“ซอฟต์เพาเวอร์” ถูกพูดถึงกันมาพักใหญ่ รัฐบาลหยิบเอามาเป็นนโยบายผลักดันต้นทุนทางศิลปวัฒนธรรมประเพณีของประเทศ มาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแนวใหม่ หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นำรายได้เข้าประเทศ
กำหนดเป้าหมายนำร่องใน 5 กิจกรรม
–อาหาร
–ภาพยนตร์
–การออกแบบเแฟชั่น
–ศิลปะป้องกันตัวแบบไทย เช่น มวยไทย
–เทศกาลประเพณีไทย
มีสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานผลักดัน
มีการตั้ง “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศด้วยซอฟต์เพาเวอร์ เพื่อกำหนดเป้าหมายและวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาซอฟต์เพาเวอร์
ล่าสุด ต้นเดือนพฤศจิกายน คณะรัฐมนตรีมีมติให้ “นาค” เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติประเภทสัตว์ในตำนาน เพื่อสร้างให้เกิดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ วัฒนธรรมของชาติ ต่อยอดเป็นซอฟต์เพาเวอร์อีกรายการ
ที่ผ่านมาหากมองด้วยตาเปล่า การขับเคลื่อนดูเหมือนยังไม่เห็นภาพชัดเจนนัก ส่วนหนึ่งอาจต้องยอมรับว่าการปั้นซอฟต์เพาเวอร์ อาจต้องใช้เวลาซึมซับ สั่งสม พัฒนา สร้างการรับรู้ให้เกิดกับกลุ่มเป้าหมาย
อันที่จริงในซีกภาคเอกชนมีความพร้อม “อุ่นเครื่อง” รอไปอยู่แล้ว บางรายชิงลงมือออกสตาร์ตไปล่วงหน้าแล้ว เหลืออยู่ที่รัฐบาลและหน่วยราชการ หากต้องการยกระดับซอฟต์เพาเวอร์ของประเทศ การอนุรักษ์สิ่งที่มีอยู่เดิมอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องเดินให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ร่วมสมัย” หรือความเป็นสากล
เพราะ “ความเป็นไทย” มีได้หลากหลายรูปแบบ สามารถถูกตีความได้โดยคนไทยเอง หรือคนต่างชาติที่มองเข้ามา เพราะฉะนั้น “ผู้สืบทอด” วัฒนธรรม ต้องมีความยืดหยุ่นในการตีความและการปรับใช้ ไม่ยัดเยียดความเป็นไทยแบบเดิมๆ ที่บางครั้งคนในชาติเองยังเข้าไม่ถึง หรือเข้าใจได้ยาก
นอกจากนั้น จะต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เเหมาะสมเพื่อเสริมแรงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ต้นธารของการสร้างซอฟต์เพาเวอร์ โดยต้องมีพื้นฐานความเข้าใจในบทบาทของภาคส่วนต่างๆ และวัฒนธรรมร่วมสมัยมากขึ้น ทั้งในด้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมที่รัฐบาลไทยเน้นให้การสนับสนุนอยู่แล้ว
ที่สำคัญรัฐควรปรับบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของ “ผู้ร่วมคิด” หรือ “ผู้ร่วมตีความ” ซอฟต์เพาเวอร์ที่มาจากศิลปะ วัฒนธรรมร่วมสมัยแทนที่จะเป็นผู้ผูกขาดการตีความความเป็นไทย
เพื่อให้เกิดการร่วมกันสร้าง “ความเป็นไทย” ที่ตีความได้กว้างขึ้น แปลกใหม่ เดินคู่ไปกับประชาคมโลก
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ งบประมาณ หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องวางแผนงบประมาณและการวัดผลในระยะยาว แทนการวางแผนรายปีที่คาดหวังผลรวดเร็วเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ประเทศและผู้คนมีกำลังในการเดินเกมยาว สร้างซอฟต์เพาเวอร์ได้ โดยไม่ปิดกั้นในการตีความความเป็นไทยที่ร่วมสมัย ให้กลุ่มคนที่หลากหลายเข้าถึงมากขึ้นด้วย
ไม่เช่นนั้น แทนที่ “ซอฟต์เพาเวอร์” จะเป็นขุมกำลังสำคัญให้กับระบบเศรษฐกิจ ก็อาจมีความหมายแบบไทยๆ คือ “อ่อนแรง (ลง)” ไปได้
สัญญา รัตนสร้อย

