กป.อพช. ร่อนแถลง จี้ประยุทธ์ ยกเลิกประกาศห้ามชุมนุม ด่วน! ชี้ชัดคราบรัฐเผด็จการ ปิดบังพิธีกรรมดีลผลประโยชน์ ร้อง‘ต้องเคารพเสรีภาพ’ สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ ปชช.
สืบเนื่องรัฐบาลไทย นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC 2022 ขณะที่นักกิจกรรมทางการเมืองและประชาชนจำนวนหลายกลุ่ม นัดหมายชุมนุมคู่ขนาน ในช่วงวันที่ 16-19 พฤศจิกายนนี้ เพื่อสะท้อนถึงหายนะที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ จากการนำสเนอนโยบาย BCG ในเวทีดังกล่าว รวมถึงจะมีการเคลื่อนขบวนไปยื่นหนังสือถึงผู้นำ ให้ทราบถึงสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชน ของรัฐบาลไทย แม้รัฐบาลได้ออกประกาศห้ามชุมนุมรอบพื้นที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นั้น
อ่านข่าว : ‘บิ๊กตู่’ ออกประกาศห้ามชุมนุมรอบพื้นที่ศูนย์สิริกิติ์-19 โรงแรมทั่วกรุง ช่วงประชุมเอเปค
เมื่อเวลา 14.47 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) เผยแพร่แถลงการณ์ เรื่อง รัฐบาลต้องยกเลิกประกาศห้ามชุมนุมและต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ภาคประชาชนได้แสดงออกในช่วงการประชุม APEC 2022 อย่างมีศักดิ์ศรี โดยมีเนื้อหาความว่า
เวทีประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ที่ประเทศไทยกำลังจัดให้มีการประชุมในระหว่างวันที่ 14 – 18 พฤศจิกายน 2565 ถือเป็นเวทีระดับโลกอีกเวทีหนึ่งที่จะมีการเจรจาผลประโยชน์ในทางธุรกิจของกลุ่มทุนชั้นนำ โดยการสร้างวาทกรรมอันสวนหรูว่าเป็นระบบเศรษฐกิจชีวภาพ – เศรษฐกิจหมุนเวียน – เศรษฐกิจสีเขียว หรือ Bio-Circular- Green- Economy Model (BCG) มาเป็นแนวคิดพื้นฐานเพื่อเสนอต่อประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมทั้งหมด จึงปฏิเสธไม่ได้ว่ารายละเอียดในการเจรจาที่จะเกิดขึ้นจากเวทีนี้จะมีทั้งผลกระทบกับประชาชนไทยและประชาคมโลกโดยรวมอย่างแน่นอน
การแสดงออกของภาคประชาชนและภาคประชาสังคมในการประชุมเวทีผู้นำระดับโลกเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่สามารถทำได้ ทั้งยังถูกยอมรับในทางสากล ว่าการแสดงออกดังกล่าวคือสังคมอารยะที่รัฐบาลจะต้องรับฟังแม้จะเป็นความคิดความเห็นที่แตกต่างก็ตาม
ดังนั้น การที่รัฐบาลประยุทธ์ประกาศห้ามชุมนุมในช่วงที่มีการประชุมเอเปคในระหว่างวันที่ 14 – 19 พฤศจิกายนนี้ ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร สะท้อนให้เห็นได้ถึงวิธีคิดของความเป็นเผด็จการที่ยังหลงเหลืออยู่ ที่ยังต้องการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด และยังสร้างความชอบธรรมด้วยการสร้างคำอธิบาย ว่าต้องการเห็นการเป็นเจ้าภาพการประชุมที่สงบเรียบร้อย เพื่อให้เป็นหน้าตาของประเทศอย่างสมภาคภูมิ ทั้งยังเชิญชวนโดยการใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์อย่างมหาศาลให้ประชาชนไทยร่วมรู้สึกในการเป็นเจ้าภาพที่ดี แต่กลับไม่ใส่ใจที่จะเปิดเผยข้อมูล อันเป็นข้อเท็จจริงของข้อตกลงที่มีการเจรจากันก่อนหน้านี้ ที่กำลังจะนำมาสร้างพิธีกรรมลงนามของผู้นำประเทศทั้งหลายในวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ และสังคมจะต้องร่วมกันจับตาสถานการณ์การคุกคามและละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายปิดปากหลังจากนี้
ในนามของ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน หรือ กป.อพช. (ระดับชาติ) ขอประณามการปิดกั้นและการปิดพื้นที่เพื่อการแสดงออกของประชาชนที่รัฐบาลได้มีการประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดสถานที่ห้ามชุมนุมตามที่ได้ประกาศไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งพื้นที่ห้ามชุมนุมตามประกาศนั้น คือการปิดกั้นภาคประชาชนไม่ให้มีพื้นที่เพื่อการแสดงออกบนพื้นฐานของสิทธิเสรีภาพที่ถูกรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญ ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การคุกคามและเข้าควบคุมสิทธิเสรีภาพภายใต้ข้อบังคับของประกาศดังกล่าวนั้นด้วย เราจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศฉบับดังกล่าวในทันที และต้องสร้างความเข้าใจกับสังคมไทยต่อการแสดงออกในเรื่องนี้ว่าเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ และถือเป็นมาตรฐานสากลที่ประชาคมโลกล้วนให้การยอมรับ อันถือเป็นเรื่องพื้นฐานแห่งรัฐที่จะต้องให้การเคารพ
แถลง วันที่ 16 พฤศจิกายน 2565


