หน้าแรก การเมือง ‘มายด์’ จวกรั...

‘มายด์’ จวกรัฐทำเกินกว่าเหตุ ปมจับ ‘น.ศ.มุสลิม’ เห็นชัด กลัวปชช.เอาความจริงมาขยาย ถึงหูผู้นำ

16.11.22 | 17:26 น.

‘มายด์’ จวกรัฐทำเกินกว่าเหตุ ปมจับ ‘น.ศ.มุสลิม’ ลั่น กลัว ปชช.เอาความจริงมาขยายสู่สายตาชาวโลก – รอจับตา นโยบายไหนถูกผลักดันเป็นรูปธรรม

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ แกนนำกลุ่มราษฎร เปิดเผยถึงแนวทางการชุมนุม “ราษฎรหยุด APEC 2022”

น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า ยืนยันจะชุมนุมพักค้างคืนที่นี่ ตั้งแต่วันที่ 16-18 พฤศจิกายน เพราะพี่น้องมาจากต่างจังหวัด ไม่ให้ค้างคืนคงไม่ได้ บางคนไม่มีต้นทุนเช่าโรงแรม ฉะนั้นพื้ นที่สาธารณะประชาชนมีสิทธิใช้ในพื้นที่ เราจะดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องทุกคน อำนวยความสะดวก อาหารการกิน และที่พัก ส่วนประเด็นมือที่สาม หากมองเหตุผลในการชุมนุมที่เรียกร้องเรื่องปากท้องชาวบ้าน การปะทะอาจไม่เกิดขึ้น เชื่อว่าทุกอย่างพูดคุยกันได้ อยากให้มาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ แผนการเคลื่อนขบวนคงต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง เพราะจุดมุ่งหมายของเราคือ ต้องการส่งเสียงข้อเรียกร้องใกล้กับผู้นำเขตเศรษฐกิจให้มากที่สุด

อ่านข่าว : ‘มายด์’ ไม่ชัวร์เคลื่อนม็อบไหม แต่ค้างแน่! ยัน ‘ลานคนเมือง’ คือที่สาธารณะ พี่น้องมาจากตจว.ต้องมีสิทธิใช้

‘ชัชชาติ’ ไม่อนุญาตค้าง ‘ลานคนเมือง’ กำชับดูแลม็อบค้านเอเปค ย้ำเคลื่อนขบวนเมื่อไหร่ เป็นหน้าที่ ตร.

ขึ้นป้ายพรึบ! ล้อมลานคนเมือง ต้านเอเปค ไล่ประยุทธ์ หยุดทุนผูกขาด

Advertisement

ฝนถล่มลานคนเมือง คลุมเครื่องเสียงวุ่น ตั้งกองอำนวยการ ม็อบทยอยสมทบตามนัด 17.00 น.

น.ส.ภัสราวลี กล่าวอีกด้วยว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มมี 3 ข้อ คือ

1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรี ต้องยกเลิกนโยบาย BCG (Bio-Circular-Green Economy หรือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) คือ โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่พยายามนำเสนอเข้าที่ประชุมเอเปครับรอง เนื่องจากเป็นแนวคิดที่เอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุนชั้นนำในประเทศ

2.พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความชอบธรรมที่จะลงนามข้อตกลงร่วมกับผู้นำกกลุ่มเอเปค และต้องยุติบทบาทการเป็นประธานในที่ประชุมโดยทันที

3.พล.อ.ประยุทธ์ ต้องยุบสภา เปิดทางให้มีการเลือกตั้ง จัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ฉบับประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อันจะทำให้ได้มาซึ่งผู้นำประเทศที่สง่างาม คู่ควรกับการเป็นเจ้าภาพในการประชุมประชาคมโลกในอนาคต

น.ส.ภัสราวลีกล่าวต่อว่า นโยบาย BCG ที่รัฐบาลผลักดันประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่

1.นโยบายชีวภาพ เกี่ยวเนื่องกับพืช GMO การดัดแปลงพันธุกรรม

2.นโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน เกี่ยวเนื่องกับการผลักดันให้สร้างโรงไฟฟ้าน้ำตาล หรือโรงไฟฟ้าชีวมวลจากอ้อย ที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้แข็ง เหมาะกับการผลิตไฟฟ้า มีเพียงนายทุนที่มีศักยภาพในการดัดแปลงพันธุกรรม ไม่สนับสนุนให้วิสาหกิจชุมชนทำได้ อีกทั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลยังส่งผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม

3.นโยบายสีเขียว ที่สืบเนื่องจากนโยบายทวงคืนผืนป่าของ คสช. ที่ยึดจากพี่น้องชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ มาทำนโยบายคาร์บอนเครดิต เปิดพื้นที่ให้กลุ่มทุนต่างชาติปลูกป่า ขายคาร์บอนเครดิตทดแทนให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมของตนเอง เป็นการตัดวงจรสมการประชาชนออกจากกระบวนการ

“พี่น้องชาวบ้านทางอีสาน คัดค้านมาโดยตลอด 2 ปี จนโรงไฟฟ้าชีวมวลไม่สามารถก่อสร้างได้ แต่มีความกังวลว่าหากนโยบาย BCG ได้รับการตอบสนองจากเวทีต่างชาติ จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลต่อเนื่องอีกก็ได้ ที่สำคัญตอนนี้ไฟฟ้าเราเกินแล้ว เราเสียค่าไฟเกินมากแล้ว เราไม่เข้าใจว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าอีกทำไม”

“นโยบาย BCG ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมออกแบบแต่แรก และไม่เห็นจุดใดเลยที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์โดยตรง นอกจากนายทุนที่ได้รับโดยตรงเลย” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม นโยบาย Bangkok Goal รัฐบาลต้องการให้ประเทศไทยเปิดพื้นที่รองรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยมีพื้นที่ไม่เยอะ ส่วนใหญ่ที่ดินของประชาชนเป็นพื้นที่ธรรมชาติ ที่จะกลายเป็นถังขยะโลก และรัฐไม่ได้ให้ข้อมูลชัดเจนถึงกระบวนการและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ต้องจับตาดูในเวทีการประชุมเอเปค ว่าจะมีนโยบายใดถูกผลักดันให้เป็นรูปธรรม

เมื่อถามว่า นโยบาย BCG เป็นการฟอกเขียวกับกลุ่มนายทุนอย่างไร ?

น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า มองในมุมกลับ นโยบาย BCG ไม่ได้แย่ แต่กระบวนกลับตาลปัตรไปหมด ซึ่งถ้าอยากให้มีการค้าคาร์บอนเครดิต ควรสนับสนุนให้ชาวบ้านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ปลูกป่าขายคาร์บอนเครดิต ไม่ใช่เอาพื้นที่จากชาวบ้านให้นายทุนลงทุนปลูกป่า เป็นขั้นตอนที่รัฐไม่ให้ความสำคัญกับสิทธิที่ดิน ลิดรอนพื้นที่ชาวบ้าน ผนวกกับการออกมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) หรือ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป ที่จะมีการประชุมในปีหน้า รัฐจึงรีบเร่งนโยบายคาร์บอน เครดิต เอื้อให้กลุ่มทุน ซึ่งเป็นวงจรที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วมแต่อย่างใด

เมื่อถามว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าคุมตัวนักศึกษารามคำแหงและนักกิจกรรม 3 คน ที่หอพักย่านรามคำแหง โดยให้เหตุผลว่า อาจก่อความวุ่นวายในช่วงการประชุมเอเปค มองกรณีนี้อย่างไร ?

(อ่านข่าว : ตร.-ทหาร ค้นห้อง ‘3 น.ศ.ราม’ กลุ่ม P.N.Y.S – คุมตัวไป สน.หัวหมาก อ้าง อาจก่อความไม่สงบช่วงเอเปค)

น.ส.ภัสราวลีเผยว่า รัฐทำเกินกว่าเหตุ และกลัวกว่าเหตุในหลายเรื่อง การประชุมนานานาชาติแบบนี้ต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนแสดงออก แต่เมื่อประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ กลับเรียกกำลังพลแน่นหนารอบที่ประชุมฯ และคุกคามนักเคลื่อนไหว ทั้งเชิงโครงสร้างและเชิงพื้นที่ โดยกรณีนักศึกษารามคำแหงเป็นจุดตอบโต้ชัดเจนว่า รัฐบาลชุดนี้กลัวที่จะให้ประชาชนใช้สิทธิและเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย กลัวที่จะเอาความเป็นจริงในพื้นที่มาขยายให้สาธารณชนและต่างชาติได้รับรู้

“ดังนั้น ยิ่งเขากลัว เรายิ่งต้องขยายความจริงให้เห็น แล้วการกระทำใดที่ไม่ถูกต้องตามหลักการประชาธิปไตย เราต้องต่อต้าน เราต้องลุกขึ้นสู้” น.ส.ภัสราวลีกล่าว