อดีตเลขาฯสมช. อัด รบ.ให้ท้าย คฝ. คุมม็อบไม่ยึดสากล ชี้เปลี่ยนขั้วเมื่อไหร่ คนพวกนี้ต้องถูกลงโทษ
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมของกลุ่ม ราษฎรหยุดเอเปค 2022 หลังเดินขบวนจากลานคนเมือง มุ่งหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดที่หัวมุมถนนดินสอ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตา ทำให้เกิดการปะทะระหว่าง 2 ฝ่าย โดยมีการจับกุมบุคคลอย่างน้อย 25 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ทนายอานนท์ จ่อบุกแจ้งจับคฝ. สลายม็อบเอเปคเกินเหตุ ทำผู้ชุมนุม ลูกตาแตกละเอียด
- ‘พิธา’ เย้ย ‘ประยุทธ์’ จัดเอเปคสานฝันยกระดับตัวเอง จวก ตร.สลายม็อบรุนแรงเกินเหตุ
- ‘ถา ไอลอว์’ ห่วงอาการผู้ถูกกระสุนยางเข้าตาขวา ยันสลายชุมนุมถนนดินสอ ‘ไม่เป็นไปตามหลักสากล’
- ผบ.ตร. แจงเหตุปะทะ หยุดเอเปค ปัดยังไม่ได้รับรายงานผู้ชุมนุม-สื่อบาดเจ็บ
ล่าสุด วันที่ 19 พฤศจิกายน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ภาพการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการระงับยับยั้งการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมเครือข่ายประชาชนไปยังศูนย์ของประชุมเอเปค เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนนั้น ส่อเป็นการปฏิบัติที่ไม่ได้ทำตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มองเห็นชัดว่า รูปแบบการปฏิบัติทางยุทธวิธีไม่มีความเป็นมืออาชีพ เจ้าหน้าที่มีความหวั่นไหววิตกกังวลต่อสถานการณ์การชุมนุมเกินกว่าปกติ จึงใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชนเกินกว่าเหตุ ไม่เป็นไปตามขั้นตอน ทั้งๆ ที่ขบวนผู้ชุมนุมยังอยู่ห่างไกลจากศูนย์ประชุม กว่า 10 กิโลเมตร เป็นเหตุให้มีความรุนแรง จนผู้ชุมนุมบางคนบาดเจ็บถึงขั้นต้องสูญเสียลูกตา และถูกควบคุมตัวกว่า 20 คน ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย
ขอชี้ให้เห็นว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการได้อย่างสากลเหตุความรุนแรงแบบนี้ยากยิ่งที่จะเกิดขึ้น เพราะรูปแบบทางยุทธวิธีจะไม่เป็นอย่างที่เกิดขึ้น แต่จะใช้รูปแบบเป็นการค่อยๆ ขยับเปิดทางดึงเวลาให้ขบวนผู้ชุมนุมเดินไปอย่างช้าๆ ตามช่องทางที่บังคับวิถีไว้ตามแผนปฏิบัติการ ควบคู่กับการปฏิบัติการจิตวิทยามวลชนเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของสถานการณ์ แล้วไปจบลงที่พื้นที่ควบคุมสุดท้ายที่ได้วางแผนการปิดล้อมไว้อย่างรัดกุมมีระยะทางห่างจากศูนย์ประชุมพอควรที่อยู่ในวิสัยขีดความสามารถที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมสถานการณ์ให้เรียบร้อยได้ เหตุร้ายมันก็จะไม่เกิดขึ้น
แต่กรณีนี้สะท้อนบ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยยังคงใช้แนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อผู้ชุมนุมประท้วงต่างๆ เป็นแบบอำนาจนิยมมากกว่าการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มืออาชีพ มูลเหตุก็เพราะรัฐบาลสืบทอดอำนาจยินยอมให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเช่นนั้นได้ หนทางการแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างละมุนละม่อม จึงเป็นที่มาของคำตอบว่า เราต้องมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยเป็นของประชาชนที่แท้จริง แล้วเมื่อนั้นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ถูกดำเนินคดีที่ไม่เป็นธรรมจะได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม จบด้วยเจ้าหน้าที่ที่ชอบใช้อำนาจนิยมต้องถูกนำตัวมาปรับทัศนคติ และนำมาลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเข้มงวดต่อไป
อ่านข่าวอื่น
- เตรียมร่มให้พร้อม! ‘อุตุฯ’ เตือน ฝนหน้าหนาว ตกรวดทั้งอาทิตย์
- ส่องห้างใหม่ใต้ปีก ‘ซีพี-เซ็นทรัล’ จากทำเล ‘ราชพฤกษ์’ แข่งปักหมุด ‘เมืองรอง’
- อดีตสจ๊วตสายการบินดัง ลั่นไกลาโลก ดับข้างโบสถ์ในวัดย่านเมืองทอง ทิ้งจม.สั่งเสีย

