‘เพื่อไทย’ ห่วง ประเทศไทยต้องใช้เวลาอีกนานในการรักษาตัวเอง เหตุความไม่เอาไหนของ ‘ประยุทธ์’

15.11.22 | 11:56 น.

‘เพื่อไทย’ ห่วง ประเทศไทยต้องใช้เวลาอีกนานในการรักษาตัวเอง เหตุความไม่เอาไหนของ ‘ประยุทธ์’

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ, นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.), นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย และ น.ส.จุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตบางรัก โฆษกคณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พท. ร่วมแถลงข่าว “รวมไทยซ่อมชาติ”

นายศรัณย์กล่าวว่า สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของไทย หลังจากสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังปรับตัว แต่ละประเทศกำลังออกมาตรการต่างๆ เพื่อรักษาระบบเศรษฐกิจของตนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและปัญหาเศรษฐกิจถดถอย จึงมีความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องมีมาตรการที่เหมาะสม ซึ่งหลายประเทศแข่งขันกันดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อฟื้นคืนธุรกิจท่องเที่ยวที่ซบเซาไปนานในช่วงวิกฤตโควิด มาตรการต่างๆ ก็เพื่อให้ประเทศตนผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปให้ได้ โดยประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แต่ปัจจุบันรัฐบาลไทยกลับไม่มีความชัดเจนในการรับมือสถานการณ์ดังกล่าว จึงเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงว่าผลกระทบหลังจากนี้ต่อประชาชน จะยิ่งรุนแรงและเศรษฐกิจไทยต้องใช้เวลานานกว่าที่จะสามารถฟื้นตัวได้ มาตรการของรัฐบาลกลับเป็นการมุ่งเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงินเหมือนที่ผ่านมา แม้ว่าจะช่วยเหลือประชาชนได้บ้าง แต่ไม่สามารถฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

นายศรัณย์กล่าวต่อว่า มาตรการล่าสุดของรัฐบาลที่มีเป้าหมายเพื่อดึงนักลงทุนกลับกลายเป็นเรื่อง การพยายามออกกฎกระทรวงเพื่อให้ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาซื้อที่ดินในประเทศไทยได้ จนทำให้โดนประชาชนและสังคมไทยออกมาต่อต้านแนวคิดดังกล่าว และในที่สุดรัฐบาลก็ต้องยอมถอยเรื่องการขายที่ดินไปก่อน นี่คือสิ่งที่ทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นห่วง เพราะความพยายามขายที่ดินให้ต่างชาติ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีแผนการรับมือปัญหาเศรษฐกิจ จนต้องคิดขายแผ่นดินเพื่อหาเงิน ซึ่งนี่เปรียบเสมือนการยอมรับว่า รัฐบาลปัจจุบันไม่สามารถคิดหรือมีนโยบายในการดึงดูดการลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในมุมมองนักลงทุนต่างชาติได้ จนทำให้ธุรกิจต่างชาติมากมายเลือกย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทย ไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแทน ไม่เพียงเท่านั้น ในขณะที่รัฐบาลไม่สามารถหามาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ แม้ฝ่ายการเมืองในสภาพยายามจะออกกฎหมายเพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนในการสร้างธุรกิจ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาล

“ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากในขณะนี้กระแสการเมืองไทยกำลังเข้าใกล้ช่วงเลือกตั้งใหม่เข้าไปทุกขณะ อีกทั้งข่าวความวุ่นวายภายในรัฐบาลเอง ทำให้รัฐบาลมุ่งความสนใจไปในเรื่องของการเตรียมความพร้อมของฝ่ายตนในด้านการเมือง จนเหมือนจะลืมหน้าที่ฝ่ายบริหารไป ความแตกแยกในฝ่ายบริหารเห็นได้จากข่าวในช่วงเวลานี้ ที่รัฐบาลแทบไม่มีการพูดถึงมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจ กลับกันมีข่าวการโยกย้ายและการต่อสู้ทางการเมืองภายในรัฐบาลมากขึ้น ทำให้การแก้ไขปัญหาและการช่วยเหลือประชาชนกลายเป็นเรื่องรอง หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ปัญหาเหล่านี้จะไม่จบถึงแม้รัฐบาลปัจจุบันจะหมดวาระลง แต่ประชาชนจะยังต้องได้รับผลกระทบต่างๆ จากความไม่เอาไหนของผู้นำรัฐบาลที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต่อไป และรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาก็จะต้องใช้เวลาอีกมากในการซ่อมแซมประเทศที่พังมาตลอด 8 ปี ภายใต้การบริหารของผู้นำรัฐบาลคนปัจจุบัน” นายศรัณย์กล่าว

Advertisement