ทิศทาง นโยบาย การเมือง สู่ ‘สวัสดิการ’ ลักษณะ รูปธรรม

7.11.22 | 13:00 น.

คอลัมน์หน้า 3 : ทิศทาง นโยบาย การเมือง สู่ ‘สวัสดิการ’ ลักษณะ รูปธรรม

จาก “การเมืองไทย ก้าวหน้า” เมื่อ 2 สัปดาห์ มายัง “สวัสดิการไทย ก้าวหน้า” เมื่อวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน

มิได้มีลักษณะ “ก้าว” อย่าง “กระโดด”

หากมองอย่างเป็น “กระบวนการ” จะสัมผัสได้ในความสัมพันธ์และยึดโยง ขณะเดียวกัน ก็ดำเนินไปอย่าง “แตะ” ไปยังอีกจุดหนึ่ง

เห็นได้จาก สิทธิใน “การลาคลอด” กับ หลักประกัน “ถ้วนหน้า”

เห็นได้จากรากฐานแห่งการปฏิรูป “กองทัพ” นำเอาส่วนซึ่งเคยเป็นเงิน “นอกงบประมาณ” เข้ามาสู่ “ระบบ”

Advertisement

เป็น “กระดานหก” ให้กับ “สวัสดิการ”

ความน่าสนใจอย่างยิ่งยวดมิได้เป็นการนำเสนออย่างเป็น “ระบบ” ร้อยเชื่อมอย่างเป็นเอกภาพ ไม่ว่าการเมือง ไม่ว่าสวัสดิการ

หากที่สำคัญอย่างที่สุด คือ ความเป็น “รูปธรรม”

หากเป็นในยุคพรรคไทยรักไทยคนอาจมองไปยัง นายทักษิณ ชินวัตร และทะลุไปถึงสมองก้อนโตของ
นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์

รวมทั้งวิธีวิทยาในแบบของ “หมอมิ้งค์” และ “หมอเลี้ยบ”

ในยุคของพรรคก้าวไกลเมื่อไม่มี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อไม่มี นายปิยบุตร แสงกนกกุล

ภาพของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จึงลอยเด่น

ภาพของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล จึงลอยเด่น เมื่อได้คนรุ่นใหม่อย่าง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้ามา

ประสานเข้ากับ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

แต่ที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาดย่อมเป็น นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด ซึ่งมีพื้นฐานมาจากสแกนดิเนเวียและสะสมความจัดเจนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ที่สำคัญยังเป็น นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค

ในทางเนื้อหา ในทางความคิด ระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคอนาคตใหม่แทบไม่มีอะไรเป็นช่องว่าง รอยโหว่

สมานเป็น “เนื้อเดียว” ไร้รอย “ตะเข็บ”

แต่ความยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่งที่ก่อให้เกิดอาการตะลึงตึงในการนำเสนอนโยบายการเมืองไทย ก้าวหน้า

คือ การแปร “นามธรรม” เป็น “รูปธรรม”

คือ การนำเสนอแต่ละ “โครงการ” แต่ละ “นโยบาย” ออกมาอย่างประสานเข้ากับรากฐานและแหล่งที่มาของความเป็นไปได้

นั่นก็คือ ไม่แยกห่างจาก “งบประมาณ” และ “แหล่งรายได้”

ที่มีคนสบประมาทว่า ไม่ว่าพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าพรรคก้าวไกล อาจเปี่ยมด้วยความฝัน แต่ไร้รากฐานทาง “การปฏิบัติ”

เด่นชัดว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น

จุดสำคัญเป็นอย่างยิ่งจากพรรคอนาคตใหม่มายังพรรคก้าวไกล คือ จุดอันเชื่อมร้อยอยู่กับจุดเด่นซึ่งพรรคไทยรักไทยเคยริเริ่ม

นั่นก็คือ การชู “นโยบาย” ขึ้นเป็น “จุดขาย”

การเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 หลายพรรคการเมืองอาจเคยเยาะเย้ยพรรคไทยรักไทย แต่เมื่อผลออกมาก็นะจังงัง

นะจังงังเหมือน “ก้าวไกล” กำลัง “จุดประกาย”