‘เพื่อไทย’ ผิดหวัง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าถูกคว่ำ ทำปชช.เสียประโยชน์ เหตุรัฐสนับสนุนการผูกขาด

8.11.22 | 11:32 น.

‘เพื่อไทย’ ผิดหวัง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าถูกคว่ำ ทำปชช.เสียประโยชน์ เหตุรัฐสนับสนุนการผูกขาด ชี้ การจำกัดการผูกขาดจะเปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่-ทำให้ประเทศพัฒนา แนะ จัดการราคาหน้าโรงกลั่น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคพท. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคพท. และน.ส.จุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางรัก ในฐานะโฆษกคณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พท. ร่วมแถลงข่าวในหัวข้อ “จำกัดผูกขาด สุราต้องเสรี”

โดยนายพิชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่…) พ.ศ… หรือพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ไม่ผ่านการพิจารณาและแพ้ไปแค่ 2 เสียงเท่านั้น ซึ่งหากผ่านได้จะทำให้จำกัดการผูกขาดของสุราในประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดการกระจายรายได้ให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งพรรคไทยรักไทยเคยคิดเรื่องนี้แล้วตั้งแต่ปี 2546 ดังนั้น จึงหวังว่าในอนาคตเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสุราเสรีนี้จะเกิดขึ้นได้จริงในเรื่องของการผูกขาดนี้ประเทศไทยมีปัญหาการผูกขาดอย่างมาก ขนาดองค์กรระหว่างประเทศยังจัดอันดับประเทศไทยในลำดับท้ายๆ ที่มีการจัดการการผูกขาดได้ย่ำแย่ จึงต้องหาทางจำกัดการผูกขาดในทุกด้านเพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่สามารถพัฒนาตนเองขึ้นมาได้ อีกทั้งยังจะทำให้ประเทศพัฒนาขึ้นไปได้ เมื่อมีการแข่งขันที่แท้จริง

นายพิชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ อยากให้มีการจำกัดการผูกขาดในการผลิตน้ำมันและกลั่นน้ำมันในประเทศไทย เพราะมีปัญหามาตลอด เพราะโรงกลั่น 6 โรงใน 7 โรงกลั่น เป็นของ ปตท. ซึ่งคุมปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปที่กลั่นแล้วเกือบทั้งหมด ทำให้มีปัญหาราคาโครงสร้างราคาน้ำมันที่เป็นปัญหาดังนี้ 1.ราคาหน้าโรงกลั่นจะต้องเท่ากันสิงคโปร์ โดยไม่บวกค่าขนส่ง ค่าประกัน ค่าระเหย ที่ไม่มีจริง เพื่อไม่ให้เอาเปรียบประชาชน โดยราคาขายในประเทศจะต้องเท่ากับราคาส่งออก เพราะบริษัทในเครือ บมจ. ปตท. ขยายการกลั่นเพื่อการส่งออก แสดงว่าราคาส่งออกก็กำไรอยู่แล้ว จะมาบวกเพิ่มไม่สมควร 2.ค่าการตลาดควรจะถูกจำกัดที่ลิตรละ 1.40 บาท ตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ อย่าปล่อยให้ราคาค่าการตลาดพุ่งสูงแบบไม่สมเหตุผล และ 3.ราคาส่วนผสมของน้ำมันที่ผลิตจากพืชพลังงานทั้งเอทานอลและน้ำมันปาล์ม ควรมีราคาที่เป็นธรรมไม่สูงกว่าราคาน้ำมันที่ไปผสมมากนัก หากราคาต่างกันมากควรลดราคาหรือไม่ก็ต้องลดการผสมเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาของกองทุนน้ำมันที่ยังติดลบกว่าแสนล้านบาท โดยมีการนำกองทุนน้ำมันไปสนับสนุนราคาก๊าซหุงต้มจำนวนหลายหมื่นล้านบาท และมีการนำเงินกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานโอนเข้ารัฐไป 20,087.43 หมื่นล้านบาทที่ยังไม่ได้คืนมา อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าการผูกขาดจะทำให้ประชาชนเสียประโยชน์อย่างมาก และต้องจำกัดการผูกขาดให้น้อยที่สุด เพื่อให้มีการแข่งขันซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งประเทศและเปิดให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้เติบโตขึ้น

ด้าน นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ทุกวันนี้รุมเร้าทำให้ประชาชนอ่อนแอเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วม ปัญหาเศรษฐกิจ น้ำมันปรับเพิ่มราคาขึ้นทุกวัน แต่รายได้นั้นคงที่ จึงอยากให้รัฐบาลเร่งทำงานแก้ปัญหาต่างๆ ให้ประชาชนมากขึ้นกว่านี้ ช่องทางการหารายได้ให้ประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ดีกว่าการออกนโยบายกฎกระทรวงขายที่ดินให้ต่างชาติ ซึ่งการกระตุ้นและการพัฒนาเศรษฐกิจให้ประเทศมีความมั่นคงนั้น คือการพัฒนาฐานรากของประเทศให้มีความแข็งแรง การพัฒนาส่งเสริมสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่รัฐบาลไทยรักไทยทำไว้แต่เดิมนั้น เป็นการกระตุ้นแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจจากรากหญ้าสู่ยอดไผ่ ประชาชนแข็งแรง เศรษฐกิจดี ประเทศชาติก็แข็งแรง เช่น ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า รัฐบาลควรส่งเสริมสนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นในด้านนี้มากกว่าการผูกขาดเพื่อเอื้อกลุ่มทุนใหญ่เท่านั้น

Advertisement

นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2544 รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน หนึ่งในนั้นคือการส่งเสริมให้มีการผลิตสุราแช่ชนิดสุราผลไม้ สุราแช่พื้นเมือง และสุรากลั่น ซึ่งล้วนแต่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทยที่มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ จำหน่ายสุราพื้นเมือง ส่งผลให้มีโรงงานสุราเกิดขึ้นจานวนมากในชุมชนต่างๆ หากนโยบายสุราหมักแช่เสรีนี้ไม่ถูกขัดขวาง ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อย สามารถผลิตและอุตสาหกรรมการผลิตสุราอาจได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สร้างผู้ประกอบการรายย่อยให้แข็งแรง ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมสุรา เพราะมีพื้นฐานจากการเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีผลผลิตทางการเกษตรหลากหลาย ซึ่งหากอุตสาหกรรมสุราได้รับการสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม การขยายไปสู่อุตสาหกรรมสุราอื่นๆ นี่เป็นเพียงหนึ่งนโยบายพัฒนาด้านเศรษฐกิจที่รัฐบาลนายทักษิณได้ทำไว้ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศในขณะนั้นมีความแข็งแรง ดังนั้น การพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคงแข็งแรงอย่างแท้จริง จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้มีความแข็งแรงจากภายใน ดีกว่าการอาศัยเพียงทุนและกำลังจากการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภายนอกประเทศ

ขณะที่ น.ส.จุฑาพร กล่าวว่า ขอแสดงความผิดหวังที่กฎหมายสุราเสรีถูกตีตกในสภา และรัฐบาลชิงออกกฎกระทรวงที่มีความหมายคล้ายคลึงกันตัดหน้าเพียง 1 วัน แม้จะมีการปลดล็อกเพิ่มเติมในเรื่องของทุนจดทะเบียนและกำลังการผลิต แต่กลับกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ไว้มากมายที่ประชาชนไม่อาจทำได้ในทางปฏิบัติจริง แสดงให้เห็นว่าโดยแท้จริงแล้ว รัฐบาลนี้ต้องการจะคุ้มครองปกป้องกลุ่มทุนรายใหญ่มากกว่าผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยและประชาชนทั่วไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมไม่อาจยอมรับได้ เพราะการปล่อยให้นายทุนรายใหญ่ผูกขาดหลายธุรกิจรวมถึงธุรกิจสุรา ทำให้มีคนรวยมากเพียงไม่กี่ราย ผู้บริโภคไม่มีสิทธิ์เลือกสินค้า อีกทั้งสุราพื้นบ้านเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบสานกันมายาวนาน การส่งเสริมให้ผลิตได้อย่างเสรี เป็นการส่งเสริมศักยภาพคนไทย ต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรที่อาจสูญเปล่าหากไม่แปรรูป สร้างรายได้ให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

น.ส.จุฑาพร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สุราเถื่อนทุกประเภทจะกลายเป็นสุราถูกกฎหมาย ที่รัฐสามารถเข้าควบคุมคุณภาพ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคได้ ตลอดจนรัฐสามารถจัดเก็บภาษี นำเงินใช้หมุนเวียนในประเทศได้อีกด้วย ซึ่งทุกวันนี้คนไทยที่มีความสามารถต้องไปผลิตเบียร์จากต่างประเทศแล้วส่งกลับมาขายให้คนไทยบริโภค เพราะกฎหมายไม่เอื้อให้พวกเขาทำได้ในประเทศบ้านเกิด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างใหญ่หลวง โดยประเทศไทยปล่อยให้มีการผูกขาดของนายทุนรายใหญ่กันมาก และ การบังคับใช้กฎหมายในเรื่องป้องกันการผูกขาดยังมีประสิทธิภาพที่ต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยไม่สามารถพัฒนาก้าวขึ้นเป็นรายใหญ่ได้เพราะถูกปิดกั้น ปิดโอกาสการพัฒนาของประเทศ ดังนั้น หากสามารถทำลายการผูกขาดและเปิดเสรีได้ รายได้จะกระจายเข้าประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้รวมถึงการผูกขาดในทุกเรื่องด้วย ถ้าจำกัดการผูกขาดได้ โอกาสของคนรุ่นใหม่ที่จะพัฒนาและก้าวหน้าก็จะมีมากขึ้น