เสนอหา‘ทางออก’ กม.ขายที่ดินต่างชาติ

6.11.22 | 11:08 น.

หมายเหตุความเห็นนักวิชาการและตัวแทนภาคเอกชนในการร่วมเสนอทางออกหลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงมหาดไทย ในการซื้อขายที่ดินชาวต่างชาติเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1 ไร่ โดยมีเงื่อนไขต่างๆ จูงใจชาวต่างชาติ และมีเสียงคัดค้านและข้อห่วงใยมากมาย รวมทั้งเกิดวาทกรรมขายชาติ 

 

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง 

คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

เป็นเรื่องที่พูดคุยในทุกรัฐบาลอยู่แล้ว เป็นการสร้างรายได้ เชิญชวนให้นักลงทุนชาวต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทย โดยให้สิทธิพิเศษในการเช่า การซื้อที่ดิน หรือการจัดกลุ่มของผู้มีกำลังทรัพย์ หรือกำลังซื้อสูงในประเทศที่เจริญแล้ว ผมคิดว่าทุกรัฐบาลพยายามทำ ตั้งแต่รัฐบาลทักษิณจนถึงรัฐบาลประยุทธ์ อาจจะถูกวาทกรรมของฝ่ายที่ไม่สบายใจว่าเข้าข่ายของการขายชาติหรือไม่ กระแสตรงนี้โหมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ 

Advertisement

สังคมไทยกำลังตั้งคำถามถึงข่าวสารที่ได้รับทราบมา โดยเฉพาะเงินทุนของต่างประเทศที่เป็นเงินลักษณะสีเทา เช่น มาเฟียข้ามชาติ ต่างประเทศที่มาทำบ่อนกาสิโน ว่าถ้าเปิดช่องกฎหมายให้เงินต่างประเทศมาลงทุนซื้อสิ่งปลูกสร้าง ลงทุนสร้างเครือข่ายธุรกิจในระยะยาว จะไม่สามารถปิดกั้นกลุ่มอาชญากรข้ามชาติได้ จึงเป็นความกังวล ส่วนประเด็นวาทกรรมขายชาติ ควรแยกแยะกรณีที่มีเจตนาหารายได้เพื่อนำมาพัฒนาประเทศ แต่ประชาชนเกิดความไม่สบายใจว่าคุณภาพของเงินลงทุน หรือผู้ลงทุน มีการจัดลำดับ หรือระมัดระวังมากน้อยแค่ไหน ไม่อย่างนั้นใครก็ได้ที่เข้ามา ตรงนี้เองที่ผมคิดว่าสังคมไทยอาจจะส่งเสียงไม่ดังเท่าที่ควร แต่ผมคิดว่าสังคมเริ่มจับตามองประเด็นนี้มากขึ้นแล้ว 

ส่วนทางออกของรัฐบาลจากที่ดูแนวร่วมฝ่ายสนับสนุน พล..ประยุทธ์เสียงแผ่วลงไปมาก คิดว่ารัฐบาลพยายามประนีประนอม และปรับท่าทีไม่ให้โดนกระแสตีกลับ โดยเฉพาะฐานเสียงมวลชนแนวร่วมต่างๆ ที่ผ่านมา เพราะหลายคนที่เคยสนับสนุน พล..ประยุทธ์เกิดความไม่สบายใจ กลัวว่าวันที่ต่างชาติขายถอนตัว ขายถอนทุนคืน คนไทยจะไม่มีกำลังซื้อ รัฐบาลควรเพิ่มมาตรการ หรือออกกฎหมายที่เพิ่มกระบวนการตรวจสอบกลุ่มผู้ลงทุนให้เข้มงวด อย่างน้อยสามารถเลือกชาวต่างชาติที่จะมาอยู่อาศัยในประเทศไทยได้ เหมือนอย่างประเทศที่มีคุณภาพ เช่น ญี่ปุ่น หรือกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย โดยเฉพาะการเจาะกลุ่มผู้เกษียณอายุ เพราะประเทศไทยในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นศูนย์กลางของ health center หรือ aged society ที่ผู้สูงวัยจะมาดำรงชีพในประเทศไทย ตรงนี้จะได้เปรียบ 

เราสามารถคัดกรองนักท่องเที่ยว หรือผู้อยู่อาศัยให้เข้ามาอยู่ในประเทศอย่างมีคุณภาพได้ เช่น คนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่เชียงใหม่ด้วยความเต็มใจ แน่นอนว่าเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น ส่วนนี้รัฐบาลต้องจัดกลุ่มตรงนี้ให้มีคุณภาพ แต่การเปิดกว้าง ซึ่งไม่ได้ปิดกั้นผู้ที่มาจะมาฟอกเงิน หรือมาฟอกธุรกิจสีเทาจะเสมือนว่าประเทศไทยเป็นสมบัติของธุรกิจอาชญากรรมหรือไม่ จุดนี้ต้องระมัดระวัง ต้องออกมาตรการอย่างเข้มงวดในการตรวจสอบ 

ฝ่ายที่สนับสนุน พล..ประยุทธ์มีแนวโน้มจะเสนอให้ถอยมากกว่าการย้ายฝ่าย เพราะทุกวันนี้การจะเคลื่อนไหว หรือเลือกข้างทางการเมือง ทางเลือกมีน้อยลงทุกที ลักษณะนี้เป็นการมัดมือชกให้จำใจต้องสนับสนุน พล..ประยุทธ์ต่อไป ถ้าจะไม่สนับสนุนก็ต้องนิ่งเฉย ในแง่ของภาพพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล..ประยุทธ์ โดยเฉพาะสนามเวทีการเลือกตั้งหาเสียง จะเป็นการปัดฝุ่นวาทกรรมขายชาติ จะรุนแรงทวีคูณมากกว่าเดิม จะกระทบผลงานต่างๆ ที่รัฐบาลทำมา 4 ปี หรือตลอด 8 ปี จะโดนประเด็นวาทกรรมขายชาติมาบดบัง ทำให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถวางกลยุทธ์การหาเสียงที่ง่ายดายมากยิ่งขึ้น 

แม้ในทางปฏิบัติจะให้ซื้อได้เฉพาะใน กทม. ถึงแม้จะทำได้จริงแต่หลายพื้นที่ค่าเช่าสูงขึ้นทุกปี ในราคาที่คน กทม.หรือชนชั้นกลางเริ่มจับต้องไม่ได้ สมมุติถ้าเป็นในรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์ ตึกเช่าปลูกซื้อ คอนโด หรือสำหรับมนุษย์เงินเดือน ค่าครองชีพจะต้องใช้จ่ายสูงขึ้นไปด้วย แต่ฐานเงินเดือน หรือรายได้กลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามไป ทำให้คน กทม.รู้สึกว่าไม่สามารถจับต้องได้ นโยบายเหล่านี้คือต้องการศักยภาพของนักลงทุน ผู้เช่าซื้อ เม็ดเงินจากต่างประเทศ หรือคนที่มีรายได้สูงจริงๆ 

ผมคิดว่าประเด็นตรงนี้ต้องระวัง ถ้าเข้ามาอยู่แค่ชั่วคราว วันที่จะถอนทุนกำลังซื้อ หรือคนที่จะเปลี่ยนมือเจ้าของ อาจขาดศักยภาพ ระดมเงินไม่ทัน หรือไม่เพียงพอสำหรับมาลงทุนต่อ และเงื่อนไขที่จะจูงใจให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยระยะยาวก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง 

สำหรับคนไทยที่อยากเข้าถึงกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของ กลับเกิดเป็นเครื่องหมายคำถามว่า คนไทยในฐานะที่เป็นเจ้าของประเทศถูกเลือกปฏิบัติเช่นนี้ ในกรณีนี้จะยิ่งเป็นการสร้างความกระจุกตัวให้คนในกรุงเทพฯ และจะยิ่งถูกบีบให้ไปอยู่ชานเมืองมากขึ้นหรือไม่ คนที่รวยกระจุกตัว ถ้าเป็นคนไทยก็มักจะเป็นกลุ่มเครือข่ายทุน เจ้าสัว หรือกลุ่มทุนทางการเมืองที่มีความเข้มแข็ง ซื้อที่ดินเก็บไว้เก็งกำไรได้ ทั้งพื้นที่เศรษฐกิจ อาคาร ออฟฟิศต่างๆ ซึ่งค่าเช่า หรือการขายต่อ การเก็งราคาพื้นที่สูงขึ้นทุกปี เท่ากับว่าเป็นการบีบให้ประชาชนมองเงินในกระเป๋าตัวเองว่าไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ชั้นในได้ ซึ่งการเดินทาง การคมนาคม และการจราจรยังไม่ถูกแก้ไข ทำให้คิดหนักในการเปลี่ยนอาชีพ เปลี่ยนสถานะ เพื่อจะปรับรายได้ และชนชั้นกลางถึงล่างมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับผลกระทบ เช่น ปัญหาสังคม หรือหนี้สินที่เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากฐานเงินเดือนมนุษย์เงินเดือนไม่ได้ถูกปรับไปด้วย ค่าครองชีพต่างๆ ขึ้น ซึ่งจะได้รับผลกระทบแน่นอน 

ผมมองว่าปัญหาที่จะเกิดขึ้นนี้จะเป็นตัวชี้วัดความรู้ ความสามารถ ศักยภาพการแก้ปัญหา หรือนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ด้วยซ้ำ ทั้งนี้ ควรจัดการปัญหาที่อยู่อาศัยที่ไม่เพียงพอของประชาชนก่อนที่จะทำนโยบายนี้ขึ้นมา ที่ผ่านมารัฐบาลใช้เงินไปกับการรณรงค์นโยบายแนวคิดประชานิยมเพื่อให้ผู้คนเกิดการจับจ่ายใช้สอย หรือในรูปแบบแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ผ่านมาเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุด ปัจจุบันคนที่ไม่อยู่ใน กทม. หรือคนไร้บ้าน มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นไปได้ว่าไม่ได้รับการตอบสนองในระบบสวัสดิการอย่างทั่วถึง 

รัฐบาลต้องคิดมากกว่าว่าจะต้องทำอย่างไรให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น โดยเฉพาะชนชั้นกลางหรือคนที่มีรายได้ค่อนไประดับล่าง จะได้รับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นมากกว่าการเอาใจนายทุน หรือทุนจากต่างประเทศที่สังคมตั้งคำถามว่าเป็นทุนที่เข้ามาทำธุรกิจ หรืออาศัยอยู่ในประเทศไทยด้วยธุรกรรมธุรกิจอย่างสุจริตหรือไม่ ซึ่งสังคมไทยกำลังเกิดความไม่สบายใจอยู่ในขณะนี้

อธิป พีชานนท์ 

นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร

เมื่อมีคนไม่เห็นด้วยกับแพคเกจที่รัฐบาลกำลังจะเดินหน้า ถ้ารัฐบาลจะเดินหน้าต่อต้องทำให้มันชัดเจน ไม่มีผลกระทบต่อประชาชนคนไทย โดยเฉพาะคนที่มีรายได้น้อยและปานกลางอาจจะกังวลว่าถ้ามีต่างชาติมาซื้อแข่งจะได้รับผลกระทบในเรื่องของซื้อที่อยู่อาศัยในราคาแพงขึ้น ทำให้อาจจะซื้อไม่ได้ในทำเลที่ต้องการ ตรงนี้รัฐบาลก็ทำให้ชัดเจนได้ แนวทางแรกที่จะเสนอ คือกำหนดกรอบราคาของคนต่างชาติที่มาซื้อ ต้องเขียนให้ชัดเจน นอกจากนำเงินมาลงทุน 40 ล้านบาทแล้ว การซื้อที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1 ไร่ ต้องระบุว่ามีราคาไม่น้อยกว่าเท่าไร ผมนำเสนอไปต้อง 15 ล้านบาทขึ้นไป คนไทยก็รับได้ เพราะราคานี้ส่วนใหญ่คนไทยไม่ค่อยซื้ออยู่แล้ว คนที่ซื้อได้คือคนมีกำลังซื้อซึ่งไม่กลัวต่างชาติ นอกจากนี้ ต้องกำหนดกรอบของพื้นที่ให้ชัดว่าเฉพาะจังหวัดที่คนต่างชาตินิยมซื้อ เช่น ภูเก็ต สมุย หรือในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เป็นแหล่งงานและแหล่งท่องเที่ยว ถ้าจะรวมกรุงเทพฯและปริมณฑลด้วยต้องเจาะจงเป็นพื้นที่ไหน เช่น ในเมืองที่คนต่างชาตินิยมซื้อ จะได้เกิดความสบายใจ 

แนวทางที่สองคือ การให้เช่าระยะยาว เป็นอีกวิธีหนึ่งจะช่วยลดแรงเสียดทานได้ ถ้าคนต่างชาติที่ต้องการซื้อเป็นลักษณะการเช่าระยะยาว ไม่ใช่ซื้อเป็นกรรมสิทธิ์ หรือได้โฉนด น่าจะนำมารวมในแพคเกจดังกล่าวได้เพื่อเป็นทางเลือก แต่ต้องมีการขยายระยะเวลาการเช่าให้มีความเหมาะสม จากปัจจุบันตามกฎหมายให้ 30 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไป ขณะที่ประเทศอื่นให้เช่าระยะยาว 60 ปี 90 ปีกันแล้ว ที่ผ่านมาภาคเอกชนเคยเสนอไปว่าควรจะให้เช่าเกิน 60 ปีขึ้นไป เช่าทั้งที่ดินและที่อยู่อาศัยก็ได้ในพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่ เพราะส่วนใหญ่คนต่างชาติไม่ต้องการจะอยู่ถาวร อยู่แค่ช่วงระยะเวลาที่ทำธุรกิจ 

ถ้าปรับไม่ได้ ถ้าเสียงวิจารณ์มาก รัฐบาลก็ควรจะทบทวน ฟังเสียงสะท้อนแล้วนำมาปรับปรุง หาทางตีกรอบในสิ่งที่ต่างชาติซื้อ แต่คนไทยไม่ซื้อ ผมว่าจะสามารถทำได้ เพราะซื้อคนละตลาด คนละราคา คนละทำเล ถ้ารัฐบาลไม่ปรับปรุงก็ต้องถอย โดยธรรมชาติคนกำลังกังวลเรื่องขายชาติ ถ้ารัฐบาลอธิบายเงื่อนไขที่ให้เป็นแบบไหนในร่างกฎกระทรวงใหม่ โดยเขียนไว้ให้ชัดไปเลยว่าอนุญาตให้คน 4 กลุ่มซื้อ นอกจากนำเงินลงทุน 40 ล้านบาทแล้ว ต้องซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยไม่ต่ำกว่าราคา 15 ล้านบาท และอยู่ในพื้นที่ดังต่อไปนี้ เช่น สมุย ภูเก็ต พัทยา ระยอง เมืองชลบุรี 

อีอีซี และเพิ่มเงื่อนไขการให้เช่าระยะยาวเข้าไปด้วยในแพคเกจ และยังได้สิทธิวีซ่าระยะยาว หรือ LTR Visa (Long-term resident visa) เชื่อว่าจะสามารถลดกระแสร้อนลงได้ เพราะตอนนี้เหมือนคนยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะเอายังไง คนเลยวิพากษ์วิจารณ์กันไว้ก่อน 

ผมว่ามันต้องแก้ไข รัฐบาลคงจะไปแพคเกจแบบเดิมไม่ได้ เพราะการเมืองโจมตีหนัก ถ้าผมเป็นรัฐบาลคงจะไม่ยอมเป็นเป้านิ่ง ต้องหาวิธีปรับปรุงกฎกระทรวงฉบับนี้ให้ออกมานุ่มนวลและกลมกล่อมที่สุด ถ้าทำได้ตามที่ผมเสนอจะสามารถลดแรงกดดัน แรงเสียดทานจากคนที่ไม่เห็นด้วยลงได้ เพราะเราไม่นำเสนอของที่เขาเดือดร้อน มีกำหนดเงื่อนไขชัดเจน ไม่ไปแย่งตลาดคนไทย ยังเพิ่มออปชั่นการเช่าระยะยาวเข้าไป โดยที่กรรมสิทธิ์ยังอยู่ในมือคนไทย และเป็นสัญญาเช่าชั่วคราวเท่านั้นเอง ไม่ใช่การขายแผ่นดินอะไร น่าจะทำให้เดินหน้าต่อไปได้ 

ซึ่งประเด็นการขายที่ดินนั้นประเทศไทยเราขายมานานแล้ว อย่างในเขตนิคมอุตสาหกรรมที่ให้ต่างชาติมาซื้อเป็นกรรมสิทธิ์ตั้งโรงงานมีมานานแล้วเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลต้องทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่คัดค้าน ให้คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นประโยชน์ เพราะคงได้ไม่คุ้มเสีย หากไม่ปรับปรุงใหม่ แต่เข้าใจว่ารัฐบาลคงมีเจตนาดี อยากจะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลต้องวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน

ธงชัย บุศราพันธ์ 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

ผมมองว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสีย ในความเป็นจริง คนที่เป็นแก๊งคนจีนทำผิดกฎหมายมันคงมี แต่ก็มีน้อย ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ แต่ถ้าหากร่างกฎกระทรวงใหม่ได้เดินหน้าจะทำให้คนส่วนใหญ่ที่เป็นคนดีมีโอกาสเข้ามาลงทุน จับจ่ายใช้สอย เป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจไทย จึงไม่อยากให้กฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ถูกยกเลิก หรือพับไป เนื่องจากประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่สามารถควบคุมเกี่ยวกับการฟอกเงินอยู่แล้ว ผมคิดว่าคงมีการตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงิน คงช่วยป้องกันได้ระดับหนึ่ง 

สำหรับรายละเอียดของร่างกฎกระทรวงใหม่ที่กำหนดออกมาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าจะรับกันได้ เงินที่จะนำมาลงทุน 40 ล้านบาทในกองทุนไม่รวมการซื้ออสังหาริมทรัพย์ มองว่า 40 ล้านบาท ก็มากพอสมควร และสกรีนคนออกไปมากแล้ว เพราะโดยปกติซื้อกองทุนกันไม่ถึง เบื้องต้นคิดว่ารัฐบาลต้องผลักดันกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ออกมาและเริ่มทำไปก่อน เพื่อดูความเป็นไปได้ว่าสามารถทำให้เกิดผลอย่างไรบ้างในการใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ และมีอะไรต้องปรับปรุงจะได้ปรับได้ 

ส่วนเรื่องคนมองว่าเป็นการขายชาติ เราต้องมองผลประโยชน์ในแง่เศรษฐกิจและของประเทศชาติเป็นหลักว่าผ่านไปมันคงทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ผมว่าการขายชาติมันพูดลำบาก แต่ประเทศอื่นๆ ทำแบบนี้กัน โลกเรา globalization (โลกาภิวัตน์) และไร้พรมแดนไปแล้ว ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะต่างชาติซื้อแค่ 1 ไร่ ไม่ใช่ซื้อทั้งจังหวัด ยังมีเงื่อนไขว่าซื้อที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้นไม่ได้ให้ทำประโยชน์อย่างอื่น เช่น สนามกอล์ฟ หรือโรงเรียน มีการป้องกันอยู่แล้ว 

ทั้งนี้ เพื่อให้ผ่านวิกฤตวาทกรรมขายชาติไปให้ได้ รัฐบาลต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ผลดีที่เราได้รับจากกฎกระทรวงฉบับนี้คืออะไร เนื่องจากน่าจะมีผลดีให้พูดถึงได้

เยอะแยะ เพียงแต่ว่าคนบอกว่าเป็นผลร้าย จะมีอะไรต่างๆ นานาเกิดขึ้นมากมาย ขณะเดียวกันรัฐต้องบอกด้วยว่ามีกฎหมายฉบับไหนมาควบคุมอีก หากทำผิดกฎหมายไทย หรือมีคดีอาญาขึ้นมา โดนเพิกถอนสิทธิ โดนริบ ก็สามารถเขียนไว้ในกฎกระทรวงฉบับนี้ได้ 

อย่างที่ทราบกันดี หลังวิกฤตโควิด-19 ทุกประเทศกำลังเร่งหาเงินลงทุนจากต่างชาติ วิธีการจะแตกต่างกันไป เรื่องนี้ทุกประเทศเขาก็ทำ ไม่ว่าประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ที่ไหนเขาก็ให้ต่างชาติซื้อได้ มีเมืองไทยไม่ให้อยู่ที่เดียว ก็อาจจะเสียเปรียบไปเรื่อยๆ ส่วนข้อเสนอให้มีการเช่าระยะยาวก็เป็นเรื่องที่ดี แต่การที่จะได้เป็นเจ้าของคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ด้านมีข้อกังวลว่าต่างชาติมาซื้อที่ดินจะรวมเป็นแปลงใหญ่ ก็ใส่ข้อรายละเอียดปลีกย่อยเข้าไปให้รัดกุมมากขึ้น เช่น ต่างชาติซื้อไปแล้ว 1 ไร่ ที่ดินแปลงถัดไปต้องไม่ใช่ต่างชาติ แต่ผมไม่กลัวเลยว่าจะมีต่างชาติมาซื้อกันมากขึ้น ตราบใดกำหนดเงื่อนไขไว้ 1 ไร่เท่านั้น และยังต้องทำเป็นที่อยู่อาศัยด้วย ต่างชาติที่มาซื้อคงทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้  

ถ้ารัฐบาลผลักดันออกมาได้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤตอยู่ในขณะนี้ได้มาก ต่างชาติคงไม่ได้มาซื้อที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยอย่างเดียว น่าจะมีเรื่องของการแพทย์เชิงสุขภาพ เนื่องจากประเทศไทยเป็นที่นิยมของต่างชาติมาก รวมถึงรายได้จากการใช้สอยที่จะตามมาอีก 

เพราะดูจากยอดลงทุนของคนที่มาลงทุนในเมืองไทยในหลายๆ คน มีคนมาลงทุนตามที่ขอสิทธิส่งเสริมจากบีโอไอ และไม่ได้มาซื้อที่ดินได้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย น่าจะเกิดสิ่งต่างๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น กลุ่มที่มาหาหมอ เยอะแยะเต็มไปหมด อย่างน้อย 1 ราย ลงทุน 40 ล้านบาทแล้ว ยังมีโอกาสใช้สอยต่อเดือนเข้ามาอีก 

หากมาตรการนี้ออกมาบริษัทก็สนใจจะรุกทำตลาดต่างชาติมากขึ้น ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว รัฐบาลสามารถยกเลิกกฎกระทรวงใหม่นี้ได้ เพราะเป็นกฎกระทรวงสามารถยกเลิกได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว