กมธ.กิจการสภา ออกแนวทางปฏิบัติงาน กมธ.-ส.ส. ช่วงกฎเหล็ก 180 วัน แนะให้ระวังผิด กม.เลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธาน กมธ. ได้จัดทำแนวทางการหาเสียงเลือกตั้งของ ส.ส. และแนวทางการจัดสัมมนาและศึกษาดูงานของ กมธ. ในช่วงระยะเวลา 180 วัน ก่อนวันครบอายุของสภา วันที่ 23 มีนาคม 2566 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 แจ้งต่อ ส.ส.
โดยมีสาระสำคัญต่อแนวทางปฏิบัติตามคำชี้แจงของ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดังนี้ 1.ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองร่วมงานประเพณีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานบวช งานศพ และมอบพวงหรีดดอกไม้สดได้ แต่ต้องไม่ให้เงินหรือทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งรวมถึงพวงหรีดที่เป็นสิ่งของ เช่น พัดลม ผ้าขนหนู หรือช้อนส้อม ยกเว้นฝ่ายเจ้าภาพจัดเตรียมของตามพิธีการไว้ให้มอบในงาน, สามารถระบุชื่อเป็นประธานงานกฐิน โดยผู้สมัครหรือพรรคการเมืองไม่ได้มอบเงินหรือทรัพย์สินได้
2.ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่จำเป็นจัดงานพิธีต่างๆ ช่วงที่หาเสียงสามารถทำได้เท่าที่จำเป็น เช่น งานศพ งานบวช งานแต่งงาน แต่หลีกเลี่ยงการจัดงานขนาดใหญ่ที่มีผู้ร่วมงานจำนวนมาก เพราะอาจเป็นเหตุถูกร้องได้ว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งนี้ พรรคการเมืองสามารถจัดประชุม และกิจกรรมระดมทุนได้ แต่ต้องไม่เข้าข่ายหาเสียงเลือกตั้ง
3.ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคสามารถหาเสียงในสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน สถานที่ราชการ แต่ต้องขออนุญาตเจ้าของสถานที่ 4.ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมือง ไม่สามารถมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนได้ ทั้งช่วยเหลืออุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย โรคระบาด 5.ส.ส.ที่ดำรงตำแหน่งอื่นในขณะเดียวกัน เช่น นายกสมาคมกีฬา นายกสมาคมศิษย์เก่า สามารถปฏิบัติภารกิจหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวได้ตามปกติ แต่ต้องไม่ใช้อำนาจในตำแหน่งที่เข้าข่ายหาเสียงเลือกตั้ง
และ 6.การทำสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น ป้ายหาเสียงต้องเป็นไปตามขนาดที่ กกต. กำหนด รวมถึงต้องระบุชื่อ สกุล ชื่อพรรค นโยบายพรรค คติพจน์ ผลงาน ได้แต่ไม่ใช้ถ้อยคำที่ใส่ร้าย เป็นความเท็จ หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ขณะที่การหาเสียงผ่านอิเล็กทรอนิกส์ สื่อโซเชียลมีเดียทำได้ตามระเบียบ กกต. กำหนด ทั้งนี้ บุคคลที่ไม่ได้เป็นผู้สมัครหรือสมาชิกพรรค หากมีค่าใช้จ่ายหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์ อีเมล์ โปรแกรมค้นหา หรือโซเชียลมีเดีย ที่สื่อให้รับรู้ถึงการหาเสียง เกิน 10,000 บาท ต้องแจ้งค่าใช้จ่ายกับ กกต.ประจำจังหวัด
ขณะที่กลุ่มของกรรมาธิการ ส.ส.ที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน ที่ยังมีภาระกิจตามหน้าที่และอำนาจจนกว่าจะหมดอายุของสภา แนวทางที่ กมธ.กิจการเสนอทำแนวทางไว้ให้ ระบุว่าสามารถจัดสัมมนา หรือศึกษาดูงานของ กมธ. ได้ในช่วงระยะเวลา 180 วัน แต่ต้องไม่ทำในสิ่งที่เข้าข่ายการหาเสียงเลือกตั้ง โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมสำคัญ คือ 1.การจัดสัมมนาของกรรมาธิการ สามารถจัดอาหารมื้อเช้า มื้อกลางวัน หรือมื้อเย็นในรูปแบบอาหารกล่อง บุฟเฟต์ หรือโต๊ะจีน รวมถึงอาหารว่าง เครื่องดื่มให้ผู้ร่วมสัมมนา ผู้ร่วมประชุมได้ แต่ต้องไม่เข้าข่ายหาเสียงเลือกตั้ง 2.จัดเอกสารประกอบการฝึกอบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน ค่าเดินทาง ค่าเช่าที่พัก ค่าสมนาคุณวิทยากร และของสมนาคุณ ของที่ระลึกให้หน่วยงานที่ กมธ.ไปดูงานได้ แต่ต้องไม่เข้าข่ายหาเสียงเลือกตั้ง และ 3.การจัดกระเป๋าหรือสิ่งที่ใช้บรรจุเอกสาร ที่เตรียมไว้ให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา ฝึกอบรม ต้องมีสัญลักษณ์ของสภา ชื่อ กมธ.ได้ แต่ต้องไม่ระบุชื่อ ส.ส.หรือ กมธ.เพราะจะเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง รวมถึงห้ามทำสิ่งที่เข้าข่ายหาเสียงเลือกตั้ง

