‘พิธา’ ซัด ขายที่ดินต่างชาติ ไม่ชัดเจน กลายเป็นที่ฟอกเงิน-เก็งกำไร สร้างบ้านให้คนไทยเช่า ยกกรุงโซล เทียบความน่าอยู่ – ไร้เหลื่อมล้ำ ด้าน ‘สุพัฒนพงษ์’ ลั่น กฎซื้อที่ไทย ‘ตึง’ กว่าอังกฤษ โว แผนดูดต่างชาติอยู่ยาว สร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาท ยัน คุมเข้มทำตามกติกา ไม่ให้ฟอกเงิน แจง ไม่ใช่ทุกคนจะซื้อครบ 1 ล้านไร่ เหตุมีทางเลือกพำนัก
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่วาระได้เปิดให้สมาชิกหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่
จากนั้นเวลา 11.40 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ถามกระทู้สดด้วยวาจาถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรื่องกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยของคนต่าวด้าว ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน และการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย ว่า ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่คิดว่าเป็นนโยบายที่ผิดทิศผิดทางในขณะที่ยังมีประชาชนจำนวนมากยังไม่มีที่ดินทำกินในประเทศไทย เรากลับต้องการอนุญาตให้ต่างชาติมาใช้ที่ดินในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำที่ดินสูงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
ดังนั้นตนขอถามเกี่ยวกับเป้าหมายของนโยบายและการแก้กฎกระทรวงนี้คืออะไร เพราะเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมารัฐบาลแจ้งว่าเป้าหมายคือการดึงดูดชาวต่างชาติจนถึงปี 2569 จำนวน 1 ล้านคน กระตุ้นเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท เพิ่มการลงทุนในประเทศ 8 แสนล้านบาท และสร้างรายได้จากการเก็บภาษีทั้งหมด 2.7 แสนล้านบาท ต่อมา 28 ตุลาคม เปิดตัวเลขตั้งแต่ 2545 จึงถึงตอนนี้มีชาวต่างชาติมาใช้สิทธินี้ 8 คน จากเป้าหมาย 1 ล้านคน และดูไม่อออกว่าเป้าหมายที่แท้จริงของนโยบายนี้คืออะไรกันแน่ในเรื่องของจำนวน ปริมาณและการกระตุ้นเศรษฐกิจ และถ้าเป้าหมายยังเหมือนเดิมจะทำอย่างไรให้เพิ่มจาก 8 คนมาเป็น 1 ล้านคน เพราะตนไม่สามารถวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของนโยบายนี้ได้ ถ้าเป้าหมายและความตั้งใจไม่ชัดเจน เพราะ 1 ล้านคนหมายความว่าต้องให้ 1 ล้านไร่ที่ชาวต่างชาติมากินที่คนไทย และ 40 ล้านบาทต่อ 1 ล้านไร่ก็คือ 40 ล้านล้านบาท
นายพิธา ถามต่อว่า รัฐบาลได้คำนึงถึงกับผลกระทบหรือข้อเสียหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฟอกเงิน หรือการซื้อที่ดินเพื่อการเก็งกำไรต่อ มีความชัดเจนหรือไม่ว่าซื้อกี่ปีถึงจะขายได้ เพราะของคนไทยจะมีภาษีเฉพาะ 3 ปี เป็น 5 ปี ทำให้เก็งกำไรยากขึ้น จึงไม่แน่ใจว่าต่างชาติมีหรือไม่ หรือซื้อที่ดินแล้วมาสร้างอาพาร์ตเมนต์ปล่อยเช่า แสดงว่าต้องการให้ชาวต่างชาติเข้ามาสร้างบ้านในเมืองไทยแล้วให้คนไทยเช่าเขาอยู่ รัฐมีมาตรการเรื่องนี้หรือไม่ รวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับมรดกจะทำอย่างไร และถ้าเขาทำผิดเงื่อนไขที่เราตั้งขึ้นมาเรามีมาตรการจะแก้ปัญหาและทบทวนเรื่องนี้อย่างไร
นายพิธา ถามต่อว่า ความเหลื่อมล้ำเรื่องที่ดิน เพราะ 75 เปอร์เซ็นต์ของคนในประเทศไทยยังไม่มีที่ดินทำกิน และใน 25 เปอร์เซ็นต์นั้น 80 เปอร์เซ็นต์เป็นของที่รวยที่สุด 5 เปอร์เซ็นต์ และคนไทยจริงๆ ที่เป็นคนที่มีรายได้น้อยมีที่ดินทำกินแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ท่านจะเรียงลำดับควาามสำคัญในการกระจายที่ดินอย่างไร และตนไม่เชื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้
ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่า ตนได้รับฟังการอภิปรายอยู่หลายครั้ง ท่านบอกว่า อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงและมีอุตสาหกรรมใหม่ๆ รัฐบาลจึงได้พัฒนา และดึงดูดการลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่เราต้องการคนรุ่นใหม่และมีความรู้ ความสามารถเข้ามาอยู่ประเทศไทยในระยะยาว จึงออกมาเป็นกลุ่มบุคคล 4 ประเภท ที่จะเข้ามาส่งเสริม และพัฒนากิจกรรมและอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ส่วนนี้เป็นส่วนที่เพิ่มเติมให้มาลงทุน และอาศัยในประเทศ ซึ่งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข และกฎหมายของประเทศไทยแน่นอน ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก 40 ล้านคน คิดเป็นรายได้มูลค่า 2 ล้านล้านบาท
นายสุพัฒนพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนการตั้งเป้าสำหรับวีซ่าการพำนักระยะยาว (Long-term resident visa : LTR Visa) จำนวน 1 ล้านคน หากใช้จ่ายคนละเดือนละ 1 แสนบาท จะทำให้มีรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท หรือประมาณครึ่งหนึ่งของ 40 ล้านคนที่มาท่องเที่ยว ส่วนเรื่องที่ดิน เป็นส่วนเสริมให้คนที่รักและอยากมาอยู่จริงๆ เท่านั้น เพราะเขาสามารถเช่าระยะยาว เช่าคอนโดมีเนียม หรืออยู่โรงแรม ไม่จำกัดอยู่การซื้อที่ดิน การแก้ไขกฎกระทรวงฯ ไม่ได้เพิ่มอะไรมากเลย การจะได้วีซ่าระยะยาว ก็ต้องใช้เวลา และการซื้อที่ดินต้องใช้อยู่อาศัยเท่านั้น หากทำการใดที่ขัดธรรมเนียมประเพณี หรือไม่ปฏิบัติตามกติกา ก็จะสามารถถูกยกเลิกได้ตลอดเวลา เรื่องเป้าหมายของวีซ่าการอยู่ระยะยาว ต้องทำตามกติกาที่กำหนด สิ่งที่ท่านห่วง ประเทศไทยตึงเรื่องการครอบครองที่ดินมากกว่าอังกฤษ และยืนยันว่าไม่สามารถนำที่ดินไปทำแฟลต หรือที่อยู่อาศัย เราสามารถเพิกถอนสิทธิได้ง่าย ส่วนเรื่องการฟอกเงิน เราก็มีการคัดคุณสมบัติ และติดตามอย่างรอบคอบ ประเทศอื่นๆ เสรีกว่าเราเยอะ ไปเทียบบรรทัดต่อบรรทัดกันได้เลย เขาเสรีกันมาก เราจึงยังเข้มงวดในบางเรื่องอยู่
ในช่วงท้ายนายพิธา กล่าวว่า ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ว่าเมืองโซล ประเทศเกาหลีใต้ ถึงความนิยมของคนที่จะเข้ามาอยู่อาศัยในเมือง ทำไมดีไซเนอร์เก่งๆ จากสแกนดิเนเวียร์ก็อยากมาเกาหลีใต้ คนที่ทำซอฟต์แวร์เก่งๆ ก็อยากจะมาอยู่ที่กรุงโซล คนที่ถ่ายหนังเก่งๆ ทำให้เกิดซอฟต์พาวเวอร์ เก่งๆ ก็อยากจะมาอยู่มากรุงโซล เพราะอะไร ซึ่งได้รับคำตอบว่านโยบายของเขาคือการทำเมืองโซลเป็นเมืองที่น่าอยู่ไม่มีความเหลื่อมล้ำ ทำให้คู่สมรสอยากเดินทางอาศัย นี่ต่างหาดกคือการลงทุน
ทำให้นายสุพัฒนพงษ์ โต้ว่า ตนอยากให้ไปถามอย่างชัดเจนว่า ต่างชาติสามารถครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเกาหลีใต้ ได้อย่างไร และไปสอบถามทุกประเทศดูว่ามีเงื่อนไขการซื้อขายที่ดินอย่างไร ส่วนปัญหาความเหลื่อมล้ำและปัญหายาเสพติดนั้นมีทุกประเทศ ขอให้นำข้อเท็จจริงไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ว่าประเทศเราน่าอยู่น่าอาศัย และสถานะทางทางเงินยังอยู่ในระดับที่ดี แต่ไม่น่าเชื่อที่เรายังมีข้อครหา ยกเรื่องอย่างนี้ขึ้นมาพูด
นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวต่อว่า เราตั้งเป้าวีซ่าการพำนักระยะยาว ไว้ 1 ล้านคน ซึ่งเดาใจไม่ได้ว่าจะมาอยู่ในรูปแบบ จะมาซื้อทั้ง 1 ล้านคนก็เป็นการประเมินมากเกินไป ท่านต้องเชื่อในประเทศไทย ว่าเราสามารถดึงดูดการลงทุน และอุตสาหกรรมใหม่ได้ มีคนอีกหลายล้านคนในต่างประเทศที่มองว่าประเทศไทยเป็นเมืองน่าอยู่ น่าอาศัย อย่ามองประเทศไทยในเชิงลบมากเกินไป ทุกประเทศล้วนมีปัญหา ตนเองรู้สึกว่า เราต้องเชื่อมั่นว่าทุกวันนี้มีกระแสการย้ายฐานการผลิต ซึ่งไทยจะเป็นประเทศหนึ่งในฐานการลงทุนใหม่ๆ

