คอลัมน์หน้า 3 : อาการ กลายพันธุ์ ผลผลิต จาก ประชาธิปัตย์ รวมไทย สร้างชาติ
เด่นชัดยิ่งว่าอุบัติแห่ง “รวมไทยสร้างชาติ” ดำเนินไปในลักษณะผสมผสานในทางการเมืองอันแหลม
คมยิ่ง
1 จาก “พลังประชารัฐ” 1 จาก “ประชาธิปัตย์”
ในด้านของพรรคพลังประชารัฐอาจเป็นตัวแทนของ “บ้านใหญ่” ขณะที่ในด้านของพรรคประชาธิปัตย์มากด้วยสีสัน
เป็นสีสันในแบบ “พีระพันธุ์” กับ “ไตรรงค์”
หากมองจากฐานที่ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เคยเป็นอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ เคยเป็นเลขานุการส่วนตัว ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
และเคยมีบทบาทหลังเดือนตุลาคม 2516
คล้ายกับจะเป็นตัวแทนแห่ง “เสรีนิยม” เมื่อประสานเข้ากับ “มือกฎหมาย” อย่าง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ย่อมเป็นจุดลงตัว
เป็นจุดลงตัวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แม้ว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จะเคยเป็น “ผู้พิพากษา” แม้ว่า นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี จะเคยเป็นอาจารย์ “มหาวิทยาลัย”
แต่ลักษณะ “ร่วม” อย่างสำคัญก็เด่นชัด
เด่นชัด 1 เคยผ่านการบ่มเพาะจากสถาบันการเมืองในแบบพรรคประชาธิปัตย์ และ 1 คือการมีส่วนร่วมในการเป่า “นกหวีด”
ขบวนการที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้นำ
หากการจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยก็เพื่อหนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เด่นชัดยิ่งว่าการเกิดขึ้นของพรรครวมไทยสร้างชาติก็มีเป้าหมายเดียวกัน
นั่นคือ การสนองตอบต่อการ “ไปต่อ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
บนฐานที่คะแนนและความนิยมทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังมีอย่างสูงเด่นในภาคใต้และบางส่วนในกทม.
จึงต้องอิงอยู่กับ “ประชาธิปัตย์”
เมื่อประสานเข้ากับประสบการณ์ของพรรคพลังประชารัฐ นี่คือการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองอันแตกต่างออกไป
จาก “สหประชาไทย” จาก “สามัคคีธรรม”
ส่วนหนึ่ง คือการดูดคนจากที่เคยอยู่ไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย ส่วนหนึ่ง คือการดูดคนที่เคยอยู่ในประชาธิปัตย์
ก่อเกิดมาเป็น “รวมไทยสร้างชาติ”
พลันที่พรรครวมไทยสร้างชาติประสานมือกับพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยก็เกิด “พันธมิตร” อันแข็งแกร่ง
ต้านแผน “แลนด์สไลด์” จากพรรคเพื่อไทย
การเลือกตั้งในปี 2566 จึงเป็นการเลือกตั้งที่ดำรงแนวการต่อสู้แทบไม่แตกต่างไปจากที่เคยมีในเดือนมีนาคม 2562
เพียงแต่ “ยกระดับ” ความเข้ม
ไม่เพียงระหว่าง “เผด็จการ” กับ “ประชาธิปไตย” หากแต่ยังเป็น “อนุรักษนิยม” กับ “เสรีนิยม” อย่างเด่นชัด
นี่คือคู่ต่อสู้ที่เหมาะมือมากกับพรรคเพื่อไทย

