‘ฝ่ายค้าน’ แถลงหลังยื่น ‘ศาลปกครอง’ ให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งประกาศกระทรวงสธ. ย้ำ จุดยืนคว่ำแน่ หากกมธ.ไม่แก้รายมาตรา
เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคพท. และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และนายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) และนพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา และนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวกรณีที่ยื่นศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลมีคําสั่งให้เพิกถอนประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ.2565 พร้อมทั้งมีคําสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วยการทุเลาการบังคับตามประกาศ สธ.ดังกล่าว
โดย นายสุทิน กล่าวว่า แพทย์หลายองค์กรมีความกังวลนโยบายกัญชาเสรี เนื่องจากกฎหมายอาจจะผลเสียมากกว่าผลดี เมื่อกฎหมายหวังพึ่งไม่ได้จึงมีการเสนอให้หยุดไว้ก่อน โดยได้ขอให้ศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว เพื่อไม่ให้ประกาศมีผลบังคับใช้และสะดุดหยุดลง ซึ่งได้มีการยื่นต่อศาลปกครองกลางแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และเชิญพรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมดำเนินการด้วย และเราก็ไม่ได้ขัดข้อง

ด้าน นพ.สมิทธิ์ กล่าวว่า ประกาศสธ.ทำให้กัญชาเสรีจนเกินไปและเสรีที่สุดในโลก ซึ่งไม่มีกฎหมายควบคุมจนเด็กและเยาวชนก็สามารถเข้าถึงได้ โดยกฎหมายฉบับนี้มีความไม่พร้อมไม่สมบูรณ์ด้วย จึงขอบคุณพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เป็นผู้ร่วมยื่นฟ้องร่วม และเขียนคำร้องให้ ทั้งนี้ ประกาศ สธ. ได้นำกัญชาออกจากยาเสพติดทำให้มีผลกระทบเยอะมาก และไม่มีไคร่ครวญอย่างดี อีกทั้ง การใช้กัญชาทางการแพทย์มีมาตั้งแต่ปี 2563 ยืนยันว่าตนไม่ปฏิเสธกัญชาทางการแพทย์ แต่ประกาศเกินเลยจากทางการแพทย์ไปเยอะมาก
ด้าน นพ.ชลน่าน กล่าวว่า สาเหตุที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นพ้องกันว่าต้องร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนในการร้องต่อศาลปกครองครั้งนี้ เพื่อให้ตรงวัตถุประสงค์ตามอำนาจหน้าที่ของศาลที่จะวินิจฉัยให้ทุเลา ระงับยับยั้ง หรือคุ้มครองชั่วคราวต่อประกาศกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 เรื่อง การระบุยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 ที่กำหนดให้ทุกส่วนของพืชกัญชาไม่เป็นยาเสพติด เพราะภาคประชาชนถือเป็นผู้เสียหาย โดยเฉพาะลูกหลานที่ได้รับผลกระทบ หากฝ่ายนิติบัญญัติดำเนินการยื่นต่อศาลฯ เอง ศาลอาจตีตกได้ เนื่องจากอาจเห็นว่าฝ่ายนิติบัญญัติก็มีอกนาจหน้าที่ดำเนินการได้

“เราปลดล็อคกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดให้ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 แต่ให้ไปเขียนกำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าถ้าจะเป็นยาเสพติดมันควรเป็นอย่างไร เพราะในตัวกัญชายังเป็นสารเสพติดอยู่ การจะไปกล่าวอ้างว่าฝ่ายนิติบัญญัติไปยกเลิกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดแล้วไปทึกทักเอาว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติดนั่นคือไม่ชอบ เพราะเราให้กระทรวงสาธารณสุขไปกำหนด แต่กระทรวงสาธารณสุขไปกำหนดว่ากัญชาจะเป็นยาเสพติดเมื่อสาร THC มากกว่า 0.2 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปเท่านั้น จึงทำให้กัญชาใช้กันอย่างแพร่หลายเสรีที่สุด” นพ.ชลน่าน กล่าว
เมื่อถามว่า จุดยืนของพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะโหวตคว่ำร่างพ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ที่อยู่ในสภา จะมีการพิจารณาวาระ 2 โดยจะพิจารณาเป็นรายมาตรา เรามีส.ส.และกรรมาธิการได้สงวนความเห็นและสงวนคำแปรญัตติไว้ หากคำสงวนนั้นสามารถสู้ได้ และเราสามารปรับแก้คำแปรญัตติในรายมาตรานั้นได้ ก็อาจจะมีการพิราณาลงมติในความเห็นชอบในมาตรานั้น แต่เท่าที่ดูกฎหมายเดิมมี 45 มาตรา ได้เพิ่มเป็น 95 มาตรา ฉะนั้นการแก้ไขรายมาตราเป็นเรื่องยาก และกรรมาธิการไม่ได้รับข้อเสนอจากพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และองค์กรแพทย์ฯ ไปปรับแก้เลย และมีการส่งร่างเดิมกลับเข้ามา ซึ่งหากกรรมาธิการเสียงข้างมากไม่ปรับแก้ในรายมาตรา เราก็ต้องโหวตไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว และในวาระ 3 หากไม่มีการปรับแก้อะไร เราไม่สามารถให้ความเห็นชอบได้ คือการคว่ำร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้

