กลุ่มผับบาร์-บาร์บีคิวพลาซ่า ค้านยาแรงมาตรการสู้ไฟแพง หวั่นฉุดเศรษฐกิจ คลังเล็งแก้งบซ้ำซ้อนประกันรายได้สินค้าเกษตร
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์วันที่ 8 พฤศจิกายน ภายหลังการหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีที่ 4 ว่า นายกฯสั่งการว่าให้นำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า ซึ่งมีข้อยุติแล้วตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอผ่านคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ
โดยให้ดำเนินการทั้งนโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 20 ไร่ เพื่อสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ครอบครัวละไม่เกิน 20 ไร่ ส่วนรายละเอียดวงเงินให้คำนวณตามสถานการณ์ข้อเท็จจริงที่เป็นในปัจจุบัน เพราะปัจจุบันราคาข้าวปรับตัวดีขึ้นมาก ซึ่งราคาข้าวเปลือกปรับตัวสูงขึ้นมาก
รายงานข่าวจากกรมการค้าภายในระบุว่า โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีที่ 4 จะดำเนินการเช่นเดียวกับ 3 ปีที่ผ่านมา โดยประกันรายได้ในข้าว 5 ชนิด ประกอบด้วย ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาประกัน 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคาประกัน 14,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกปทุมธานี ราคาประกัน 11,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ราคาประกัน 10,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกเหนียว ราคาประกัน 12,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน
คลังจ่อรื้อประกันสินค้าเกษตร
รายงานจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า กระทรวงการคลังได้หารือร่วมกับสำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับแผนการใช้จ่ายเงินตามมาตรา 28 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังแห่งรัฐ ประจำปี 2566 เนื่องจากรัฐบาลจะมีเงินใช้จ่ายไม่เพียงพอสำหรับวงเงินที่หน่วยงานต่างๆ เสนอขอเข้ามา โดยเฉพาะโครงการดูแลสินค้าเกษตรและโครงการประกันรายได้เกษตรกรที่ใช้เงินไม่ต่ำกว่า 1.8 แสนล้านบาท เนื่องจากกระทรวงการคลังพยายามจะรักษาเพดานหนี้ ตามมาตรา 28 ไว้ไม่ให้สูงไปกว่าเดิมที่ 32% ของงบประมาณ โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณารายละเอียดแผนการใช้เงินตามมาตรา 28 ทั้งหมดในปีนี้ว่าจะใช้เงินเท่าไร และให้โครงการที่เสร็จสิ้นไปแล้วให้รีบคืนเงินกลับมา ซึ่งปัจจุบันมีที่เหลือในเพดานหนี้ ตามมาตรา 28 ให้ใช้อยู่ 4 หมื่นล้านบาท
รายงานข่าวกล่าวว่า ขณะเดียวกันได้ขอให้ลดความซ้ำซ้อนบางโครงการที่คล้ายกันเพื่อประหยัดงบประมาณ หรือให้หาทางไปใช้เงินจากแหล่งอื่นทดแทน อาทิ โครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวของกรมการข้าว ที่ได้งบประจำปี 2566 มาแล้ว 1.5 หมื่นล้านบาท ได้ให้ไปพิจารณาว่ามีความซ้ำซ้อนกับโครงการช่วยต้นทุนและการบริหารจัดการข้าวไร่ละ 1,000 บาท จำนวน 20 ไร่ ของกระทรวงพาณิชย์ที่ขอใช้เงินมาอีก 5.5 หมื่นล้านบาทหรือไม่ ขณะเดียวกันให้ทบทวนกรอบวงเงินโครงการประกันรายได้ข้าว เนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวได้ปรับตัวสูงขึ้นกว่าที่มีการประเมินการใช้เงินไว้มาก เช่น ราคาข้าวเปลือกขาวได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ตันละกว่า 9 พันบาท ขณะที่ข้าวเปลือกหอมมะลิก็ราคาสูงเกินประกันรายได้ตันละ 1.5 หมื่นบาทแล้ว
คุมประหยัดไฟขอฟังเสียงผับบาร์
นายธนากร คุปตจิตต์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงพลังงานเตรียมออกนโยบายประหยัดพลังงาน ด้วยการกำหนดเวลาเปิด-ปิดภาคธุรกิจบริการที่ใช้พลังงานสูง อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ สถานบันเทิง สถานีบริการน้ำมันว่า เห็นด้วยที่ทุกคนต้องช่วยกันลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น แต่ไม่เห็นด้วยที่จะกำหนดให้ปิดสถานบันเทิงเร็วขึ้น รัฐบาลต้องดูประโยชน์และความคุ้มค่า หากใช้มาตรการกับสถานบันเทิง ดังนั้น ควรพิจารณาให้รอบคอบ เพราะขณะนี้ประเทศไทยต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งการท่องเที่ยวมีทั้งส่วนของกลางวันและกลางคืน ประกอบกับช่วงไฮซีซั่นมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งสถานบันเทิงก็เป็นส่วนหนึ่งที่จูงใจนักเที่ยว
“สถานบันเทิงต้องมีแสงสีเสียงเพื่อดึงดูดและให้ความบันเทิงกับลูกค้า ยอมรับว่าใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก แต่อยากให้รัฐบาล กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเข้าไปร่วมหารือและแลกปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องมาตรการประหยัดพลังงานด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน และนำไปสู่การเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย” นายธนากรกล่าว
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
- จ่อคุมเวลาปิด ‘ผับ-ปั๊ม-สะดวกซื้อ’ ระทึก กพช.งัดยาแรงสู้ค่าไฟ ถ้าค่าก๊าซวิกฤต
- กพช. เคาะมาตรการฝ่าวิกฤตพลังงาน-ลดเก็บเงินโรงไฟฟ้า ลดค่าไฟช่วย ปชช.
บาร์บีคิวพลาซ่าค้าน-ชี้ฉุดศก.
นางชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า ฌานา และเรดซัน ว่า ไม่เห็นด้วยหากมีการควบคุมกำหนดเวลาเปิด-ปิดบริการ เพราะจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจและระบบเศรษฐกิจอย่างแน่นอน ภาครัฐควรหาวิธีอื่นในการแก้ปัญหาแทน แม้เข้าใจว่าการประหยัดพลังงานเป็นเรื่องสำคัญมากต่อสภาวะโลกร้อน แต่มีหลายรูปแบบที่จะดำเนินการได้ ไม่ใช่แค่กำหนดเวลาเปิด-ปิดเท่านั้น เช่น ให้ผู้ประกอบการใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนมากกว่า และไม่ส่งผลกระทบต่อคนทำมาค้าขาย และทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวด้วย
แนะจัดกลุ่มหวั่นกระทบท่องเที่ยว
น.ส.เกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ให้ความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เนื่องจากเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นทั่วโลก สอดคล้องกับมาตรการประหยัดพลังงาน เบื้องต้นคาดว่ากลุ่มธุรกิจส่วนใหญ่สามารถให้ความร่วมมือได้ และมีบางกลุ่มธุรกิจที่อาจจะต้องเป็นข้อยกเว้นหรือให้ความร่วมมือได้เพียงบางส่วน โดยกลุ่มที่คาดว่าจะให้ความร่วมมือ อาทิ กลุ่มห้างสรรพสินค้า กลุ่มนี้มีเวลาให้บริการเปิด-ปิด ชัดเจน หากรัฐขอความร่วมมือโดยการปิดระบบปรับอากาศก่อนห้างสรรพสินค้าปิด 30-60 นาที ก็สามารถทำได้ และผู้ใช้บริการทั่วไปไม่ได้รับกระทบ รวมถึงกลุ่มผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันสามารถให้ความร่วมมือได้ แต่ต้องประชาสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการให้ชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนแปลงเวลาการให้บริการ
น.ส.เกวลินกล่าวว่า ขณะเดียวกันมีบางกลุ่มที่คาดว่าอาจให้ความร่วมมือได้เพียงบางส่วน อาทิ สถานบันเทิงที่เปิดให้บริการช่วงกลางคืน ส่วนใหญ่เริ่มเปิดให้บริการช่วง 19.00 น.เป็นต้นไป หากขอให้ปิดเร็วขึ้น ผู้ประกอบธุรกิจอาจได้รับความเสียหายจากรายได้ที่ลดลง เพราะช่วงเวลาทำธุรกิจสั้นลง อีกทั้งอาจกระทบกับเศรษฐกิจบางพื้นที่ที่มีจุดขายเรื่องการท่องเที่ยวยามค่ำคืน นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีและเป็นที่นิยม ดังนั้น อาจจะได้รับความร่วมมือจากธุรกิจนี้แค่บางส่วนเท่านั้น อาทิ การปิดไฟบางดวงในร้าน จึงเห็นว่ารัฐอาจจะทำเป็นข้อยกเว้นในบางกรณี หรือบางประเภทธุรกิจที่ไม่สามารถให้ความร่วมมือได้เต็มที่เพื่อเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ
อ่านข่าวอื่น
- ด่วน!! สภา ม.ร.มีมติถอดถอน ‘สืบพงษ์ ปราบใหญ่’ พ้นอธิการบดี รอบ 2
- วิษณุ แซว ‘ชัชชาติ’ แต่ก่อนเสื้อยืด เดี๋ยวนี้เสื้อผ้าไหม นักข่าวตาดี บอกสีกลีบบัวเหมือนนายกฯ
- ราศีอะไรช่วงนี้ทวงหนี้ไม่ค่อยได้ กู้ยืมใครไม่สะดวก อารมณ์ก็ไม่ค่อยปกติ

