เหล่าทัพ พร้อมใจ “ปฏิญาณตนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้าน “บิ๊กเจี๊ยบ” น้ำตาคลอ 13 ต.ค.59 เสียใจเหมือนสูญเสียพ่อ สูญเสียหลักชัยในชีวิต
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน ที่สนามหญ้าหน้ากองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการจัดงานรวมพลังแห่งความภักดี ภายใต้ชื่อ “กิจกรรมปฏิญาณตนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์” เพื่อน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ประกาศความจงรักภักดีและร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ปีที่ 89 (ตามมติของคณะรัฐมนตรีกำหนดกรอบการจัดงานพร้อมกันทั่วประเทศ) โดยมี คณะผู้บังคับบัญชา สมาคมแม่บ้านทหารบก และประชาชนจากชุมชนรอบค่าย เข้าร่วมพิธีดังกล่าว โดยผู้บัญชาการทหารบก และผู้ร่วมพิธี ได้ร่วมกันร้องเพลงชาติ และถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากนั้นผู้บัญชาการทหารบกจะไปยังแท่นพิธีเพื่อกล่าวนำปฏิญาณตน เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีโดยพร้อมเพรียงกัน
จากนั้น พล.อ.เฉลิมชัยนำกล่าวคำปฏิญาณตนว่า จะซื่อตรง จงรักภักดี ต่อพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรีจนกว่าชีวิตจะหาไม่ จะปฏิบัติตามหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน จะร่วมกันปฏิรูปประเทศ สนับสนุนให้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย ปกครองประเทศด้วยหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย จะเป็นคนดีมีคุณธรรม ร่วมกันนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน สงบสุข สันติสุข จะรู้รักสามัคคีเพื่อชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ตลอดไป จะพัฒนาตนเอง เพิ่มการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นพลังที่ยั่งยืนในการพัฒนาประเทศ ปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาท น้อมนำพระราชดำรัสมาปฏิบัติและดำเนินการตามพระราชกรณียกิจ รวมทั้งนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางดำรงชีวิตและสืบสานพระบรมราชปณิธานเพื่อความสุข ความเจริญ และความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศไทยสืบไป
ต่อมา พล.อ.เฉลิมชัยให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของพสกนิกรทั่วประเทศที่ได้ร่วมพลังแสดงความจงรักภักดีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติใน 70 ปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงเหนื่อยยากและทุ่มเทพระวรกาย ปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,600 โครงการ ก็เพื่อความผาสุก และอยู่ดีกินดีของประชาชนชาวไทย พระองค์จะสถิตในใจของพวกเราตลอดไป
“วันนี้เป็นโอกาสดีที่พวกเราได้ปฏิญาณตน เป็นประชาชนที่ดีของแผ่นดิน เป็นพสกนิกรที่ดีเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท น้อมนำศาสตร์ของพระราชาและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต จะสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน เพื่อนำพาประเทศชาติก้าวไปข้างหน้า ให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไม่ว่าพระองค์จะอยู่ที่ใดก็ตาม จะทรงสถิตในใจพวกเราตลอดไป” ผบ.ทบ.กล่าว
ผบ.ทบ.กล่าวต่อ การทำงานของกองทัพแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.แสดงความจงรักภักดี แสดงความอาลัย และ 2.ขับเคลื่อนพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปในทุกกองทัพภาค และในแต่ละกองทัพภาคก็มีโครงการที่พระองค์พระราชทานไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งกองทัพจะขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริต่างๆ ผ่านศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำไปสู่กำลังพลครอบครัวและประชาชน ซึ่งพระองค์ให้ความสำคัญมากเกี่ยวกับโครงการที่เกี่ยวข้องกับน้ำ
พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวถึงความรู้สึกส่วนตัว หลังจากวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมาจนมาถึงวันนี้ว่า เหมือนกับคนไทยทุกคนที่รู้สึกสูญเสียพ่อ สูญเสียหลักชัยของชีวิต ดังนั้น ต้องสร้างตัวเองให้เข้มแข็งมากขึ้น สิ่งที่พระองค์พระราชทานไว้คือแนวทางที่ทำให้ประเทศของเราก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่าเพื่อให้พัฒนาประเทศไปได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ในฐานะที่ตนเป็นทหารก็พร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่าง รวมถึงกำลังพลจะสืบสานพระราชปณิธาน สิ่งสำคัญที่สุดนอกจากการแสดงความอาลัยแล้วคือทำพระราชปณิธานของพระองค์ให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด ซึ่งได้มีการพิสูจน์มาแล้วว่า โครงการพระราชดำริของพระองค์ ทำให้ประเทศไทยเจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งหลายประเทศได้นำโครงการพระราชดำริของพระองค์ไปเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ ผบ.ทบ.น้ำตาคลอ และหยุดนิ่งไปช่วงหนึ่งอีกด้วย
ที่ลานหน้ากองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.อ. จอม รุ่งสว่าง เป็นประธานในพิธี โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ นักเรียนนายเรืออากาศ และนักเรียนพยาบาลทหารอากาศ เข้าร่วมในพิธี ประมาณ 1,000 คน
สำหรับกิจกรรมแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.การทำดีด้วยกาย โดยการบำเพ็ญประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ อาทิ กิจกรรมบริจาคโลหิต 99,900 ซีซี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ ณ ห้องประชุมหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน 2.การทำดีด้วยวาจา โดยการจัดพิธีปฏิญาณตนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมพลังเพื่อน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ พร้อมกันทุกหน่วยทั่วประเทศ และ 3.การทำดีด้วยใจ อาทิ พิธีสวดมนต์เจริญจิตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศลฯ
ส่วนกองทัพเรือ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานดังกล่าว ณ ลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมีกำลังพลกองทัพเรือ หน่วยงานราชการ สถานศึกษา และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,989 คน
สำหรับกิจกรรมได้มีการกล่าวปฏิญาณตน และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมเพลงพระราชนิพนธ์ บรรเลงโดยวงซิมโฟนีออเคสตราดุริยางค์ราชนาวี ร่วมด้วยนักดนตรี 100 นาย นักร้องประสานเสียง 50 นาย ขับร้องนำโดย ร.ต.สันติ ลุนเผ่
นอกจากนั้นการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ กองทัพเรือได้นำเรืออังสนา ซึ่งกองทัพเรือเคยจัดถวายเป็นเรือพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาร่วมในการจัดกิจกรรม เพื่อสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในเรื่องของพลังงานทดแทนอีกด้วย

