เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านพักส่วนตัวของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) เมื่อเวลา 07.14 น. พ่อนายเรืองไกรได้พบว่ากระจกหน้าต่างบ้านมีรอยแตกเป็นรู แต่ไม่ได้บอกคนในบ้าน จนกระทั่งเวลา 15.00 น.ภรรยานายเรืองไกร มาดูพบว่ารอยกระจกชั้น 2 ของบ้าน แตกนั้นเป็นรอยจากถูกกระสุนปืนยิงเข้ามาในบ้าน นายเรืองไกรจึงแจ้งความไปยังสถานีตำรวจในพื้นที
ทั้งนี้ 16.30 น. นายเรืองไกรได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.บางซื่อ
ต่อมาเวลา 19.30 น. นายเรืองไกรเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เวลา 07.14 น.บิดาพบรอยกระสุนปืนที่กระจกในบ้านตนชั้น 2 โดยวันนี้ได้แจ้งลงบันทึกประจำวันการเกิดเหตุไว้แล้ว และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาตรวจสอบ ซึ่งพรุ่งนี้วันที่ 21 พ.ย. จะมีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายผู้ชำนาญวิถีปืนมาพิสูจน์หลักฐานอีกครั้ง อย่างไรก็ตามไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุต้องการอะไร และไม่ทราบว่าจะเกี่ยวกับเรื่องการเมืองหรือไม่ ต้องรอการพิสูจน์อีกครั้ง แต่จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ไม่พบคนแปลกหน้ารอบบริเวณบ้าน จึงคิดว่าน่าจะเป็นการยิงกระสุนมาจากระยะไกล
“ผมได้โทรเเจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ มาตรวจสอบเเละลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานระบุว่าเป็นรอยกระสุนปืนเเต่ในที่เกิดเหตุยังไม่พบหัวกระสุน จึงยังไม่ทราบขนาดที่ยิงเข้ามา ขอให้คงสภาพที่เกิดเหตุไว้อย่างเดิมก่อน เจ้าหน้าที่จะเข้าหาหลักฐานเพิ่มอีกที เเละยังต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานดูวิถีกระสุนว่ามาจากทิศทางใด เเละมุ่งหมายอะไร ซึ่งตนก็ไม่มีเหตุขัดเเย้งกับใครที่ไหน ส่วนจะเป็นเรื่องการเมืองหรือจากการร้องให้ตรวจสอบเรื่องต่างๆ ในบ้านเมืองหรือไม่นั้น ตนก็คิดอยู่บ้าง เเต่ก็ต้องรอความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนเรื่องการตรวจสอบบ้านเมืองจะยังดำเนินการต่อไปโดยไม่หวั่น เพราะบ้านเมืองต้องเดินหน้าต่อ
เเต่ต่อไปเมื่อเกิดเหตุย่อมต้องระวังตัวมากขึ้น” นายเรืองไกรกล่าว
ด้าน พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากร้อยเวรเบื้องต้นว่ามีรอยของแข็งกระทบกับกระจกบริเวณห้องกินข้าวชั้น 2 ของบ้าน เป็นรูกลมๆ จากการตรวจสอบไม่พบกระสุนปืนหรือสิ่งที่ทำให้กระจกแตก จึงประสานให้กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาพยานหลักฐาน
พ.ต.อ.เศกสิทธิ์กล่าวต่อว่า บ้านหลังดังกล่างเป็นบ้านบิดาและมารดานายเรืองไกร โดยนายเรืองไกรไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนี้ ขณะเกิดเหตุทราบว่าไม่มีคนอยู่บ้าน รวมทั้งห้องกินข้าวชั้น 2 ปกติจะไม่ค่อยมีคนเข้าไป โดยเจ้าของบ้านยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดเหตุตอนไหน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิต ส่วนจะเป็นสาเหตุใดอยู่ระหว่างตรวจสอบ


