัฐบาลแก้ใน 2-3 วัน
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง เป็นวันแรก โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพสามิต หรือ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว มีทั้งหมด 7 มาตรา โดยเป็นการพิจารณาวาระ 2 เรียงตามมาตรา
ทั้งนี้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านต่างลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนร่างที่ กมธ.ฯ แก้ไขมาแล้ว อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่า สิ่งเหล่านี้ถ้าจะปลดปล่อยศักยภาพได้รัฐต้องเล็ก เรื่องแบบนี้รัฐจะใหญ่ไม่ได้ เพราะทำให้ศักยภาพไปต่อไม่ได้ การขออนุญาตจากราชการไทยที่รวมศูนย์ยากมาก และเป็นการเปิดดุลพินิจให้ข้าราชการรีดไถจากประชาชน นี้คือการมีกฎหมายที่หยุมหยิม กฎหมายที่พายเรืออยู่ในอ่าง กฎหมายที่ลดกำแพงอันหนึ่งแล้วสร้างกำแพงขึ้นมาอีกอันหนึ่ง รัฐบาลบอกว่ากลัวเหล้าเถื่อน ที่เถื่อนไม่ใช่เหล้าแต่เป็นกฎหมาย
จากนั้นเริ่มการลงคะแนนด้วยการขานชื่อเป็นรายบุคคล ผลการลงมติปรากฏว่าที่ประชุมโหวตไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ด้วยคะแนน 196 ต่อ 194 งดออกเสียง 15 ถือว่าที่ประชุมตีตกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้
ขณะที่พรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์ระบุว่า กฎกระทรวงที่ออกมาเมื่อวานนี้ คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ว่าผู้มีอำนาจจงใจสกัดกั้นการสร้างความก้าวหน้าให้กับประเทศ ด้วยการทำเหมือนปลดล็อกสุรา แต่ที่จริงแล้วเป็นการสับขาหลอก เพื่อเปลี่ยนล็อก ซึ่งสุดท้ายแล้ว ภายใต้กฎใหม่นี้ เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยยังคงไม่สามารถประกอบธุรกิจแข่งกับรายใหญ่ได้เช่นเดิม
“พรรคจะยังผลักดัน พ.ร.บ. สุราก้าวหน้าต่อไป เพื่อเป็นประตูบานแรกในการทลายระบบทุนผูกขาด ทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนจะมอบให้พรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะเป็นเสียงแห่งการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เราได้ใช้อำนาจสูงสุดของประชาชน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง”
นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวว่า มันยากที่คนธรรมดาทำอะไรและจะมาไกลได้ขนาดนี้ ตลอดช่วงเวลาที่ทำการเมืองมา เราอาจจะเสียร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่ไม่ผ่านไป แต่เชื่อว่าสิ่งที่ตนได้มาในใจคือความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น และประสบการณ์ที่ตนได้เรียนรู้มา จากการทำกฎหมายฉบับนี้
“ผมขอเศร้าแค่ไม่เกินครึ่งชั่วโมง แล้วเดี๋ยวจะกลับไปทบทวนตัวเอง ว่าเราได้ทำอะไรไม่เต็มที่ และจะพยายามร่างกฎกระทรวงที่เป็นของพรรคก้าวไกล ที่เราอยากเห็นว่ากฎกระทรวงมันควรจะเป็นอย่างไร ซึ่งผมยอมรับว่าเสียเหลี่ยมทางการเมืองผู้เฒ่าในทำเนียบ ถ้าเรามีกฎกระทรวงที่อยากให้แก่ตั้งแต่แรก เขาก็คงไม่ออกกฎกระทรวงเช่นนี้มา ฉะนั้น ผมจะร่างเตรียมไว้เลย และจะเริ่มแคมเปญตั้งแต่เสร็จ และวันนั้นทุกคนก็จะได้รู้ว่าทำไมต้องเลือกก้าวไกล ซึ่งทางการเลือกตั้งครั้งหน้าก้าวไกลเป็นรัฐบาล เราก็แก้ได้ภายใน 2-3 วัน” นายเท่าพิภพกล่าว

