หน้าแรก การเมือง คนใกล้ชิด &#8...

คนใกล้ชิด ‘พายุ’ เผย แพทย์แจ้งการมองเห็นตาขวาเท่ากับ 0% หวั่นกระทบม่านตาซ้ายในอนาคต

20.11.22 | 15:13 น.

สืบเนื่องกรณีกลุ่ม “ราษฎรหยุดเอเปค 2022” เดินขบวนจากลานคนเมือง มุ่งหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดที่หัวมุมถนนดินสอ มีการยิงกระสุนยาง และเกิดการปะทะระหว่าง 2 ฝ่าย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย หนึ่งในนั้นคือ “พายุ ดาวดิน” ผู้ชุมนุมชายจากกลุ่มดาวดิน ถูกยิงด้วยกระสุนยางเข้าตาด้านขวา โดยแพทย์ที่ทำการผ่าตัดดวงตาแจ้งว่า ลูกตาทั้งลูกแตก มีโอกาสกลับมาใช้งานได้ปกติต่ำกว่า 1% อยู่ระหว่างเฝ้าระวังการติดเชื้อ 2-3 วัน ซึ่งหากมีอาการติดเชื้ออาจต้องพิจารณาการควักลูกตาออกเพื่อไม่ให้เชื้อลามไปที่สมองนั้น (อ่านข่าว ‘พายุ’ เล่าเหตุการณ์ ดาวดินเผย เครียด หมอให้ยาฆ่าเชื้อตาต่อเนื่อง ชี้ ‘โอกาสมองเห็นน้อยมาก’ ฝากขอบคุณทุกคน)

ล่าสุด ‘ตอง โรงต้ม’ หนึ่งในนักกิจกรรม เปิดเผยอาการล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ ดังนี้

09.00 น. หมอศัลยกรรมที่ดูแลเรื่องแผลภายนอก มาตรวจและทำแผลให้ โดยภาพรวมแผลภายนอกดี ส่วนกล้ามเนื้อที่ขาดหมอได้ทำการเย็บต่อกันให้แล้ว แต่การใช้งานได้ปกติหรือไม่ต้องมาดูกันอีกที และการใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนี้จะสัมพันธ์กับอาการของดวงตาด้านในต้องให้หมอดวงตาประเมินอีกครั้ง อีกประมาณ 10-14 วัน หากแผลไม่ติดเชื้อ และแห้งสนิทก็จะสามารถตัดไหมได้

ในส่วนของหมอดวงตา วันนี้จะเข้ามาตรวจประมาณ 4 โมง หากมีอะไรจะอัพเดตเพิ่มเติม

สรุปอาการโดยรวม

Advertisement

ตั้งแต่ออกจากห้องผ่าตัดมาเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน เวลา 20.45 น. พายุนอนตลอดเวลา ตื่นมากินเพราะโดนปลุกมากกว่าอยากกินเองบ่นไม่หิว เลยจะกินน้อยมาก (มีแอบบังคับให้กิน และกินได้แต่อาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก ไข่ตุ๋น นม) ไม่อยากจะลืมตา ไม่อยากลุกเดินไปไหน และไม่ค่อยอยากพูด

สาเหตุของอาการ หลักๆ คือร่างกายอ่อนเพลียทั้งจากการผ่าตัด การปวดแผล และอาจเหนื่อยสะสมมาก่อนหน้านี้ รวมไปถึงสภาพจิตใจที่ยังไม่พร้อมจะพูดคุยอะไรมากในตอนนี้ และอีกส่วนที่สำคัญคือ การต้องเคี้ยว ต้องลืมตา การพูด การลุกเดิน จะสะเทือนแผลทำให้ปวดมาก เลยใช้การนอนตลอดเวลาเพื่อจะได้ไม่ต้องปวดมาก (ลึกไปกว่านั้นอาจต้องสังเกตเพิ่มขึ้น)

(นอกเหนือไปจากการต้องป้องกันการติดเชื้อ) ทั้งหมดทั้งมวลนี้ จึงเป็นเหตุผลหลักที่พยาบาลประเมินกับคนเฝ้ารวมไปถึงตัวพายุเอง (ในส่วนความต้องการ) ว่าจำเป็นจะต้อง “งดเยี่ยม” เพื่อให้พายุได้พักผ่อน พักฟื้นร่างกาย จิตใจ ให้ดีขึ้นกว่านี้ เพื่อที่จะได้พร้อมรับกับสิ่งที่จะต้องเผชิญหลังจากนี้

พายุฝากข้อความถึงทุกๆ คน
“ขอโทษที่ยังไม่พร้อมสำหรับการให้ทุกคนมาเยี่ยม และพูดคุยอย่างจริงจังได้ เพราะการต้องลืมตา และพูดทำให้ปวดแผลมากจริงๆ ครับ ขอบคุณทุกความห่วงใย การช่วยเหลือ และการอยากมาเยี่ยม ขอบคุณมากๆ ครับ”

นอกจากนี้ มีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พายุไม่สามารถลืมตาเองได้ หมอต้องใช้อุปกรณ์ช่วยถ่าง (พายุบอกว่าลืมไม่ได้เพราะไม่รู้สึก) และวันนี้อาการบวมมากขึ้นกว่าเดิม หมอไม่สามารถมองเห็นตาด้านในได้เลย ซึ่งหมอประเมินว่าเป็นการบวมจากการผ่าตัด ยังน่าจะไม่ใช่การติดเชื้อ แต่ก็สามารถเกิดได้และต้องเฝ้าระวัง ดังนั้นยังจำเป็นต้องหยอดยาแก้อักเสบและฆ่าเชื้อทุก 2 ชั่วโมงต่อเนื่อง

ผลการเช็กการมองเห็น โดยใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในดวงตา พายุมองไม่เห็นแสงใดๆ เลย ตั้งแต่ก่อนผ่าตัดมาจนถึงวันนี้ หมอแจ้งว่าการมองเห็น ณ วันนี้เท่ากับ 0% แต่ในส่วนการใช้งานได้ตามปกติ (น่าจะหมายถึงการลืมตา การมีลูกตาอยู่) คุณหมอยังให้ความหวังที่ต่ำกว่า 1% เหมือนเดิม

เพิ่มเติมจากอาการเดิมคือ ในอนาคตอาจมีผลกระทบขึ้นกับตาข้างซ้าย (ตาขวาโจมตีตาซ้ายจากปฏิกิริยาปกป้องตัวเอง มีคำศัพท์เฉพาะทาง) ซึ่งต้องติดตามประเมินในระยะยาว ร้ายแรงมากสุดคือการที่ม่านตาซ้ายอาจจะเสียหายไปด้วย แต่ตอนนี้เท่าที่ตรวจยังเป็นปกติ

อาการอื่นๆ เพิ่มเติมคือ หัวข้างที่ถูกยิงมีอาการชา หยิกไม่ค่อยรู้สึก ซึ่งหมอแจ้งว่าเกิดจากเส้นประสาทเบ้าตาเสียหาย แต่จะฟื้นฟูได้ในอนาคตและตาข้างซ้ายบวมม่วงช้ำ