เดินหน้าชน – เปิดม่าน‘เอเปค’
เ ปิดม่านแล้วสำหรับการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) (Asia-Pacific Economic Cooperation – APEC) ครั้งที่ 29 ซึ่งไทยได้คิวกลับเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง จากที่เคยเป็นเมื่อปี 2546 หรือเมื่อ 19 ปีที่แล้ว
ครั้งนี้ มีผู้นำประเทศที่เดินทางมาร่วมประชุมด้วยตนเอง 14 เขตเศรษฐกิจ ส่วนอีก 6 เขตเศรษฐกิจส่งผู้แทนมาร่วม โดยสหรัฐ ส่ง “คามาลา แฮร์ริส” รองประธานาธิบดีสหรัฐมา และรัสเซีย ส่ง “อองเดร เบลูซอฟ” รองนายกรัฐมนตรีคนที่หนึ่งของรัสเซีย เข้าร่วม
ก็ดีไปอย่างที่ 2 ผู้นำโลกอย่าง “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐ และ “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย ไม่ได้มาเอง ช่วยลดบรรยากาศความอึมครึม ตึงเครียดในการประชุมครั้งนี้ลงไปได้เยอะ
เวทีการประชุมเอเปคครั้งนี้ ไทยชูธีม “Open. Connect. Balance.” หรือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกันสู่สมดุล” โดยเริ่มด้วยการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสวันที่ 15-16 พฤศจิกายน ตามด้วยการประชุมระดับรัฐมนตรี วันที่ 17 พฤศจิกายน จากนั้นจะเป็นการประชุมผู้นำวันที่ 18-19 พฤศจิกายน
หลังการประชุมจะมีแถลงการณ์ของที่ประชุมผู้นำเอเปค และร่างเอกสารเป้าหมายกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (บีซีจี)
อีกเวทีคู่ขนานที่น่าสนใจคือ การประชุมของสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค หรือเอแบค (APEC Business Advisory Council : ABAC) ซึ่งเป็นเวทีของภาคเอกชน ที่บรรดาซีอีโอชั้นนำของสมาชิกเอเปคระดมสมองเสนอประเด็นต่างๆ ต่อที่ประชุมผู้นำเอเปค
หนึ่งในข้อเสนอคือการผลักดันให้เกิดเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia-Pacific : FTAAP) ซึ่งมีการเสนอครั้งแรกตั้งแต่ปี 2547 แต่ยังไม่สำเร็จ
ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะลุล่วงในปี 2583 หากสำเร็จจะเป็นเขตการค้าเสรี หรือ FTA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมีประชากรรวมกันถึง 2,900 ล้านคน คิดเป็น 38% ของประชากรโลก และมี GDP คิดเป็น 62% ของ GDP โลก มีมูลค่าประมาณ 52 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,978 ล้านล้านบาท
นอกจากเวทีการเจรจาพหุภาคีแล้ว ยังมีเวทีทวิภาคีของแต่ละประเทศที่จะจับคู่คุยกัน สำหรับไทยมีการหารือทวิภาคที่น่าสนใจกับ 2 ประเทศ
หนึ่ง…พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะหารือกับ “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน ที่มาร่วมประชุมผู้นำเอเปคด้วยตัวเอง และเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก รอบ 10 ปี นับตั้งแต่เป็นประธานาธิบดีจีน
คาดหวังกันว่า นอกจากการกระชับความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ ระหว่างไทย-จีนแล้ว อาจได้ลุ้นข่าวดีที่ทางการจีนจะประกาศให้ชาวจีนในบางมณฑลของจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้
หนึ่ง…เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมารและนายกฯแห่งซาอุดีอาระเบีย ที่จะเสด็จฯเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
แม้ซาอุดีอาระเบียไม่ได้เป็นสมาชิกเอเปค แต่เป็นการเสด็จเพื่อกระชับความร่วมมือกับไทยมากขึ้น หลังที่ไทยถูกตัดความสัมพันธ์ทางการทูตไปเมื่อ 32 ปีก่อน
ทั้งนี้ จะมีผู้แทนของ 2 ประเทศร่วมลงนามในแผนการขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย (พ.ศ.2565-2567) และบันทึกความเข้าใจการจัดตั้งสภาความร่วมมือไทย-ซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการลงทุนโดยตรงระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย
ดังนั้น ในช่วงการประชุมเวทีระดับโลกอย่างเอเปค ครั้งนี้ นอกจากจะส่งผลดีกับไทยทันที ในการกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง จากผู้นำและคณะที่เดินทางมาร่วมประชุม
ขณะที่ข้อตกลงความร่วมมือต่างๆ ซึ่งจะเกิดขึ้นทั้งระดับพหุภาคีและทวิภาคี คงจะเกิดมรรคผลตามมาในระยะต่อไป ทั้งต่อประชาชนชาวไทยและสมาชิกเอเปค รวมถึงโดยรวมต่อประชากรโลก
สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม

