“จุฑาพร” ชี้ทางรอด ศก.ยุคใหม่ รัฐต้องเปลี่ยนระบบราชการเป็นดิจิทัล หวังให้เอกชนเชื่อมโยงต่อยอดธุรกิจได้
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ, นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.), นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย และ น.ส.จุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตบางรัก โฆษกคณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พท. ร่วมแถลงข่าว “รวมไทยซ่อมชาติ”
โดย น.ส.จุฑาพรกล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐในเดือนตุลาคมอยู่ที่ 7.7% ซึ่งลดลงมากกว่าที่คาดไว้ และความกดดันที่ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยสูงอีกคงมีน้อยลง ทำให้ความกดดันของไทยก็ลดลงไปด้วย โดยค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ก็คงจะต้องจับตากันต่อไปในความผันผวนนี้ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการประชุมอีกครั้งในอีกไม่นานนี้ ทั้งนี้ แนวทางหนึ่งที่จะปรับแก้ประเทศไทยให้ทันสมัยก้าวทันต่างประเทศได้คือ การปรับเปลี่ยนระบบราชการและการเปลี่ยนแพลตฟอร์มของประเทศดิจิทัล ทรานสฟอร์เมชัน (Digital Transformation) ซึ่งจะปรับเปลี่ยนประเทศให้ทันสมัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมที่จะทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ตามมา การดิจิทัล ทรานสฟอร์เมชันจะช่วยให้ลดขนาดราชการ เพิ่มประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการจะสร้างธุรกิจสมัยใหม่ ระบบราชการต้องปรับตัวเพื่อรองรับเพื่อให้ธุรกิจสมัยใหม่เกิดขึ้นได้จริง มิเช่นนั้นจะเกิดปัญหาการเชื่อมต่อกับระบบราชการ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ที่ประเทศไทยไม่มีธุรกิจเทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้น
น.ส.จุฑาพรกล่าวต่อว่า ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มประเทศจนประเทศพัฒนาคือ ประเทศเอสโตเนีย โดยเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วที่แยกตัวออกมาจากรัสเซียและปรับเปลี่ยนประเทศโดยผู้นำยุคใหม่อายุน้อย ปรากฏว่า 20 กว่าปีให้หลัง เอสโตเนียมีรายได้ต่อหัวต่อคนสูงกว่าคนรัสเซียถึง 2 เท่า ซึ่งพิสูจน์ความสำเร็จมาแล้ว การจะฟื้นเศรษฐกิจของไทยในยุคสมัยนี้จะต้องคิดใหม่ ทำใหม่ จะหวังว่าจะทำเหมือนเดิมแล้วเศรษฐกิจจะฟื้นเองคงเป็นไปไม่ได้ แนวทางการปรับประเทศให้ทันสมัย ตามโลกทัน เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ๆ ที่มูลค่าสูงเพื่อเพิ่มจีดีพี เพิ่มมูลค่าของประเทศ เพิ่มการจ้างงาน สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ เพื่อประเทศไทยจะได้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

