8 นักกิจกรรม ยื่นฟ้อง NSO Group ใช้สปายแวร์เพกาซัส ละเมิดความเป็นส่วนตัว เรียกค่าเสียหาย 8.5 ล้านบาท จ่อเอาผิด รบ.
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน เวลา 13.30 น. นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ และนักกิจกรรมทางการเมืองชาวไทย จำนวน 8 คน ได้แก่ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), นายอานนท์ นำภา, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ทะลุฟ้า, นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นักกิจกรรมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม, นายณัฐชนน ไพโรจน์ นักกิจกรรมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม, นายเดชาธร บำรุงเมือง นักกิจกรรมและศิลปินแร็ป, รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ น.ส.สฤณี อาชวานันนทกุล นักวิชาการอิสระ ได้ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท เอ็นเอสโอ กรุ๊ป (NSO Group) บริษัทสัญชาติอิสราเอล ผู้คิดค้นและผู้ผลิตสปายแวร์ “เพกาซัส” เพื่อขายให้กับรัฐบาลอย่างน้อย 45 ประเทศทั่วโลก ต่อศาลแพ่ง หลังพบการใช้สปายแวร์เพกาซัสกับโทรศัพท์มือถือของทั้ง 8 คน ในช่วงปี 2563 ถึง 2564 โดยโจทก์ทั้ง 8 คน ได้เรียกร้องค่าเสียหายจากการถูกล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวคนละ 1,000,000 บาท และค่าเสียหายจากการติดตามศึกษาตรวจสอบการใช้สปายแวร์อีก 500,000 บาท รวมทั้งหมด 8,500,000 บาท

สำหรับการฟ้องคดีนี้ เป็นการยื่นฟ้องคดีทางแพ่ง ในความผิดฐานละเมิดจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อโจทก์ทั้ง 8 คน เป็นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลขั้นร้ายแรง ซึ่งไม่มีกฎหมายฉบับใดในประเทศไทยให้อำนาจทั้งรัฐและเอกชนที่จะล้วงข้อมูลในโทรศัพท์เช่นนี้ได้ การเจาะเข้ามาในโทรศัพท์มือถือและได้ข้อมูลทุกอย่าง เข้าถึงข้อมูลที่เป็นส่วนตัวทุกประเภท รวมทั้งการเปิดไมโครโฟนเพื่อแอบฟังบทสนทนา และการเปิดกล้อง เพื่อแอบดูภาพที่เกี่ยวข้องเจ้าของเครื่อง เป็นการทำลายความเป็นส่วนตัวของโจทก์โดยสิ้นเชิง และเมื่อสปายแวร์เจาะเข้ามาในโทรศัพท์ครั้งหนึ่งแล้วก็สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างไม่มีจำกัดเวลา ทำให้โจทก์ทั้ง 8 คน ได้รับความเสียหายต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งเป็นความเสียหายอันไม่ใช่ตัวเงิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 446

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โจทก์ทั้ง 8 คน ได้ถือป้ายที่เขียนข้อความระบุชื่อ อาชีพและจำนวนครั้งที่ถูกเพกาซัสเจาะ โดยแต่ละคนได้ถูกเพกาซัสเจาะ ดังนี้
นายยิ่งชีพ 10 ครั้ง นายอานนท์ 5 ครั้ง นายจตุภัทร์ 3 ครั้ง น.ส.ปนัสยา 4 ครั้ง นายณัฐชนน 1 ครั้ง นายเดชาธร 1 ครั้ง รศ.ดร.พวงทอง 5 ครั้ง และ น.ส.สฤณี 1 ครั้ง
นายยิ่งชีพ หนึ่งในโจทก์ของคดีนี้ กล่าวว่า พวกเราเดินทางมายื่นฟ้องต่อศาลแพ่งในฐานะผู้เสียหายจากการโจมตีด้วยสปายแวร์ที่ทันสมัยที่สุดในโลก ชื่อว่า “เพกาซัส” โดยพวกเราทั้ง 8 คนที่ทำการฟ้อง ได้รับการแจ้งเตือนจากบริษัทแอปเปิลผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ “ไอโฟน” ว่ามีการเจาะข้อมูลทางโทรศัพท์ และพวกเราได้ทำการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์แล้วก็พบว่า ถูกใช้สปายแวร์จริง
“ที่ผ่านมา ทางผู้เสียหายได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อทำการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวโดยหวังว่าจะมีความคืบหน้าที่มากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ และหลังจากนี้ ทางผู้เสียหายจะยื่นฟ้องรัฐบาลและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ต่อศาลปกครองต่อไป” นายยิ่งชีพกล่าว

สำหรับ สปายแวร์เพกาซัส เป็นอาวุธไซเบอร์ที่ร้ายแรงที่สุดในยุคสมัยนี้ เนื่องจากมีความสามารถในการเจาะเข้ามาในโทรศัพท์มือถือได้ทุกรุ่น ทุกเวลา โดยที่เจ้าของเครื่องไม่ต้องทำการคลิกใดๆ หรือไม่ต้องทำอะไรเลย (Zero-Click) รวมถึงเจ้าของไม่สามารถรู้ได้เองว่าถูกเจาะ เมื่อเจาะเข้ามาในโทรศัพท์ได้แล้วก็จะเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างในโทรศัพท์ ทั้งรูปภาพ วิดีโอ อีเมล์ บทสนทนา ตำแหน่งที่อยู่ รวมทั้งรหัสผ่านต่างๆ และยังสามารถสั่งเปิดกล้องและไมโครโฟนจากระยะไกลเพื่อติดตามดูและฟังจากจุดที่โทรศัพท์เครื่องนั้นๆ อยู่ได้
บริษัท เอ็นเอสโอกรุ๊ป ชี้ว่า สปายแวร์ตัวนี้จะจัดขายให้กับลูกค้าที่เป็นรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐเท่านั้น ด้านรัฐบาลอิสราเอลเองก็จัดให้เพกาซัสเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกที่ต้องควบคุม การตกลงขายให้กับรัฐบาลต่างประเทศต้องได้รับอนุมัติจากกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลก่อน

เรื่องราวของสปายแวร์เพกาซัสในประเทศไทย เริ่มถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 เมื่อบริษัท แอปเปิล ส่งอีเมล์แจ้งเตือนผู้ใช้ไอโฟนในประเทศไทย อย่างน้อย 20 คน ว่ามีผู้โจมตีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ (state-sponsored attacker) อาจจะกำลังเจาะโทรศัพท์ของประชาชนชาวไทยอยู่ หลังจากนั้นเกิดความร่วมมือของ iLaw DigitalReach และ Citizen Lab เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้เพิ่มขึ้น จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ที่ได้รับการแจ้งเตือนและผู้ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงอาจถูกรัฐบาลสอดส่องโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พบว่า มีคนไทยอย่างน้อย 35 คน ถูกสปายแวร์เพกาซัสเจาะเข้ามาในโทรศัพท์มือถือ ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2563 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2564 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่เกิดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่นำโดยนักเรียนนักศึกษา การค้นคว้าเพิ่มเติมโดย Citizen Lab ยังพบสัญญาณของผู้ใช้งานเพกาซัสในไทยเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 หรือเพียง 5 วันหลังการรัฐประหาร สำหรับจำนวนที่ตรวจสอบพบนี้เป็นผลลัพธ์จากการตรวจสอบเฉพาะผู้ใช้งานไอโฟนเท่านั้น

ในบรรดาคนที่ได้รับการยืนยันว่าโทรศัพท์ถูกเจาะ 35 คน ประกอบไปด้วย นักกิจกรรมทางการเมือง 24 คน ที่มีส่วนร่วมในการชุมนุมขับไล่รัฐบาลและเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและนักศึกษานักการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล 5 คน รวมถึง ส.ส. ฝ่ายค้านที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรนักวิชาการ 3 คน และคนทำงานในองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน 3 คน
อนึ่ง เอ็นเอสโอต้องเจอกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อมีการเปิดเผยว่าสปายแวร์เพกาซัส ถูกนำไปใช้กับผู้เห็นต่างทางการเมืองทั่วโลก ซึ่งรวมถึงนักข่าว นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักการทูต ประธานาธิบดีและกษัตริย์ ในเดือนพฤศจิกายน 2022 ช่วงเวลาเดียวกับที่นักกิจกรรมไทยได้รับอีเมลแจ้งเตือนจากแอปเปิล บริษัทผู้ผลิตไอโฟนก็ฟ้องเอ็นเอสโอจากการเจาะสินค้าของตนเอง หลังจากนั้นไม่นาน รัฐบาลกลางสหรัฐก็ทำการแบล็คลิสต์เอ็นเอสโอให้ไม่สามารถเข้าถึงตลาดและเทคโนโลยีในสหรัฐได้ เอ็นเอสโอยังต้องเจอกับการฟ้องร้องจากเหยื่อทั่วโลกทีได้รับผลกระทบจากเพกาซัส โดยไทยเป็นประเทศล่าสุดที่ยื่นฟ้องเอ็นเอสโอ


