หน้าแรก การเมือง ครม.เคาะตรึงร...

ครม.เคาะตรึงราคา ‘ดีเซล’ ลิตรละ 5 บาท อีก 2 เดือน คลังสูญรายได้ 2 หมื่นล้าน

15.11.22 | 14:01 น.

‘บิ๊กตู่’ เผยที่ประชุม ครม.เคาะลดภาษีสรรพสามิต ตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อไปอีก 2 เดือน คลังสูญรายได้อีก 2 หมื่นล้าน ประกันรายได้ข้าวอีก 8.12 หมื่นล้านบาท ใช้เงิน ม.28 ชนเพดาน

เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ว่าวันนี้ในที่ประชุม ครม.มีมติลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลต่อไปอีก 2 เดือน เพื่อพยายามตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ให้มากที่สุด เพราะเราใช้เงินสูงมาก ทั้งในส่วนของไฟฟ้าและพลังงาน ดังนั้น อะไรที่เป็นปัญหาและเกิดผลกระทบโดยรวมก็ต้องเข้าใจภาระในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งตนก็ไม่อยากสร้างภาระต่อในรัฐบาลต่อไป เรามีการลดภาษี ต้องกู้เงินและต้องค้ำประกัน ซึ่งรายละเอียดปลีกย่อยจำนวนมาก แต่พยายามทำให้ดีที่สุด

เมื่อถามถึงแผนรับมือพลังงานในช่วงฤดูหนาว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มีอย่างเดียวคือต้องดูราคาพลังงานให้ดี และต้องดูต้นทุนการผลิตว่ามาจากไหนอะไรอย่างไร ตอนนี้กำลังแยกว่าอะไรมาจากพลังงานหมุนเวียน อะไรมาจากพลังงานฟอสซิล และกำลังดูว่าภาคผลิตพลังงานของเรา ซึ่งมีหลายส่วนด้วยกันทั้งจากน้ำมัน จากแก๊ส หรืออื่นๆ ขณะที่หลายอย่างก็มีการปิดโรงงาน พร้อมกันนี้ต้องดูเรื่องภาวะโลกร้อนจึงต้องคิดอย่างละเอียด

ขณะที่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบขยายเวลามาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล จำนวนลิตรละ 5 บาท เป็นเวลา 2 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565-20 มกราคม 2566 โดยจะทำให้คลังสูญเสียรายได้การจัดเก็บงบประมาณอีก 2 หมื่นล้านบาท

“แม้ว่าราคาน้ำมันดิบโลกจะลดลงแล้วก็จริง แต่ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไทยยังไม่ลง และยังสูงกว่าราคาที่อ้างอิงอยู่ รวมทั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังขาดสภาพคล่อง ถึงแม้ว่าขณะนี้จะเริ่มกู้ได้ก็ตาม ดังนั้น กระทรวงการคลังยังคงต้องอุดหนุนต่อไป” นายอาคมกล่าว

ส่วนหลังจากนี้จะมีการขยายมาตรการต่อไปอีกหรือไม่ นายอาคมกล่าวว่า ต้องรอดูรอบนี้และติดตามสถานการณ์ต่อไป ทั้งนี้ การขยายเวลาลดภาษีน้ำมันเป็นการบรรเทาเรื่องราคาสินค้าและต้นทุนของประชาชน

Advertisement

นายอาคมกล่าวอีกว่า ครม.ได้อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 จำนวน 81,265.91 ล้านบาท แบ่งเป็น วงเงินตามมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังแห่งรัฐ ที่ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำรองจ่าย จำนวน 66,040.91 ล้านบาท และที่ตั้งงบประมาณของกรมการข้าวเพื่อใช้ในการลดต้นทุนการผลิต จำนวน 15,525 ล้านบาท

นายอาคมกล่าวว่า หลังจากอนุมัติวงเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 2565/66 แล้ว จะทำให้สัดส่วนหนี้ในมาตรา 28 อยู่ที่เกือบ 32% หรือเกือบชนเพดานหนี้พอดี