นักวิชาการถอดรหัส
ฤดูอพยพการเมือง
ค่ายรวมไทยสร้างชาติ
หมายเหตุ – นักวิชาการให้ความเห็นกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่งตั้งให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี หรือ “สามสี” ที่เพิ่งลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นที่ปรึกษานายกฯ ส่งสัญญาณที่ พล.อ.ประยุทธ์ อาจสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เตรียมสู้เลือกตั้ง และความเป็นไปได้ถึงสูตรจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า
ชัยธวัช เสาวพนธ์
นักวิชาการอิสระ จ.เชียงใหม่
คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังรอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมเข้าสังกัดพรรคการเมือง มีแนวโน้มว่าอาจเข้าสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ เป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งมีความสนิทสนมกับนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯอีกคน สะท้อนให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการมีพรรคเป็นของตนเอง โดยใช้ฐานเสียง เครือข่ายพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ สนับสนุน เนื่องจากคะแนนนิยม พล.อ.ประยุทธ์ ในภาคใต้ยังสูงอยู่
นอกจากนี้ ยังสะท้อนว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการเป็นเอกเทศ ไม่ตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จึงต้องสร้างพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเป็นฐานการเมือง นำไปสู่ผู้นำประเทศด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งบุญ หรืออาศัยบารมีของ พล.อ.ประวิตรเหมือนเมื่อก่อน
ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์มั่นใจว่า ส.ว. 250 คน ยังสนับสนุนเป็นนายกฯอีกสมัย แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่พรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐไม่สนับสนุน เพราะส่วนใหญ่ต้องการให้ พล.อ.ประวิตรเป็นนายกฯมากกว่า
หากการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า ประชาชนสนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อาจดึงพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย เพื่อรวบรวมเสียง ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ 200 คน บวกกับ ส.ว.สนับสนุน อีก 200 เสียง รวมเป็น 400 เสียง สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้แน่นอน
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร เชื่อว่าไม่เปลี่ยนแปลง แม้อยู่คนละพรรค เพราะมีความผูกพันกันมายาวนาน อาจเป็นตามยุทธศาสตร์แยกกันเดิน ร่วมกันตี
เชื่อว่าการตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อรองรับ พล.อ.ประยุทธ์ที่อาจเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แทนนายพีระพันธุ์ และเป็นแคนดิเดตนายกฯ อันดับ 1 ของพรรค หากเลือกตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ ส.ส. 20-30 คน ก็สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ มี ส.ว.ที่ตนเองแต่งตั้ง 250 คนสนับสนุนเป็นนายกฯสมัยหน้าได้ ทำให้มีอำนาจต่อรองสูงกว่าพรรคอื่น เช่นเดียวกับสมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หัวหน้าพรรคกิจสังคม ที่มี ส.ส.เพียง 10 กว่าเสียง แต่สามารถเป็นนายกฯได้
ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่าทำงานลำบาก เพราะ ส.ส.พรรค ไม่สนับสนุน เนื่องจากใช้โควต้าเอาคนนอกมาเป็นรัฐมนตรี ทำให้เกิดกระแสต่อต้านรุนแรง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เชื่อว่ามีอำนาจต่อรองสูงกว่า นำไปสู่ผู้นำประเทศในอนาคตได้
แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่อยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคก็ไม่มีท่อน้ำเลี้ยง จะกลายเป็นพรรคเล็ก อาจได้ ส.ส.ไม่เกิน 10 คน เนื่องจากขาดแม่เหล็กดึงดูด อาจล่มสลายในอนาคตได้เช่นกัน
โอฬาร ถิ่นบางเตียว
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
เ ชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจแล้วว่าจะไปอยู่พรรคไหน แต่ยังไม่ประกาศ ณ เวลานี้ ดูจากการขยับของบุคลากรทางการเมืองสำคัญๆ 3-4 คนในช่วงเวลานี้ เช่น การลาออกของ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี จากพรรคประชาธิปัตย์ และถูกแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกฯ เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง
เมื่อกลับไปดูบทบาทของ ดร.ไตรรงค์ที่ผ่านมาพบว่า ชื่นชม เห็นด้วย คล้อยตามและสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และเมื่อดูความสัมพันธ์ระหว่าง ดร.ไตรรงค์กับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ใกล้ชิดมาก เชื่อว่าท้ายที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ อาจตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่เช่นนั้นคงไม่ตั้ง ดร.ไตรรงค์ เป็นที่ปรึกษานายกฯ แสดงว่า พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมพร้อมจะเป็นนักการเมืองเต็มตัว และอาจถูกเสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค
หากพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติคุยกันได้ อาจเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อยู่ที่การต่อรองกันในกลุ่มของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ บางส่วนจะเสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเป็นนายกฯ
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังขายได้ในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบกับหลายคนมองว่า พล.อ.ประวิตรอาจไปร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย และนำนายทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน เลยทำให้ ส.ส.กลุ่มหนึ่ง ประเมินในพื้นที่ของตนเองที่อยู่ตรงข้ามกับนายทักษิณ แม้ว่าอยากจะได้ พล.อ.ประวิตร ก็ต้องถูลู่ถูกังดัน พล.อ.ประยุทธ์ เพราะกลัวว่า พล.อ.ประวิตรจะไปร่วมมือกับนายทักษิณ
หาก พล.อ.ประยุทธ์แสดงท่าทีชัดเจนไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ เชื่อว่าจะมี ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งรัฐมนตรีบางคนจะไหลตามไปพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย เพราะประเมินแล้วไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้
ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ คงได้คะแนนเสียงบางพื้นที่ ประกอบกับกลุ่ม 3 ป. ยังไม่ได้แตกกัน แต่เป็นการแยกกันเดิน ร่วมกันตี เพราะหาก พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในพรรคพลังประชารัฐ ยังมี ส.ส.ที่ไม่ชอบ จึงให้ พล.อ.ประยุทธ์มาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ เอาคนที่รัก พล.อ.ประวิตรไปไว้ที่พรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้ประชาชนมีตัวเลือกมากขึ้น สุดท้ายมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ส่วนจะเอาใครเป็นนายกฯก็ว่ากันไปอีกทีหนึ่ง
ที่สำคัญ ส.ว.ยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร ดูทิศทางการเมืองแล้วที่ พล.อ.ประวิตรจะไปร่วมกับพรรคเพื่อไทยคงไม่ใช่เรื่องง่าย พอเริ่มขยับตัวที่พรรคพลังประชารัฐจะไปร่วมกับพรรคเพื่อไทย ก็มีเรื่องจำนำข้าวออกมาโจมตี
การรวมตัวตั้งรัฐบาลสมัยหน้าระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คิดว่ามีโอกาสค่อนข้างมาก นอกจากความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร จะแตกหัก แต่โอกาสเกิดค่อนข้างน้อย ซึ่งหลายคนก็อยากให้แตกหัก เพราะพรรคเพื่อไทยคงไม่แลนด์สไลด์ ดังนั้นพรรคเพื่อไทยต้องรวมเสียง ส.ส.ข้างมากในการเลือกตั้งครั้งหน้าเกิน 250 คน ถ้าไม่เกิน พรรคเพื่อไทยต้องพึ่งพา ส.ว.ซึ่งก็ต้องพึ่งพา พล.อ.ประวิตร คิดว่าเป็นสมการหนึ่งที่คนพรรคเพื่อไทยต้องประเมินเอาไว้
หากมองพรรคพลังประชารัฐเป็นจุดศูนย์กลางในการตั้งรัฐบาล อาจจะร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือพรรคเพื่อไทย คิดว่าแกนนำสำคัญๆ ของพรรคพลังประชารัฐวางสถานะของพรรคพลังประชารัฐไว้ลักษณะนี้ ไปข้างใดข้างหนึ่งก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้พรรคภูมิใจไทยมาเล่นเกมนี้ก่อน เพราะคาดว่าจะได้ ส.ส.เยอะ แต่คะแนน ส.ว.ไม่ได้ เพราะฉะนั้นพรรคพลังประชารัฐจะสามารถคุมเกมนี้ได้
ถ้าพรรคเพื่อไทยได้ ส.ว.จำนวนหนึ่ง แต่ไม่สามารถปิดสวิตช์ ส.ว.ได้ ก็ต้องพึ่งพาพรรคพลังประชารัฐ ที่ พล.อ.ประวิตรกุมบังเหียนอยู่ เชื่อว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยก็ต้องการแบบนี้ แต่ถ้าฝั่งพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐมีคะแนนนิยมสูงกว่า อาจรวมกันในกลุ่มนี้อีกก็ได้ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน เชื่อว่าหากรวมกลุ่มในกลุ่มเดิมจะเกิดเสถียรภาพมากกว่า อย่างน้อยเคยทำงานร่วมรัฐบาลกันมาก่อน ส.ส.ที่มีความเห็นแตกต่างระหว่างปีก พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ก็ถูกจับแยกกันออกมาแล้ว มี ส.ว.คอยสนับสนุน มีกองทัพที่มีเอกภาพ หาก 3 ป.ไม่แตกออกจากกัน
ถ้าพรรคพลังประชารัฐพลิกมาร่วมกับพรรคเพื่อไทย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลโดยมี พล.อ.ประวิตรเคลียร์กับกองทัพ คอยประสานให้ ส.ว.สนับสนุน ก็จะทำให้รัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำสามารถทำงานต่อไปได้ และมีความมั่นคง เชื่อว่ามีคนในพรรคเพื่อไทยคิดเอาไว้เช่นกัน
วันชัย จึงวิบูลย์สถิตย์
นักวิชาการอิสระและอาจารย์พิเศษ
ก ารตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติมีแนวโน้มตั้งแต่แรกแล้วว่าเพื่อรองรับ พล.อ.ประยุทธ์ หากย้อนไปดูพรรคพลังประชารัฐ ที่เกิดขึ้น เป็นพรรคเฉพาะกิจ รวบรวมบรรดา ส.ส. และนักการเมืองที่มีฐานคะแนนเสียงมารวมตัวกัน จึงทำให้พรรคพลังประชารัฐมีหลายมุ้ง ไม่มีความมั่นคงทางการเมือง ทุกคนอยู่เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนเอง
จากการติดตามนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ มีโปรไฟล์ดีมาก มีความมุ่งมั่นในการทำงานการเมือง มองปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทำงานเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อแก้ปัญหาให้ลุล่วง
จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหว พรรคพลังประชารัฐอาจไปไม่รอด ทำให้ ส.ส.ต่างหาทางรอด ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติจะเป็นอีกพรรคหนึ่งที่ ส.ส.หลายคนตั้งท่าจะย้ายไปสังกัด ดูจากกระแสนักวิชาการต่างพูดในแง่ดี
หาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ สามารถขายตัวเองได้จุดหนึ่ง ส่วนปัญหาที่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกจะมีเวลาเพียง 2 ปีนั้น เชื่อว่ามีการวางไม้ 1 ไม้ 2 ซึ่งช่วงไม้ 2 อาจจะมีนายพีระพันธุ์ เป็นนายกฯคนต่อไปก็ได้ อาจดูได้จากการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 เป็น พล.อ.ประยุทธ์ และคนที่ 2 เป็นนายพีระพันธุ์
ที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่สังกัดพรรคการเมือง คิดว่ารักษารูปมวยมากกว่า อาจเป็นเชิงการเมือง หากสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แล้วย้ายไปอยู่พรรคการเมืองอื่นจะเกิดความเสียหายมากกว่า
หากมองว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคของ พล.อ.ประยุทธ์ เห็นว่าสมประโยชน์ทุกฝ่าย เนื่องจากผู้ที่จะไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติมีเกรดที่จะสอบผ่าน ส.ส. 50-50 นอกจากนี้ มีวิพากษ์วิจารณ์กันว่าจะมี ส.ส.มากกว่า 50 คน
ที่ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นที่ปรึกษานายกฯนั้น มองว่า ดร.ไตรรงค์มีแฟนคลับเยอะเหมือนกัน จะมาดึงฐานคะแนนเสียงจากคนรุ่นใหญ่ อยากจะเรียกง่ายๆ ว่าเป็นคนเรียกแขก
ดร.ไตรรงค์และนายพีระพันธุ์ มีคนนิยมชมชอบเยอะ นอกจากนี้ ยังเป็นการดึงฐานคะแนนเสียงจาก กปปส.มาให้พรรครวมไทยสร้างชาติได้อีกด้วย โดยเฉพาะฐานคะแนนเสียงในภาคใต้
สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลในสมัยหน้ามองว่า พรรคพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.น้อยกว่าครั้งที่แล้ว ฉะนั้น ส.ส.ที่อยู่พรรคพลังประชารัฐต้องดิ้นกันไป หากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.ข้างมาก และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐก็อาจไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ซึ่ง ส.ส.หลายคนในพรรคพลังประชารัฐก็มาจากพรรคเพื่อไทย ดังนั้น โอกาสที่พรรคพลังประชารัฐจะร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยมีแนวโน้มสูงเช่นกัน

