‘จุรินทร์’ นำไทย-ออสเตรีย จับมือขับเคลื่อนความร่วมมือ 10 ด้าน ต่อยอดการค้า ลงทุน จ้างงาน
วันที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 16.30 น. ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะทํางานร่วมด้านความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-ออสเตรีย กับนายมาร์ทิน ค็อคเค่อร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและเศรษฐกิจของออสเตรีย
นายจุรินทร์กล่าวว่า ประเทศไทยกับออสเตรีย มีโอกาสลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกระทรวงแรงงานและเศรษฐกิจของสาธารณรัฐออสเตรียกับกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทย โดยปี 2564 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับออสเตรียรวมประมาณ 740 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบเล็กน้อย แต่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของการค้าระหว่างกัน 5 ปีรวมกัน ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 720 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ท่ามกลางสภาพความผันผวนทางเศรษฐกิจและผลกระทบจาก โควิด-19 ซึ่งเอ็มโอยูครั้งนี้ จะมีผลสำคัญระหว่าง 2 ประเทศ ที่ก่อให้เกิดความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้าวิชาการร่วมกัน และจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับออสเตรียทางด้านการค้าที่จะก่อให้เกิดกลไกที่เป็นรูปธรรมและเป็นทางการผลักดันการขยายตัวทางด้านการค้าการลงทุนระหว่างกันอย่างเป็นทางการ
โดยมีเป้าหมายจะขับเคลื่อนร่วมกันใน 10 สาขา ประกอบด้วย 1.อุตสาหกรรมยานยนต์ 2.บริการด้านการบริหารจัดการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 3.การเกษตรอินทรีย์ 4. เศรษฐกิจหมุนเวียน 5. เมืองอัจฉริยะ 6. วิสาหกิจขนาด กลาง ขนาดย่อม และรายย่อย 7.สตาร์ตอัพ 8.การพัฒนากำลังคน 9.อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และ 10.เทคโนโลยีสิ่งทอ ซึ่งทั้ง 10 สาขา ทั้ง 2 ประเทศมีศักยภาพและทรัพยากรที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ล้วนเป็นสาขาธุรกิจแห่งอนาคตในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมของทั้ง 2 ประเทศ
นายจุรินทร์กล่าวว่า จากข้อมูลกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ โดยสาธารณรัฐออสเตรีย เป็นตลาดส่งออกอันดับ 56 ของไทย หรืออันดับที่ 13 ในสหภาพยุโรป โดยไทยส่งออกไปออสเตรีย มูลค่า 267.39 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ หรือประมาณ 8,441.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 17.55% สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ 1.รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+51.04%) 2.อัญมณีและเครื่องประดับ (+146.26%) 3.เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว (+7.78%) 4.เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ (+39.72%) 5.แผงสวิตช์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า (-47.08%)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการลงนาม MOU นายจุรินทร์ได้พานายมาร์ทิน ค็อคเค่อร์ เดิมชมบูธสินค้าจากภาคเอกชนที่นำมาจัดแสดง เช่น น้ำพริก น้ำจิ้มไก่ เครื่องปรุงรส เครื่องแกง ข้าวหอมมะลิ ผักและผลไม้จากไทย อาทิ เงาะ มะม่วงและแก้วมังกร เป็นต้น


