ส.ส.ก้าวไกล โวยกองสลาก ตั้งกฎเอื้อนายทุน ขวางคนอายุ 70 ขายหวย ด้าน ผอ.สลาก โต้ยิบ
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง [ ชัดเจนกองสลากเอื้อทุนใหญ่ ประกาศกฎผู้สูงอายุ 70ปี อัพ ต้องตรวจสุขภาพไม่มีโรคส่วนตัวถึงขายได้ คุณใช้อะไรคิด ] โดยมีเนื้อหาดังนี้
“ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพ่อค้าแม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อย ว่าพวกเขาได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากหลังจากที่มีประกาศจะให้คนที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปที่มีโควต้าขายสลากต้องมีใบรับรองสุขภาพว่าสุขภาพดี
ในความเป็นจริงผู้ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไปจะไม่มีโรคประจำตัวเลยคงยาก แต่ที่พบเห็นคุณลุง คุณป้า คุณตา คุณยาย ทุกคนที่ไม่ว่าจะเดินหรือนั่งขายสลากพวกเขาแข็งแรง เขายังออกมาทำมาหากินช่วยเหลือตัวเองได้
แต่ประกาศที่ออกมาผมมองว่าเป็นการบีบและตอกย้ำว่าประเทศไทยต้องมีรัฐสวัสดิการ ไม่เช่นนั้นผู้สูงอายุ พวกเขาจะถูกคัดออกจากระบบและกดดันให้ไม่สามารถมีพื้นที่ในการทำมาหากินอะไรได้เลย เบี้ยคนชราวันละ 20 บาทไม่สามารถรองรับชีวิตใครได้
ผมว่าประเทศไทยต้องเลิกดูถูกผู้สูงอายุได้แล้ว พวกเขาต้องได้รับการดูแลให้มีศักดิ์ศรีในสังคม
อีกด้านหนึ่งประกาศของกองสลากที่ประกาศออกมาเช่นนี้ ปฏิเสธหรือไม่ว่าจงใจต้องการเอาโควต้าเดิมของแม่ค้ารายย่อยไปให้บริษัทใหญ่นำไปขายออนไลน์เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนายทุนรายใหญ่เพียงไม่กี่รายสามารถขายลอตเตอรี่ได้ทั้งเกินราคาและสามารถโฆษณาได้อยู่ทั่วเมืองหรือไม่
สิ่งที่กองสลากต้องไขคำตอบให้ได้ว่าประโยชน์ของการออกประกาศเช่นนี้มีผลดีอะไร หรือจงใจจะเอื้อนายทุนใหญ่ให้ผูกขาดรับซื้อโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลไว้โดยไม่กระจายให้คนทำมาหากินตัวเล็กตัวน้อยเลย
ในฐานะผู้แทนของพ่อแม่พี่น้อง รัฐบาล และหน่วยงานรัฐกำลังสมัครใจเป็นทาสทุนใหญ่และประเคนผลประโยชน์ให้นายทุน ไม่ว่าจะกรณี กสทช.เป็นใจให้ทรูดีแทคควบรวม สัมปทานรถไฟฟ้า นี่ลามมาถึงสลากกินแบ่ง ผมว่าหากเรายังไม่ทำอะไร รับรองประเทศไทยอนาคตอาจเป็นประเทศใครสักคนที่ไม่ใช่ของประชาชน อย่าให้ถึงวันนั้นเลยครับละอายใจกันบ้าง”
ด้าน พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า สืบเนื่องมาจาก ในปี 2559 ปัญหาสลากเกินราคาทวีความรุนแรงอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในสาเหตุดังกล่าวเกิดจากตัวแทนจำหน่ายสลากไม่จำหน่ายสลากด้วยตนเอง แต่นำไปขายส่ง หรือขายให้ผู้อื่นอีกทอดหนึ่ง
พ.ท.หนุน กล่าวว่า สำนักงานได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ตัวแทนจำหน่ายสลากจะต้องสามารถจำหน่ายสลากด้วยตนเองได้ หรือมีสุขภาพแข็งแรง ที่จะสามารถปฏิบัติตามประกาศ ระเบียบ คำสั่งต่างๆ ของสำนักงาน ในการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาได้ จึงควรกำหนดการสิ้นสุดการเป็นตัวแทนจำหน่ายสลาก โดยการกำหนดกรอบอายุของตัวแทนจำหน่ายสลากไว้ไม่เกิน 80 ปีบริบูรณ์ และเห็นว่าผู้ที่มีอายุเกิน 70 ปี ควรจะมีใบรับรองแพทย์ว่ามีสุขภาพแข็งแรงสำนักงาน จึงได้มีประกาศลงวันที่ 28 เมษายน 2559 โดยกำหนดคุณสมบัติของตัวแทนจำหน่ายสลากไว้ โดยในส่วนของอายุได้มีระบุว่า มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 80 ปีบริบูรณ์ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถจำหน่ายสลากได้ด้วยตนเอง
พ.ท.หนุน กล่าวว่า ส่วนหากอายุเกิน 70 ปี ต้องมีหนังสือรับรองแพทย์ อย่างไรก็ตาม เพื่อมิให้เกิดผลกระทบและเพื่อให้รับทราบล่วงหน้า สำนักงานจึงได้ผ่อนผันให้ตัวแทนจำหน่ายสลากทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่มีอายุตั้งแต่ 76 ปีขึ้นไป ผ่อนผันให้ทำสัญญาได้อีก 5 ปี และได้สิ้นสุดการผ่อนผันในปี 2564 ซึ่งตัวแทนจำหน่ายทุกคนรับทราบเงื่อนไขดังกล่าวอยู่แล้ว
“สำนักงานไม่เคยมีนโยบายที่จะยกเลิกตัวแทนจำหน่ายสลาก เพื่อนำสลาก ไปให้บริษัทใหญ่นำไปขายออนไลน์ หรือนำไปให้บุคคลใดนำไปจำหน่ายทั้งสิ้น ทั้งนี้ ตัวแทนจำหน่าย หรือผู้ซื้อ-จองล่วงหน้า ที่ฝ่าฝืนประกาศ ระเบียบ คำสั่งต่างๆ ของสำนักงาน ในการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา ไม่ว่าจะเป็นการนำสลากไปขายต่อ หรือขายเกินราคาที่กำหนด หากปรากฏหลักฐานชัดเจน สำนักงานจะดำเนินการยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่ายและยกเลิกสิทธิในการทำรายการซื้อ-จองล่วงหน้า ทันที และจะนำสลากเหล่านั้น ไปให้กับรายย่อยที่พร้อมจะขายสลากในราคา 80 บาท โดยในปีที่ผ่านมา สำนักงานได้ดำเนินการยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่ายทั้งในส่วนของรายย่อย ตัวแทนจำหน่ายที่เป็นสมาคม องค์กรคนพิการ และ ผู้ซื้อ-จองล่วงหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน รวมแล้ว 23,307 ราย และยังคงความเข้มข้นในการตรวจสอบการจำหน่ายสลากให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานฯ กำหนด เพื่อประโยชน์ของประชาชนที่จะสามารถซื้อสลากได้ในราคา 80 บาท ทั่วประเทศ” พ.ท.หนุน กล่าว

