สถานีคิดเลขที่ 12 : หนักใจแทน
การเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ เกิดขึ้นแน่นอนในต้นปีหน้า ถ้ามียุบสภาหลังการประชุมเอเปคเสร็จสิ้น ก็คงได้เลือกกันเร็วหน่อย หรือถ้ายึดตามที่ กกต.วางแผนงานเอาไว้ กรณีที่สภาอยู่จนครบวาระ ก็จะเลือกตั้งในต้นเดือนพฤษภาคม 2566
ระหว่างนี้พรรคการเมืองต่างๆ เร่งเตรียมการหาเสียง เตรียมนโยบายนำเสนอต่อประชาชนกันยกใหญ่ ต้องหาทีเด็ดมาจูงใจประชาชนให้ได้
เรื่องนโยบายที่จะบอกประชาชนว่า การได้เป็นรัฐบาลในปีหน้าจะทำอะไรได้บ้างนั้น ก็ส่วนหนึ่ง
แต่บรรยากาศในช่วงการหาเสียงที่เลี่ยงไม่พ้น คือการหยิบยกปัญหาความผิดพลาดของรัฐบาลปัจจุบัน ที่กระหน่ำซ้ำเติมต่อประชาชนในช่วงระยะนี้ ขึ้นมาบดขยี้
รวมทั้งบอกวิธีแก้ปัญหาที่เหนือชั้นกว่ารัฐบาลปัจจุบัน
ปัญหาหนักๆ ที่จะเป็นจุดอ่อนของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ซึ่งจะโดนหยิบยกขึ้นมาขยายผลแน่นอน
ที่เห็นกันสดๆ ล่าสุดคือ การล้มกฎหมายสุราก้าวหน้า
แถมเป็นการล้มด้วยกลวิธีอันโจ่งแจ้ง เช่น ชิงแก้กฎกระทรวง เพื่อออกมาตัดหน้าวันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ในวาระ 2-3 ก่อนจะสั่งคว่ำกฎหมายนี้ในสภา แบบลุกลี้ลุกลนอลหม่าน
ฝ่ายรัฐบาลอาจจะอ้างเหตุผลที่ว่า หากปล่อยให้สามารถผลิตสุราอย่างเสรี จะมีเรื่องคุณภาพ ความสะอาด ไปจนถึงการทำให้ประชาชนคนไทยกลายเป็นขี้เมากันมากมาย
แต่เหตุผลนี้ จะหักล้างข้อสงสัยที่ว่า คว่ำสุราก้าวหน้า เพื่อรักษาระบบทุนผูกขาดเอาไว้
จะมีน้ำหนักพอหักล้างข้อสงสัยนี้ได้หรือไม่ น่าคิดอย่างมาก
แต่แน่นอนว่า พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ทั้งพรรคก้าวไกล ผู้ผลักดันกฎหมายสุราเสรี และพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศยืนยันชัดเจนว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะผลักดันกฎหมายปลดล็อกการผูกขาดทันที
ระหว่างเสรีกับผูกขาด คงจะเป็นปมปัญหาของพรรครัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีกรณีที่รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก คือ การอนุญาตให้ชาวต่างชาติและต่างด้าวได้ครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ 1 ไร่แลกกับการลงทุน 40 ล้าน
กลายเป็นข้อกล่าวหารุนแรงต่อรัฐบาล ที่แทบจะไปไม่เป็น
ทั้งเรื่องเสรีกับผูกขาด ตามด้วยเรื่องขายแผ่นดินให้ต่างชาติ หนักหนาสาหัสไม่น้อยเลย
อีกปัญหาที่มีผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก คือ สถานการณ์น้ำท่วม ที่ปล่อยให้ประชาชนหลายจังหวัด ในภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคกลาง จมน้ำที่ท่วมสูงเป็นเวลายาวนาน 2-3 เดือน
ขณะที่รัฐบาล ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ หรือแผนงานที่เป็นระบบ ในการแก้ปัญหาบ้านเรือนเรือกสวนไร่นาของประชาชนที่ต้องจมน้ำหลายเดือน
มองได้ไม่ยากเลยว่า ในการเลือกตั้งที่ใกล้จะมาถึง ประชาชนที่เดือดร้อนแสนสาหัสเหล่านี้ เขาจะตัดสินใจอย่างไร
ไหนยังจะเรื่อง ปัญหายาเสพติด ที่เป็นอีกจุดอ่อนของรัฐบาลชุดนี้
เพราะเกิดเหตุคนคลั่งยา อาละวาดทำร้ายเป็นอันตรายต่อสังคมเกิดขึ้นแทบทุกวันโดยเฉพาะกรณีอดีตตำรวจฆ่าหมู่ 37 ศพที่หนองบัวลำภู
นี่ยังไม่รวมถึงประเด็นฝีมือในการบริหารด้านเศรษฐกิจ ที่คงหวังได้ยากยิ่งสำหรับรัฐบาลที่มีนายพลเอกเป็นผู้นำ
ทั้งสุราผูกขาด ทั้งขายแผ่นดินให้ต่างชาติ ทั้งน้ำท่วม ทั้งยาเสพติด ไปจนถึงปากท้องประชาชน
คงเป็นประเด็นใหญ่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

