‘อนุทิน’ ซัด พรรคร่วมฯ ดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติด ผิดสัตยาบันร่วม รบ. ยัน ภท.มีมารยาท ยกมือสนับสนุนพรรคร่วมทุกครั้ง
เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 ที่นายอนุทินได้ลงนามประกาศเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาว่า
การลงนามในประกาศของกระทรวงสาธารณสุขเป็นการลงนามตามมติของคณะกรรมการส่งเสริมและควบคุมพืชสมุนไพรตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขต้องลงนามเมื่อคณะกรรมการมีความเห็นชอบ ตนก็ทำตามหน้าที่ เมื่อลงนามแล้วก็เป็นการสร้างความชัดเจน ว่าเราจะควบคุมการใช้กัญชาอย่างไร ลดความวิตกกังวลของสาธารณะ เมื่อรัฐมนตรีลงนามแล้วก็ส่งมาที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย
เมื่อถามว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการสอบถามเรื่องความชัดเจน นายอนุทินกล่าวว่า เป็นความเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง เพราะการประกาศของกระทรวงต่างๆ เป็นอำนาจของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงที่เป็นผู้รักษาราชการตามกฎหมาย ไม่ต้องเข้ามาขอความเห็นชอบหรือมติใดๆ จาก ครม. ดังนั้น ถ้า ครม.มีประเด็นสงสัยสามารถถามได้ ยินดีตอบ แต่ไม่จำเป็นต้องเข้าที่ประชุม ครม.ก่อนประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษา ไม่มีขั้นตอนดังกล่าว

เมื่อถามว่าได้อธิบายให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า อธิบายแล้ว เรื่องใดก็ตามที่นายกฯมีความสงสัย ก็ต้องไปกราบเรียนอยู่แล้ว วันนั้นรัฐมนตรีช่วยคงไม่ได้ดูในรายละเอียด เลยทำให้ไม่สะดวกในการชี้แจงต่อนายกฯ ส่วนอธิบดีกรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ถูกเรียกตัวมาด่วน โดยที่ยังไม่ได้เตรียมข้อมูลอาจลืม เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของรัฐมนตรีก็คือตน ถ้าจะรอสักหน่อย ก็สามารถชี้แจงทุกอย่างได้ เรื่องนี้เป็นการใช้ พ.ร.บ.มาควบคุม คนห่วงเรื่องเยาวชน ก็ย้ำไปว่าเยาวชนเข้าไม่ถึงแน่นอน ห้ามขายแก่นักเรียน นักศึกษา
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ทำไมประกาศกระทรวงฉบับดังกล่าวถึงไม่ระบุว่า ห้ามขายในสถานศึกษา เพราะถ้าสถานศึกษาบางแห่งเกิดนำมาวิจัย นำมาใช้ ทดลอง และนำมาศึกษา ก็ต้องแก้และไปตีความอะไรอีกมากมาย ก็เลยระบุว่าห้ามขายแก่นักเรียน นักศึกษา เพราะฉะนั้นค่อนข้างมีความละเอียด แต่จะดีที่สุดถ้าออกกฎหมายเป็น พ.ร.บ.
“ทุกคนบอกเป็นห่วง มีความกังวล โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล แต่พอบอกออกกฎหมาย กลับบอกว่าไม่เอา จะเอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติด มันคนละเรื่อง การเอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติด มันก็ย้อนแย้งกับนโยบายของรัฐบาล ตอนเข้าจะมาบอกว่าไม่รู้เรื่องก็ไม่ได้ เพราะพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หาเสียงเรื่องกัญชามาตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งแล้ว ตอนนี้มาจัดตั้งรัฐบาลทุกพรรคก็ยอมรับนโยบายของแต่ละพรรค ภท.ก็ยอมรับนโยบายทางการเกษตร นโยบายคนละครึ่ง นโยบายทางด้านสิ่งแวดล้อมของพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าถามถึงมารยาท ภท.ก็ยกมือสนับสนุนเวลามีมติต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะมติไม่ไว้วางใจ ภท.ก็ยกมือสนับสนุนให้กับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล หรือรัฐมนตรีที่โดนอภิปรายทุกคน รัฐมนตรีบางคนเป็นหัวหน้าพรรค บางทีลูกพรรคของตัวเองยังไม่สนับสนุน แต่ ภท.สนับสนุนทุกคน เรามีทั้งมารยาทและกาลเทศะ” นายอนุทิน ชกล่าว
เมื่อถามว่าได้มีการคุยกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ถึงกรณีที่ว่าอาจจะต้องนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด นายอนุทินกล่าวว่า คุยไม่ได้ เพราะกัญชาไม่ได้เป็นยาเสพติดแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ส.เป็นผู้ที่มีมติให้กัญชา ออกจากการเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 เมื่อประกาศแล้วรัฐมนตรีสาธารณสุขต้องลงนามเป็นไปตาม พ.ร.บ. เช่นเดียวกับการประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องควบคุมช่อดอกกัญชา
ในเมื่อกัญชาไม่ได้เป็นยาเสพติด ก็ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับกรรมการ ป.ป.ส. ถ้าจะเอากัญชากลับมาเป็นยาเสพติด ก็ต้องเริ่มกระบวนการใหม่หมด ซึ่งจะวกไปวนมา ต่างคนต้องต่างทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด สนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อความมีเสถียรภาพของรัฐบาล รู้จักการอยู่ด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์ทำให้เกิดความเป็นปึกแผ่นให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ถ้ามีความสามัคคีรัฐบาลก็เข้มแข็ง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทุกภาคส่วนก็เกิดขึ้น

เมื่อถามว่าหลังการประชุมเอเปคร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ทันใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า กฎหมายอยู่ในสภาอยู่แล้ว ถ้าจะบอกว่าพรรค ภท. กระทรวงสาธารณสุข หรือตนไม่รอบคอบในการออกกฎหมาย ต้องบอกว่าไม่ใช่เลย
“ถ้าเราอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยความเข้าใจกัน ป่านนี้กฎหมายก็เสร็จ และจะผ่านขั้นตอนไปสู่วุฒิสภา ไม่รอบคอบอยู่อย่างเดียว นึกไม่ถึงว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะมาขวางกันเอง นี่คือความไม่รอบคอบของผม” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่ามั่นใจว่าเรื่องดังกล่าวจะเสร็จทันก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เป็นไร เสร็จไม่ทันก็เอามาหาเสียง และบอกพี่น้องประชาชนว่าถูกขวางอย่างไร ขอให้พี่น้องประชาชนสนับสนุนเพราะเรื่องนี้เกือบจะเห็นเส้นชัยอยู่แล้ว ยังไงก็หยุดไม่ได้ นโยบายของใครของมัน ถ้าจะอยู่ร่วมกันต้องสนับสนุน เพราะไม่ใช่นโยบายที่ผิดกฎหมาย และยังไม่เห็นอะไรที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างที่กล่าวเลย พร้อมตัดพ้อว่า “ไม่เอากัญชา จะเอาเหล้าก้าวหน้า”
เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะส่งผลในการพิจารณาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในครั้งต่อไปด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไว้เลือกตั้งเสร็จก่อน อย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องรัฐบาลต่อไป ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
เมื่อถามว่าเรื่องการฟ้องศาลปกครองเพื่อยกเลิกประกาศ สธ. นายอนุทินกล่าวว่า ไปห้ามคนไปฟ้องศาลปกครองไม่ได้ แต่ฟ้องแล้วจะฟ้องอย่างไร ฟ้องให้ยกเลิกอย่างนั้นหรือ ซึ่งก็แล้วแต่ศาล คณะกรรมการ ป.ป.ส.คงอยากทราบว่าทำไมเขาไปฟ้อง ซึ่งก็ต้องไปถามคนฟ้อง มาถามกรรมการด้วยกันเองไม่มีใครไปฟ้อง แต่ก็มีหลายประเด็น คนที่ไปฟ้องได้รับผลกระทบโดยตรงหรือเปล่า และเกิน 3 เดือนหรือยัง มีปัญหาอะไรที่ทำให้ประเทศเกิดความระส่ำระสายเกิดโกลาหลหรือเปล่า ก็ไม่มี
เมื่อถามว่ามีการนำไปตีความว่าจะมีการพิจารณายกเลิกประกาศของ สธ.หรือไม่ จริงๆ แล้วจะมีการพิจารณาตรงนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การจะเอาเข้าเอาออกมันมีขั้นตอน ต้องมีการประชุมคณะกรรมการ ไม่ใช่อยู่ดีๆ ใครจะเอาบรรจุเข้ามาแล้วเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ ประเด็นคือกัญชา ที่วันนี้ไม่ใช่ยาเสพติด ประกาศโดย ป.ป.ส. เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพิ่งจะไม่กี่เดือน แล้วตอนนี้จะมาเป็นยาเสพติดคนพูดก็พูดไป คนพูดไม่ได้เป็น รมว.สาธารณสุข ไม่ได้รับผิดชอบ ป.ป.ส. พูดในสภาก็พูดไปหาเสียง
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีกิจกรรมเสวนาของพรรคการเมืองหนึ่งได้หยิบยกประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่นไม่มีการใช้กัญชา แต่ล่าสุดที่นายอนุทินเดินทางไปก็พบว่ามี นายอนุทินกล่าวว่า ใช้มากกว่าเราอีก ได้ถามเขาก็ทราบว่าเป็นสินค้าที่ควบคุม มีมวนพันลำด้วย ขายอยู่ในห้างสรรพสินค้า คนไทยไปก็เห็นหมด

เมื่อถามว่าที่นั่นเน้นสารสกัดซีบีดีใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราไม่เน้นซีบีดีตรงไหน เมื่อถามต่อว่า เรามีสูตรที่มีสารทีเอชซีด้วย นายอนุทินกล่าวว่า ทีเอชซีต้องเกิน 0.2 ซึ่งไม่เกิน ใบนึงยังไงก็ไม่เกิน แล้วบอกว่าปลูกในบ้านกลัวจะมอมเมาเยาวชน แต่เหล้าบุหรี่กลับวางไว้ในบ้านได้ อันนั้นเปิดปุ๊บดื่มปั๊บ กัญชาที่ปลูกในบ้านกว่าจะเอามามวนสูบได้ต้องผ่านกระบวนการช่อดอกตากแห้ง เอาไปยำรวมใบยาสูบ อะไรต่างๆ ซึ่งมันไม่ใช่ ถ้าจะปลูกในบ้านผู้ใหญ่ต้องบอกเด็กเอาไว้ทำประโยชน์เอาใบไปปรุงอาหารไม่มีปัญหา หรือจะใช้อะไรในบ้านไม่มีปัญหาแต่จะใช้ข้างนอกไม่ได้ เพราะประกาศกระทรวงสาธารณสุขบอกว่าห้ามในที่สาธารณะเขียนไว้ชัดเจนทุกอย่างห้ามช่อดอก
ซึ่งต้องนี้ค่อนข้างจะเกินคำว่าเสรี ค่อนข้างควบคุมเป็นอันมาก แต่การใช้ประกาศควบคุมมันดี ถ้าคนเข้าใจดีขึ้นมีความคุ้นชินใช้แต่ในด้านที่เป็นประโยชน์ซึ่งประกาศเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ยกเลิกได้ ปรับปรุงได้ เปลี่ยนแปลงได้ แต่ถ้าเป็นกฎหมายไปกำหนดบางเรื่องอาจจะปรับปรุงแก้ไขลำบาก ดังนั้น จึงมี 2 อันทั้งส่วนที่เป็นประกาศและส่วนที่เป็นกฎหมาย กฎหมายเพื่อควบคุมการใช้ในทางที่ผิด ถ้าห่วงว่าคนจะเอาไปใช้ในทางที่ผิดต้องออกกฎหมาย
“แต่ไม่ใช่ว่าห่วงปุ๊บกฎหมายไม่ให้ออก แล้วบอกจะเอากลับไปเป็นยาเสพติดแบบนี้มันผิดสัตยาบันในการร่วมรัฐบาล” นายอนุทินกล่าว

