หน้าแรก การเมือง ยัดคดี-รุนแรง...

ยัดคดี-รุนแรง-ละเมิดสิทธิ! ‘ราษฎร’ แถลงซัดรัฐไทย หน้าสถานทูตเมกา นัดม็อบใหญ่ ‘แยกอโศก’ 17 พ.ย. บอกผู้นำโลก

15.11.22 | 13:00 น.

‘ราษฎร’ แถลงซัดหน้าสถานทูตเมกา นัด ‘ม็อบใหญ่แยกอโศก’ 17 พ.ย. จะไปยื่นหนังสือ บอกผู้นำเอเปค รัฐไทยยัดคดี-รุนแรง-ละเมิดสิทธิ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน เครือข่ายกลุ่มเคลื่อนไหว “ราษฎรหยุด APEC 2022” เดินทางไปยื่นหนังสือถึง 5 สถานทูต ได้แก่ สถานเอคอัครราชทูตแคนาดา, ออสเตรเลีย, ฝรั่งเศส, นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เพื่อสื่อสารถึงผู้นำที่จะมาเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค 2022

อ่านข่าว : เริ่มแล้ว! ‘ราษฎรหยุดเอเปค’ ลุยยื่น 5 สถานทูต ‘ส่งสารถึงผู้นำ’ ตร.- หนุ่มแจ๊กเก็ตดำ ตามติด

บรรยากาศ เวลา 11.45 น. ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย น.ส.ธนพร หรือไหม เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กล่าวว่า วันนี้เราจะส่งสารของเราผ่านทางทูตสหรัฐอเมริกา ที่จะพูดถึงปัญหาสิทธิแรงงาน และกล่าวถึงที่มาของการเดินทางไปยื่นหนังสือถึง 5 สถานทูต

โดยภายหลังยื่นหนังสือ น.ส.ธนพรยังกล่าวด้วยว่า วันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ เราจะมีการชุมนุมใหญ่ เจอกันที่แยกอโศก เวลา 12.00 น. ขอเชิญพี่น้องประชาชนที่จะไปร่วมยื่นหนังสือต่อผู้นำเอเปค เราอาจพูดถึงว่าเอเปค ประชาชนได้อะไร

Advertisement

 

น.ส.ณัฐนิช หรือใบปอ กลุ่มทะลุวัง เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ ความว่า

เรียน เอกอัครราชทูตประจำประเทศแห่งระบอบประชาธิปไตย วันนี้เราเขียนจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยในปัจจุบัน และจุดยืนของเราที่มีต่อการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค ประจำปี 2565 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ภายหลังการเลือกตั้งนายกฯในปี 2562 ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ไม่ปกติ ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร กลับมาดำรงตำแหน่งนายกฯอีกครั้ง การกลับมาของรัฐบาลเผด็จการนำไปสู่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วประเทศ ในปี 2563 ซึ่งมีข้อเรียกร้องสำคัญ 3 ประการคือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ และองคาพยพต้องลาออก 2.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 3.ปฏิรูปสถาบันฯ

ซึ่งไม่ใช่ข้อเรียกร้องเพื่อล้มล้าง แต่เป็นข้อเรียกร้องที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและงบประมาณ เพื่อให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธุรกิจผูกขาด และยังมีบทบาทสำคัญในการผูกขาดธุรกิจ จนส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรงทั่วประเทศ ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาท นำไปสู่การเรียกร้องให้มีการยกเลิก ม.112 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ม.112 กลายเป็นอาวุธสำคัญของรัฐในการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจการสาธารณะ

นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดเผย กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้นักกิจกรรมทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตย ตกเป็นเหยื่อของการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการใช้ความรุนแรงจากรัฐในรูปแบบต่างๆ

 

น.ส.ณัฐนิชกล่าวต่อว่า ประการแรก รัฐใช้กำลังและความรุนแรงในการเข้าสลายการชุมนุมโดยสันติของประชาชน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 526 ราย เสียชีวิต 2 ราย โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเยาวชนที่มีอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น

ประการที่ 2 มีการดำเนินคดีมาตรา 112 กับนักกิจกรรมทางการเมืองและประชาชนจำนวนมาก อย่างน้อย 217 ราย ใน 236 คดี ซึ่งจำนวนนี้รวมไปถึงเยาวชนที่ออกมาใช้สิทธิทางการเมืองด้วย นอกเหนือจากนี้ยังมีการดำเนินนคดีอื่นๆ กับประชาชน เช่น ม.116 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ประการที่ 3 ผู้ต้องหาในคดีทางการเมืองต้องเผชิญกับความผิดปกติ และไม่ได้รับสิทธิในการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรมภายใต้ ICCPR

รัฐบาลเผด็จการใช้เครื่องมือพิพากษาประชาชน ที่ผ่านมาในคดีทางการเมืองมักมีความผิดปกติที่เกิดขึ้น เช่น มีการปฏิเสธให้สิทธิประกันตัว ซึ่งเป็นสิทธิที่ระบุไว้ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในภาคี มีการบังคับผู้ต้องหาคดีการเมืองให้ติดอุปกรณ์ติดตาม หรือกำไล EM ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการประกันตัว มีการปฏิเสธไม่ให้จำเลยใช้หลักฐานของตนเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ และปฏิเสธไม่ให้มีผู้สังเกตการณ์ในการสืบพยานคดี ม.112 มากไปกว่านั้น นักกิจกรรม นักการเมือง และเอ็นจีโอ ไม่น้อยกว่า 30 ราย ตกเป็นเหยื่อของการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและสิทธิมนุษยชนจากการใช้สปายแวร์ (spyware) ในการใช้เครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์จีพีเอส ในรถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อสอดส่องข้อมูลส่วนตัว ดักจับสัญญาณ และติดตามการเคลื่อนไหวของประชาชนในทุกย่างก้าว

ดังนั้น เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในฐานะตัวแทนประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย จะมีการพิจารณาถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากรัฐบาลไทยดังที่กล่าวมาในจดหมายฉบับนี้ เพราะเราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การประชุมเอเปคไม่ควรเป็นเวทีในการสร้างความชอบธรรมให้กับผู้ที่ได้อำนาจมาจากกระบอกปืน ไม่ใช่อาณัติของประชาชน

ด้วยความเคารพ และหวังเป็นอย่างยิ่ง

ประชาชนชาวไทย