หน้าแรก การเมือง เศรษฐา ทวีสิน...

เศรษฐา ทวีสิน : ความท้าทายและโอกาสของไทย ในเวทีภูมิรัฐศาสตร์โลก

21.11.22 | 11:00 น.

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ คำว่า ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) เป็นศัพท์ที่เราได้ยินกันบ่อยมากในเวทีการเมืองเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และดูเหมือนช่วงนี้จะมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกมาให้ทุกคนหวั่นใจกันไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ การหดตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ถูกซ้ำเติมด้วยความขัดแย้งไม่ลงรอยกับจีน อีกทั้งยังมีเรื่องของโควิดและปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองแก้ไขจากประเทศต่างๆ ที่สัญญากันไปเรื่อย จึงนับว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกนี้มีดีกรีที่ถือว่าสูงและมีความซับซ้อนมากถ้าเทียบกับอดีตกาลที่ผ่านๆ มา

ประเด็นความไม่ลงตัวและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกก็ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่น้อย จากยุคหลังสงครามเย็นที่มีการจัดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจสังคมเป็นรูปธรรมและมีการดำเนินนโยบายสนับสนุนแนวคิดโลกาภิวัตน์ (Globalisation) อาศัยพึ่งพากัน ณ ตอนนี้ปัญหาเหล่านี้เร่งเร้าให้ยุคโลกาภิวัตน์กำลังอยู่ในขาลง เกิดความแตกแยกในกลุ่มพหุภาคี (Multilateralism) หรือกลุ่มการค้าเสรีที่เคยดำเนินอยู่บนหลักการของการรวมตัวเพื่อประสิทธิผลที่สูงสุดและกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศที่ทุกคนยอมรับและทำตาม ตอนนี้กลายเป็นเน้นสร้างประโยชน์สูงสุดกับเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แตกย่อยเป็นการเลือกจับมือกับประเทศพันธมิตรที่สมประโยชน์กันสูงสุด

ต้องยอมรับว่านี่คือความเป็นจริงของโลก ณ ปัจจุบัน มีทั้งความท้าทายและโอกาสที่ประเทศไทยต้องหาจุดสมดุลให้เจอและสามารถเล่นบทบาทตัวเองได้อย่างเหมาะสม ซึ่งอย่างแรกเลยที่ต้องทำคือกลับมามองตัวเราเองด้วยสายตาที่ปราศจากอคติ ต้องทำใจยอมรับในสิ่งที่ต่างชาติเขามองเราแม้จะไม่ถูกใจก็ตาม

วิเคราะห์ตัวเองได้แล้วเราก็ต้องรีบหาทางบริหารจัดการจุดอ่อนในสายตาคนอื่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองในประเทศที่ต้องสนับสนุนประชาธิปไตย สร้างธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศ หน่วยงานภาครัฐที่โปร่งใสได้รับการยอมรับจากประชาชน ความโปร่งใสด้านสิทธิมนุษยชน การปรับแก้นโยบายและกฎหมายในบางเรื่องที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศได้ เช่น เรื่องโครงสร้างภาษีที่สร้างความเท่าเทียมมากขึ้น กฎหมายที่เอื้อต่อการทำธุรกิจของกลุ่ม SME และตัดตอนการกินรวบ และด้านความเท่าเทียมเสมอภาคทางด้านการศึกษา

หรือเรื่องของยุทธศาสตร์ทางด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม อันเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เราก็ต้องพูดจริงทำจริง มีโรดแมปที่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้เรามีสุ้มเสียงในเวทีโลกแม้จะเป็นประเทศเล็กแต่ถ้าทำได้จริง มีผลลัพธ์จริง เราก็สามารถชูตัวเองเป็นตัวอย่างและสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองได้

Advertisement

เรื่องพวกนี้คือเบสิกของการจะมีจุดยืนในประชาคมโลกและเข้าได้ทุกฝ่าย เหมือนวัคซีนพื้นฐานเมื่อเราจัดการประเด็นเหล่านี้ได้แล้วก็เริ่มมาดูบริบทเฉพาะที่เราอาจต้องโฟกัส นั่นก็คือการหายุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่เราจะต้องบริหารและพัฒนาให้เป็นจุดขายและสร้างความได้เปรียบในการต่อรองให้มากขึ้น

เรามีโอกาสสร้างแต้มต่อในเชิงเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมที่ผมเชื่อว่าจะเป็นเครื่องจักรการเติบโตของประเทศไทย อย่างอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเครื่องสันดาปภายในกับรถไฟฟ้า ซึ่งเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และระบบ Supply Chain ที่มีประสบการณ์ มีแรงงานที่มีฝีมือในภาคการผลิตรถยนต์

หรือเรื่องของอุตสาหกรรมไบโอเทคโนโลยีโดยเฉพาะด้านอาหาร ซึ่งโลกกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องของ “ความมั่นคงด้านอาหาร” (Food Security) ซึ่งเราได้เปรียบเพราะอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ก้าวหน้าที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราสามารถก้าวไปเป็นผู้นำได้ ทั้งการวิจัย และการผลิต

เมื่อเราสามารถสร้างแต้มต่อในเชิงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจโลกได้ชัดเจนแล้ว อีกประเด็นที่สำคัญมากๆ ก็คือประเทศไทยต้องออกไปปรากฏตัวแสดงความเป็นตัวตนของเรา หรือแสดงศักยภาพที่เราสมควรจะไปแสดง อย่าลืมนะครับว่าเรามีทรัพยากรหลายอย่างที่คนอื่นต้องการ อีกทั้งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเราที่ประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐ ยังคงต้องให้ความสำคัญ เพียงแต่ว่าผู้นำประเทศต้องเข้าใจและภาคภูมิใจในสิ่งที่เราเป็นและเรามี ในขณะเดียวกันก็ต้องถ่อมตน รู้ตนเองว่าเราขนาดไหน ค้าขาย ต่อรองกับใครก็ต้องทำอย่างมีศักดิ์ศรี เพราะเราอยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ยังไงก็ต้องไปพึ่งคนอื่น ซึ่งผมยกตัวอย่างไปหลายครั้งแล้วกับกรณีของประธานาธิบดีวิโดโด ของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่ผู้นำเราต้องพิจารณาว่าบทบาทของผู้นำมีความสำคัญอย่างไรในเวทีภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจของโลก

สุดท้ายนี้ สิ่งหนึ่งที่ภาครัฐอาจจะต้องทำคือดึงภาคเอกชนที่มีความแข็งแกร่งและพร้อมที่จะสนับสนุนเข้ามาเป็นตัวเชื่อมได้ เพราะการเจรจา การแสวงหาพันธมิตร นอกเหนือจากรัฐกับรัฐแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับองค์กรเอกชนระดับโลกก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่จะผลักดันให้เราเข้าไปยืนในจุดยุทธศาสตร์โลกได้เช่นกัน

#Thailand #ThisIsOurFuture

เศรษฐา ทวีสิน