‘วิษณุ’ เห็นด้วย สังคายนา ‘กฎมัสต์แฮฟ-มัสต์แครี่’ แนะทางออกหาเงินถ่ายทอดสดบอลโลก ยืมเงิน ครม. แต่ไม่ควรใช้งบกลาง
เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 จะสามารถใช้งบกลางได้หรือไม่ ว่าในอดีตมันเคยมี แต่ข้อเท็จจริงมันไม่ควร เนื่องจากต้นทุนงบประมาณสูง และยังมีภัยธรรมชาติหลายอย่าง ซึ่งยังคาดการณ์ไม่ได้ว่าอีก 11 เดือนข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น
เมื่อถามว่าทางออกในเรื่องนี้มันควรเป็นอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ทางออกคือหาเงิน แต่ไม่รู้เงินอะไร เมื่อถามว่าใช้เงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เขาต้องไปชั่งน้ำหนักว่ามีเหตุผลสมควรหรือไม่ที่จะนำเงินมาจ่าย เพราะงบอาจมีรายจ่ายอื่นที่จำเป็นมากกว่า และที่จะถ่ายทอดสดเพราะต้องการสนองคนที่อยากจะดู แต่มันจะคุ้มหรือไม่ หากคุ้มไม่ว่ากัน ถ้าราคาไม่แพงก็คุ้ม แต่ 1,600 ล้านบาท แพงไปหน่อย และยิ่งได้ยินว่าบางประเทศเขาทำได้ถูกกว่านี้
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่อาจจะยืมงบประมาณบางส่วนจากที่ประชุม ครม.แล้วมาใช้คืนหลังจากได้ค่าสปอนเซอร์ นายวิษณุกล่าวว่า เป็นไปได้ แต่อาจจะไม่ใช่วิธีเหมือนที่สื่อมวลชนถาม กล่าวคือ ยืมแล้วนำมาคืน แต่อย่าเพิ่งพูดว่ายืมจากตรงไหน ส่วนจะยืมจากตรงไหนนั้นมันมีอยู่ แต่ไม่ควรเป็นงบกลาง
เมื่อถามว่ามีงบกองทุนอะไรที่จะสามารถขออนุญาตจาก ครม.ก่อนได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่แน่ใจ งบ กกท.อาจจะยืมใช้ได้ ซึ่งตนไม่ทราบรายละเอียด แต่วันนี้คนที่รู้ปัญหา ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา คงหยิบมาหาหารือ
เมื่อถามว่ากฎมัสต์แฮฟ กฎมัสต์แครี่ ที่มีปัญหาควรปรับปรุงหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มีคนพูดมานานหลายปีแล้วว่ากฎดังกล่าวควรสังคายนา ไม่ทราบว่าทำไมถึงยังไม่ทำ ตอนที่ตนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการจัดระเบียบ กสทช.สมัย คสช. เคยคิดว่าจะต้องปรับแก้ให้คล่องตัว แต่คนที่ต้องทำคือ กสทช. ซึ่งยังไม่ทำ จึงไม่แน่ใจว่าทำไม่ได้ หรือไม่ควรทำ

