เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า กลุ่มราษฎรและเครือข่าย ในนาม ราษฎรหยุด APEC 2022
บรรยากาศเมื่อเวลา 08.44 น. พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.สำราญราษฎร์ กล่าวว่าเพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกของประชาชนในการดูแลการชุมนุม สาธารณะให้เป็นโดยสงบและไม่เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองตามมาตรา 19 (5) แห่งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ให้ สถานีตำรวจแห่งท้องที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะ เป็นเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะจึงไม่อนุญาตให้มีการเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมออกจากลานคนเมือง ไปยังศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุม และภาพลักษณ์ของประเทศไทยจึงให้ผู้จัดการชุมนุม ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามมาตรา 15 มาตรา 16 (9) แห่งการ พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 โดยเคร่งครัด จึงขอให้พวกท่านแก้ไขภายในเวลา 09.15 น. ของวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 หวังว่าคงได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน
เวลา 08.53 น. ขณะที่ผู้ชุมนุมกำลังตั้งขบวนอยู่ที่บริเวณถนนดินสอหน้าลานคนเมือง เจ้าหน้าที่ คฝ.ได้ตรึงกำลังพร้อมโล่ตั้งแนวรอรับผู้ชุมนุม และมีรถตู้ตำรวจ 2 คัน
เวลา 08.56 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มเคลื่อนขบวน คฝ.กั้นบริเวณถนนบำรุงเมือง ผู้ชุมนุมจึงไปทางถนนดินสอ มีพ่นสีสเปรย์บนพื้นถนนและฟุตปาธ อาทิ No APEC และ Land of company เป็นต้น เวลา 08.58 น. ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้ามาเจรจาในการขอเปิดทางกับทางเจ้าหน้าที่ คฝ.ที่ตั้งแนวกั้นที่ถนนดินสอ จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ยอมเปิดทางให้ผู้ชุมนุม ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีถือป้ายผ้าข้อความ อาทิ APEC เปิดการค้าเสรีแต่เข่นฆ่าคนจน, APEC มาชาวนาตาย เป็นต้น
เจ้าหน้าที่ คฝ.กั้นถนนบริเวณถนนมหรรณพ เวลา 09.04 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแนวแผงเหล็กกั้นไว้บริเวณคลองหลอดวัดราชนัดดา ถนนดินสอ โดยประกาศผ่านลำโพงว่า กลุ่มผู้ชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ขอความร่วมมือกลับไปยังลานคนเมือง
เวลา 09.08 น. ด้านกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งยังคงตั้งขบวนหน้าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณถนนดินสอ มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พากันตีกลอง โห่ร้องตลอดช่วง โดยนายบารมีกล่าวว่า “ตำรวจออกไป” หลายครั้ง พร้อมกับผู้ชุมนุมขานเสียงรับ และประกาศว่าปราศจากอาวุธ
เจ้าหน้าที่ตำรวจย้ำอีกครั้งว่า จุดนี้เป็นจุดเจรจาด่านสุดท้าย เวลา 09.13 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนประชิดแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่มผู้ชุมนุมรื้อรั้วเหล็กออก
เวลา 09.14 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทำการพังแนวกั้นของตำรวจแล้วเดินเท้าต่อไป
เวลา 09.18 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเดินมาถึงบริเวณแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีรถตำรวจขวางอยู่ 3 คัน และเจ้าหน้าที่ คฝ.พร้อมโล่และอาวุธประมาณเกือบร้อยนาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศผ่านลำโพงย้ำให้กลุ่มผู้ชุมนุมกลับไปที่ลานคนเมือง โดยบอกว่าการพังรั้วแนวกั้นของตำรวจและการฉีดพ่นสีสเปรย์ลงบนถนนเป็นความผิด ผู้ชุมนุมได้ทำการพ่นสีใส่รถตำรวจ
ตำรวจสั่งให้ผู้ชุมนุมและสื่อออกจากแนวกั้นทั้งหมด
เวลา 09.24 น. นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานคณะกรรมการบริหารพีมูฟ ประกาศผ่านรถขยายเสียงว่า ตอนนี้รู้สึกเบื่อกับเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ได้เบื่อพี่น้องประชาชนที่ไม่ยอมเข้าใจว่านี่คือประเทศไทยประชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีความเป็นผู้นำ และเหมาะที่จะเป็นประธานการประชุมผู้นำเอเปค ขอให้เจ้าหน้าที่ขยับเปิดทาง และหยุดข่มขู่กันได้แล้ว
นางสาวภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ หนึ่งในแกนนำ กล่าวว่า เมื่อครู่ ทราบว่ามีการประกาศให้ปลดอาวุธแสดงว่ามีความพร้อมในการใช้ความรุนแรงหรือไม่ พวกตนยืนยันจะต้องเดินทางไปให้ได้ ไม่ว่าตำรวจจะสกัดกั้นอย่างไรก็ตาม และเมื่อครู่จะมีการเจรจาแต่ตำรวจไม่ยอมเจรจา
เวลา 09.29 น. เจ้าหน้าที่ คฝ.ขยับเข้าใกล้แนวรถเครื่องเสียงของกลุ่มราษฎรมากยิ่งขึ้น โดยเตรียมรถจับกุมเข้ามาจอดรอบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย






