หน้าแรก การเมือง เพื่อไทยแนะ &...

เพื่อไทยแนะ ‘นายกฯ’ ใช้เอเปค เปิดประตู ศก.ก่อนไทยตกเวทีโลก อย่าใช้งบเพื่อพีอาร์ประยุทธ์

8.11.22 | 12:43 น.

‘ลิณธิภรณ์’ จี้ ‘ประยุทธ์’ เร่งแก้ปัญหายาเสพติด-บ่อนพนันก่อนสังคมไทยเสื่อมพัง แนะ 3 ทางออกแก้ก่อนสาย

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า มีความกังวลเป็นอย่างมากว่าขณะนี้สังคมไทยกำลังเสื่อมโทรมอย่างหนัก นอกจากจะเผชิญปัญหาการพนันเกลื่อนกลาด ยังมียาเสพติดเกลื่อนเมือง กลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน จนลุกลามกลายเป็นปัญหาระดับประเทศ ข่าวการบุกจับผับลับย่านเจริญราษฎร์ พบยาเสพติดจำนวนมาก หรือเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา มีการจับกุมบ่อนพนันใต้ดินย่านรัชดาภิเษก มีนักพนันชาวไทยและต่างชาติถูกจับกุมจำนวนมาก และนับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคดีบ่อนพนันไปแล้วถึง 497 คดี และอีกหลายบ่อนที่ถูกเปิดโปง จนประชาชนตั้งคำถามว่า 1 เขต 1 บ่อนการพนันใช่หรือไม่

น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เมื่อดูจากข้อมูลของศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) ที่ได้ศึกษาสถานการณ์การพนันในประเทศไทย ปี 2564 จากกลุ่มตัวอย่างเกือบ 7,000 คน พบว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป เล่นพนันกว่า 59.6% หรืออยู่ที่ 32 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ถึง 6.3% ในจำนวนนี้เป็นเด็กและเยาวชนอายุ 15-25 ปี ถึง 4.3 ล้านคน วงเงินหมุนเวียนในบ่อนพนันรวมกว่า 93,321 ล้านบาท ขณะที่การพนันออนไลน์ในปี 2564 ก็สูงขึ้นจากปี 2562 ถึงเท่าตัวหรือเพิ่มขึ้น 135.8% เงินหมุนเวียนในการพนันออนไลน์พุ่งสูงถึง 107,078 ล้านบาท สูงขึ้นถึง 4 เท่าตัว หรือ 431.3% จากปี 2562

น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นสัญญาณเตือนว่าการป้องกันและปราบปรามการพนันและยาเสพติดนับวันจะยิ่งตกต่ำดำดิ่งและอาจเป็นการยากที่จะแก้ไขได้โดยเร็ว ทั้งที่ตลอด 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศจัดการอย่างเด็ดขาดกับธุรกิจผิดกฎหมายทุกรูปแบบ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงกันข้าม ทุกวันนี้ยังเกิดเหตุสลดซ้ำๆ แต่ละวัน ทั้งคนเมายา หลอนยา พ่อฆ่าลูก ลูกฆ่าบุพการี ทำร้ายทุบตีเพราะขาดสติจากการเสพยาไม่เว้นแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทย ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ควรเร่งดำเนินการแก้ไขโดยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1.สนับสนุนให้ปฏิรูปตำรวจให้กลายเป็นองค์กรที่โปร่งใส รวมถึงข้อเสนอของการผลักดันการแก้ปัญหาผ่านร่างกฎหมายฉบับต่างๆ เพราะปัญหาบ่อนการพนัน การพนันออนไลน์ หรือส่วยการพนันมีความเชื่อมโยงทั้งในองค์กรของการกำกับและบังคับใช้กฎหมาย

น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวต่อว่า 2.ลงโทษผู้กระทำผิด ผู้มีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยให้การพนันผิดกฎหมายยังดำเนินการอยู่อย่างจริงจัง ด้วยความเป็นธรรม ต้องไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายไม่ว่าจะมียศหรือตำแหน่งใด 3.กฎหมายการพนันต้องแก้ไขให้เท่าทันกับการพนันที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยเฉพาะการพนันออนไลน์ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกระทรวงดีอีเอสต้องเข้ามาควบคุมหรือปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ เพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนที่อาจตกเป็นเหยื่อเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของพิษภัยจากเล่นการพนัน ซึ่งรัฐบาลที่ดีมีหน้าที่สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และจำกัดสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม หยุดยาเสพติด บ่อนพนันออนไลน์ ต้องเริ่มจากความจริงใจ จริงจัง ในฐานะผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ การแก้ปัญหา การปราบปรามต้องต่อเนื่อง เอาจริงเอาจัง เพราะสิ่งเหล่านี้คือการบ่อนทำลายประเทศที่เห็นจากการจับกุมนั้นเป็นแค่เพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำเท่านั้น

Advertisement

‘จักรพล’ แนะ ‘บิ๊กตู่’ ใช้เอเปคเปิดประตู ศก.ก่อนไทยตกเวทีโลก อัดอย่าใช้งบเพื่อประชาสัมพันธ์ ‘ประยุทธ์’

ขณะที่ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค 2022 ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะประเทศไทยมีความคาดหวังว่าควรจะใช้โอกาสนี้ในการโชว์ศักยภาพของประเทศในทุกๆ ด้าน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรใช้โอกาสนี้สร้างประโยชน์ให้กับคนไทยและประเทศไทยเพียงแต่ว่าประเทศที่จะเข้าร่วมการประชุมมองการประชุมครั้งนี้อย่างไร และมีหลายประเทศยืนยันว่าจะมาร่วมประชุม แต่ที่มานั้นเป็นใคร เป็นผู้นำที่มีอำนาจตัดสินใจมาเอง หรือส่งผู้นำระดับรองๆ มาแทน เช่น กรณีที่นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่มาด้วยเหตุผลใดกันแน่ รวมทั้งวาระการประชุมที่จะมีการหารือกันในระหว่างประชุมมีอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง ทั้งนี้ คาดว่าในที่ประชุมจะมีการหารือปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยไปสู่รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า BCG Economy Model จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด นำพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศและมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน สามารถที่จะต่อยอดและการพัฒนาได้หรือไม่

“จากการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ที่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ยังได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการประชุม APPF หรือการประชุมรัฐสภาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ต้องยอมรับว่าผลจากการประชุมพบว่าประเทศไทยจะตกกรอบเวทีโลกอยู่แล้ว ผู้นำโลกมองผู้นำไทยในสายตาที่เปลี่ยนไป ทั้งการยอมรับ การเชื่อถือ การเพิ่มศักยภาพในการเจรจา เพราะภาพของผู้นำประเทศไทยในสายตาประชาคมโลกลดลงไปมาก ซึ่งน่าเสียใจแทนที่จะใช้โอกาสนี้ในการสร้างศักยภาพของประเทศไทยในเวทีโลก แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับใช้เวทีนี้เป็นฟางเส้นสุดท้ายในการกำหนดทิศทางการเมืองในอนาคตของตัวเอง สะท้อนว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับเวทีนี้ แต่เป็นเพียงการเดิมพันอนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น จึงปิดโอกาสของประเทศไทย แต่นำเวทีเอเปคมาปกป้องตัวเอง ทั้งที่ทุกประเทศจะใช้เวทีนี้ต่อยอดทางเศรษฐกิจ รัฐบาลทุ่มงบประมาณมหาศาลในการจัดประชุม แต่สุดท้ายคือการประชาสัมพันธ์ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้นเอง ขอเตือนไปยังรัฐบาลว่าประชาชนคาดหวังว่าประเทศไทยจะสามารถเปิดประตูเศรษฐกิจโลกไม่ตกเวทีเหมือนที่ผ่านมา ควรใช้เวทีนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และคุ้มค่ากับงบประมาณที่จ่ายไป” นายจักรพลกล่าว

‘ตรีชฎา’ ฉะ ‘บิ๊กตู่’ ถูกโดดเดี่ยว หลัง ‘บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก’ ถอยขายที่ดินให้ต่างชาติ เตือนลิ่วล้อเปิดหูเปิดตาฟังคนอื่นบ้าง จะได้ไม่พลาดโดยเฉพาะคนในรัฐบาล

ด้าน น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงนามถอนร่างกฎกระทรวงขายที่ดินให้คนต่างชาติออกตามที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสนอมาว่า ตนหวังว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้มีเพียงคำตอบเดียวที่ ครม.จะให้กับประชาชนคือ ยกเลิกแนวคิดนี้ไปเสีย ซึ่งจะถือว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำประโยชน์กับประเทศบ้างแล้ว แต่ทั้งหมดก็ได้สะท้อนให้เห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลเร่งรีบดำเนินการ ไม่ผ่านกระบวนการศึกษารายละเอียดถึงผลดีผลเสียอย่างดีพอ จนอาจเดินเข้าสู่การตัดสินใจบกพร่องผิดพลาดอย่างร้ายแรงจนทำให้สังคมปรามาสว่าเป็นแนวคิดขายชาติ นอกจากนี้ อยากเตือนสติบรรดากองเชียร์ลิ่วล้อที่หลับหูหลับตาเชียร์แบบไม่รู้เรื่อง กลุ่มคนเหล่านี้ควรเปิดหู เปิดตา เปิดใจ รับฟังข้อมูลจากผู้อื่นบ้าง จะได้ไม่พลาดอีก โดยเฉพาะคนที่มีตำแหน่งในรัฐบาลที่เคยออกมาเชียร์กฎกระทรวงนี้ว่าช่วยกระตุ้นการลงทุน และยังโจมตีว่ากฎกระทรวงการขายที่ดินต่างชาติฉบับปี 2545 เข้มงวดเกินไป ทั้งที่ในช่วงนั้นรัฐบาลภายใต้การนำโดยพรรคไทยรักไทยคิดอย่างรอบคอบละเอียดถี่ถ้วนดีแล้ว โดยมีเป้าหมายว่าต้องยังคงไว้ซึ่งการรักษาชาติ รักษาแผ่นดินไทยเอาไว้

น.ส.ตรีชฎากล่าวต่อว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศเป็นแบบรัฐบาลผสม แต่ทำงานแบบตัวใครตัวมัน ไม่รับผิดชอบร่วมกัน ทั้งที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจน มิหนำซ้ำยังทะเลาะและห้ำหั่นกันเองระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กรณีปัญหากัญชาเสรี โดยไม่ได้เกรงใจประชาชนแม้แต่น้อย สิ่งที่เกิดขึ้น อาการของ พล.อ.ประยุทธ์ที่จะเดินหน้ากฎกระทรวงขายที่ดินให้ต่างชาติ แต่ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.อนุพงษ์จะชะลอ ยิ่งเป็นการประจาน พล.อ.ประยุทธ์ว่ากำลังถูกโดดเดี่ยว ซ้ำยังไม่มีน้ำยาในการสร้างความปรองดองแม้แต่ใน ครม.เอง

“รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อย่าคิดว่าถ้าพลาดแล้ว ล้มเลิกแล้วจะจบ คำขอโทษประชาชนสักคำไม่มี กรณีถ้าเกิดขึ้นจริงจะถือเป็นบทเรียนราคาแพงของรัฐบาลที่กระทบกระเทือนหัวใจคนไทยอย่างรุนแรง คำปรามาสที่สังคมมอบให้ว่าขายชาติ ขายแผ่นดิน คงต้องตกเป็นของรัฐบาลแน่” น.ส.ตรีชฎากล่าว