หน้าแรก การเมือง กรมการปกครองแ...

กรมการปกครองแจง ดราม่าจัดแถวพิเศษให้คนตจว.มากับมท.เข้ากราบก่อน ไม่จริง

19.11.16 | 12:25 น.
ถวายบังคม - พสกนิกรต่อแถวเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ท่ามกลางฝนที่ตกโปรยปราย เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน

กรมการปกครอง แจง หลังเกิดดราม่า ปมจัดเต็นท์ให้คนต่างจังหวัดที่ มท.เข้ากราบพระบรมศพก่อน ยัน ไม่มีเต็นท์-แถวพิเศษ


เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงเรื่อง การอำนวยความสะดวกประชาชนจากต่างจังหวัดมากราบถวายบังคมพระบรมศพว่า ตามที่ปรากฏข้อความทางสื่อออนไลน์ว่าประชาชนจากต่างจังหวัดที่กระทรวงมหาดไทยอำนวยความสะดวกการเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ มีการจัดเต็นท์พิเศษสำหรับประชาชนจากต่างจังหวัด แยกออกจากประชาชนทั่วไป และสามารถเข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศพได้เร็วกว่าแถวของประชาชนทั่วไป ตลอดจนเมื่อสังเกตลักษณะท่าทางของประชาชนกลุ่มดังกล่าวแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นประชาชนในชนบทแต่อย่างใดนั้น กรมการปกครอง โดยกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นเจ้าภาพในการอำนวยความสะดวกประชาชนดังกล่าว ขอเรียนข้อเท็จจริงให้ทราบดังนี้ 1.กรมการปกครองได้พิจารณาเห็นว่าการที่ประชาชนจำนวนมากจากทั่วประเทศซึ่งล้วนมีความจงรักภักดีจะได้เข้ามากราบถวายบังคมพระบรมศพเพื่อให้ทั่วถึงนั้น หากให้ประชาชนต่างจังหวัดแต่ละคนแต่ละกลุ่มเดินทางมากันเอง ก็อาจจะเกิดความสับสนวุ่นวายได้หลายประการ ทั้งในเรื่องความปลอดภัยในการใช้พาหนะเดินทาง ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนการจราจรในเขตกรุงเทพฯซึ่งจะมีผลกระทบกับการดำเนินชีวิตตามปกติของคนกรุงเทพฯ กรมการปกครองจึงได้ประสานงานกับจังหวัดต่างๆ เพื่อร่วมกันจัดระบบอำนวยความสะดวกประชาชนที่มีความประสงค์เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ในระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2559-20 มกราคม 2560 โดยกระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายให้นำประชาชนเข้ามากราบถวายบังคมพระบรมศพได้วันละประมาณ 3,000 คน จากจำนวนประชาชนที่สามารถเข้าไปในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทวันละ 30,000 คน ซึ่งแสดงว่าอัตราส่วนของประชาชนจากต่างจังหวัดที่กรมการปกครอง คิดเป็นเพียงร้อยละ 10

กรมการปกครองแจงอีกว่า 2.การคัดเลือกประชาชนที่จะเป็นตัวแทนหมู่บ้าน ชุมชน เข้ามากราบถวายบังคมพระบรมศพนั้น ได้มอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้สำรวจประชาชนที่มีความประสงค์เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ โดยมาลงชื่อไว้ที่ที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือที่ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ แล้วให้ประชาชนประชุมทำประชาคมตกลงกันเองว่าจะให้ประชาชนคนใดในหมู่บ้านได้เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ทั้งนี้ กรมการปกครองได้มีคำแนะนำไปว่าควรพิจารณาให้ประชาชนที่อาจมีข้อจำกัดต่างๆ ได้เข้ามาก่อน ตลอดจนให้มีการกระจายผู้เดินทางให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ชุมชน ทั้งประเทศ 3.กรมการปกครองได้กำหนดให้จังหวัดต้องจัดรถโดยสารที่มีคุณภาพ มีสมรรถนะ และความปลอดภัยสูง ทั้งนี้ จะต้องมีการตรวจสภาพรถและความพร้อมของพนักงานขับรถก่อนการเดินทางทุกครั้ง รถโดยสารทุกคันจะต้องมีการทำประกันอุบัติเหตุให้แก่ผู้โดยสาร นอกจากนั้น ให้มีผู้ประสานงานและเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำรถทุกคันเพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชนตลอดการเดินทาง ให้มีผู้ประสานงานจังหวัดเป็นผู้ควบคุมดูแลการเดินทางของขบวนรถ นอกจากนั้น ยังได้ประสานงานกับจังหวัด หน่วยทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้มีจุดพักรถ จุดพักคอย จุดรับส่ง และจุดจอดรถ ให้กับรถโดยสารทุกคันที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ท้องสนามหลวง และเพื่อไม่ให้กระทบกับการจราจรในกรุงเทพฯ ได้กำหนดเวลาให้รถโดยสารแต่ละจังหวัดทยอยส่งประชาชนที่ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 05.30-06.00-06.30-07.00 น. ก่อนที่จะนำรถไปจอดที่บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 1 และ 2

“4.ในแต่ละวัน ประชาชนที่กรมการปกครองอำนวยความสะดวกเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ จะเริ่มเข้าสู่เต็นท์พักคอยบริเวณฝั่งทิศเหนือของท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 05.30 น. โดยจะร่วมเข้าแถวต่อจากประชาชนทั่วไปที่มาต่อแถวรอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ โดยไม่มีเต็นท์หรือแถวพิเศษ เฉพาะประชาชนจากต่างจังหวัดแต่อย่างใด โดยสามารถสังเกตได้จากประชาชนจากต่างจังหวัดทุกคนจะติดป้ายชื่อที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล / จังหวัด / ชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ประสานงานจังหวัด ไว้ที่หน้าอกเสื้อ ตลอดจนจะมีข้าราชการจากจังหวัด และจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งแต่งเครื่องแบบข้าราชการสีกากีคอพับแขนยาว รวมทั้งสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ซึ่งแต่งเครื่องแบบชุดฝึกสีกากีลายพราง เดินร่วมไปกับประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความเรียบร้อยไปตลอดเส้นทางจนกลับออกมาจากประตูพระบรมมหาราชวัง แล้วนำกลับไปขึ้นรถโดยสารที่บริเวณหน้ากองสลาก รวมเวลาที่อยู่ในท้องสนามหลวง 8-14 ชั่วโมง และเวลาที่จะต้องโดยสารรถกลับภูมิลำเนาอีก 2-16 ชั่วโมง ตามระยะทางห่างจากกรุงเทพฯของแต่ละจังหวัด” กรมการปกครองระบุ

Advertisement