‘จุรินทร์’ อวดเจรจาการค้าร่วมสหรัฐชื่นมื่น จี้ปลดไทย ออกจากวอตช์ลิสต์ทรัพย์สินทางปัญญา
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจากการหารือร่วมกับ นางแคเธอรีน ไท่ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ในงานประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 โดยภายใต้ความสัมพันธ์ที่ดีมากระหว่างไทยและสหรัฐ ซึ่งได้หยิบยกประเด็นในการหารือร่วมกันขึ้นมา 3 เรื่อง ได้แก่
1.การประชุมเอเปคที่ไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งแสดงความชื่นชมประเทศไทย ที่ทำหน้าที่เจ้าภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ในปี 2566 สหรัฐจะรับไม้ต่อจากไทยเป็นเจ้าภาพต่อ ซึ่งเชื่อมั่นว่า สหรัฐจะทำหน้าที่เจ้าภาพได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน
2.กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (ไอพีอีเอฟ) ซึ่งมีความร่วมมือที่กำหนดไว้ 4 เสาหลัก ได้แก่ 1.การค้า 2.ห่วงโซ่อุปทานหรือซัพพลายเชน
3.พลังงานสะอาด และ 4.ปราศจากการทุจริต เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เป็นธรรมให้เกิดขึ้น ซึ่งทั้ง 4 เสานี้ ไทยแสดงความจำนงในการเข้าร่วม และได้เน้นย้ำต่อการเข้าร่วมอีกครั้ง
“ในรายละเอียดได้แจ้งให้ทราบ อาทิ เสาเรื่องการค้า กระทรวงพาณิชย์จะเป็นกระทรวงหลักในการรับผิดชอบเรื่องนี้ โดยได้ยกหัวข้อเรื่องสิ่งแวดล้อม และเรื่องใหม่ๆ ในการอำนวยความสะดวกด้านการค้า ความร่วมมือเทคโนโลยีการค้า และความร่วมมือในด้านเทคนิคต่างๆ ทางการค้าและเศรษฐกิจ และ 3.การแลกเปลี่ยนความเห็นด้านความร่วมมือทวิภาคีไทยและสหรัฐ ซึ่งมีความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา (ทีไอเอฟเอ) ซึ่งเห็นตรงกันว่า ควรให้มีการจัดการประชุมที่สหรัฐในครั้งถัดไป” นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องสำคัญเพิ่มเติม คือ ในเดือนเมษายน 2566 สหรัฐจะพิจารณาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งประเทศไทยอยู่ใน บัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List: WL) ของสหรัฐ ซึ่งขอให้ปลดล็อกประเทศไทยออกจากบัญชีดังกล่าว เพราะสถานการณ์การให้ความสำคัญเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาของไทยอยู่ในระดับดีมาก และสหรัฐก็รับทราบ
โดย กรมทรัพย์สินทางปัญญาของกระทรวงพาณิชย์ ก็ทำงานอย่างใกล้ชิด ร่วมกับผู้แทนการค้าสหรัฐ เพื่อนำไปสู่การปลดไทยออกจากลิสต์บัญชีดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ประเทศที่ยังติดอยู่มี 19 ประเทศรวมไทย โดยเชื่อว่าหากสหรัฐปลดไทยออกแล้ว สถานะประเทศทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาจะดีขึ้น รวมถึงภาพลักษณ์ทางการค้าทางเศรษฐกิจและการลงทุนด้วย
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนของประเด็นที่สหรัฐอเมริกาได้เริ่มโครงการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) แก่ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน้อยที่สุด รวมถึงประเทศไทย ขณะนี้กำลังทำงานร่วมกันกับสภาคองเกสของสหรัฐอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการพิจารณาต้องผ่านหน่วยงานดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่จะทำการพิจารณาเป็นลำดับ เพื่อให้มีความชัดเจนว่า การประชุมจะมีเมื่อใด อย่างไร เพราะเงื่อนไขเรื่องเวลาก็เป็นเรื่องสำคัญ ว่าเวลาที่จะมีการประชุมนั้น มีประเด็นอะไรค้างคา หรือคืบหน้าบ้าง ซึ่งอาจไม่ต้องหยิบยกขึ้นมาอีก เพื่อลดเวลาที่จะใช้ไปแบบไม่จำเป็น
นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับการส่งออกไทย-สหรัฐ ถือว่ามีพัฒนาการที่ดีในการค้าระหว่างกัน โดยยกตัวเลขการค้าไทยไปสหรัฐในปี 2564 อยู่ที่ 56,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วน 9 เดือนแรกปี 2565 เป็นบวก 21.5% คิดเป็นมูลค่ากว่า 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขเพียง 9 เดือนเท่านั้น และไทยได้ดุลการค้า 13%
โดยสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ 2.ยางพารา 3.โทรศัพท์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง 4.อัญมณี-เครื่องประดับ และ 5.เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์
ส่วนไทยนำเข้าสินค้าจากสหรัฐสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.แผงวงจรไฟฟ้า 2.เคมีภัณฑ์ 3.เครื่องจักรกล 4.เครื่องบินและอุปกรณ์การบิน และ 5.น้ำมันดิบ

